ชีวิตเรา เราเลือกเลย บทความให้แง่คิด ชีวิต โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ชีวิตเรา เราเลือกเลย บทความให้แง่คิด ชีวิต โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผมกำลังจะแต่งงานใน 1 เดือนข้างหน้านี้ ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอยิ่งใกล้วัน ผมเริ่มกังวล ไม่มั่นใจ รู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะมี ชีวิต คู่ ไม่พร้อมแชร์เวลาของผมกับใคร ผมมีอะไรๆ ที่อยากทำอีกมากมาย แต่กลัวแฟนเสียใจ และเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ผมควรทำอย่างไรดีครับ คนเรายังคงต้องการมีเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจอยู่ แต่ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันของคนไม่พร้อมที่จะถูกผูกมัดเกี่ยวข้องเป็นของฉันของเธอมากเกินไป ยังอยากท่องเที่ยว อยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีโลกส่วนตัว อยากคุยกับใครมากกว่า 1 คน ไม่อยากรับผิดชอบชนิดที่ถูกผูกมัดจนตัวเองหมดอิสรภาพ ความจริงคือโลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่าอ้างว่าเพราะโลกเปลี่ยน เราจึงต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ให้กลับมาที่โลกภายในใจของเราแล้วคิดก่อนว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของการเกิดมาของเรา ไม่ว่าโลกจะมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะเหวี่ยงโยนไปด้วยความชอบชังที่รุนแรงขึ้นเพียงใด ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนและยาวนานมากว่า 2,600 ปี คือ การตั้งสมมติฐานกับตัวเองว่าเราเกิดมาแล้วจะพ้นทุกข์ได้ไหม เราต้องกลับไปสู่สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ต้องเคารพการได้เกิดของเราพร้อมกับการไปให้ถึงสิ่งที่เราเคารพ คือดำรงชีวิตอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนี้อย่างใจที่เป็นอิสระ การมีชีวิตที่จะต้องไปข้องเกี่ยวผูกมัดกับใคร หากเราไม่มีสำนึกในความรับผิดชอบสิ่งที่เราจะต้องเข้าไปข้องเกี่ยวผูกมัด […]

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น”

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น” คนเรามีนิสัยแตกต่างกัน บ้างก็เป็นคน ชอบควบคุม ชอบสั่งคนอื่น บ้างก็เป็นคนยอมทำตามตลอด จนสูญเสียความคิดที่เป็นตัวเองไป การที่บางคนต้องทนอยู่กับคนที่ชอบควบคุมคนอื่น หรือคนที่ดีแต่สั่ง ไม่เคยเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บางครั้งมันก็เป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นบุคคลนั้นเป็นคนในครอบครัว เป็นสามีหรือภรรยา ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วย ถึงแม้จะหนีไม่พ้นแต่เราก็ควรหาวิธีให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขที่สุดค่ะ กำหนดขอบเขตให้ชัด ไม่ใช่เขาสั่งอะไร ก็ยอม ก็ใจอ่อน แต่เราก็ไม่ได้อยากให้คุณแข็งข้อใส่ แค่กำหนดขอบเขตไปเลยว่าของพวกนี้เป็นของส่วนตัวคุณ อย่ามายุ่งหรือข้องเกี่ยว แต่ถ้าชิ้นไหนที่ใช้ร่วมกันได้ ก็บอกออกไปให้ชัดเจน และผลที่ตามมาบางครั้งเขาอาจจะแสดงอาการไม่ดีออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเรากำลังพยายามเอาตนเองออกจากการควบคุมของเขา เมื่อคนที่ชอบควบคุมคนอื่นรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียอำนาจไป ความรู้สึกทางจิตใจของพวกเขาอาจมีผลต่อร่างกาย เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดท้อง เศร้า หรือร้องไห้ เป็นลม หรือลมพิษ นี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะได้กลับมาควบคุมสถานการณ์อีกครั้งด้วยการทำให้คุณเห็นใจ สงสาร เป็นห่วง ถ้าเราเป็นห่วง ให้พาไปพบแพทย์เสีย จะได้รู้ว่าเป็นจริงๆ แต่อย่าไปหลงเชื่อเพราะเขาใช้วิธีนี้เพื่อทำให้เรายอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการ อย่าพยายามไปเปลี่ยนนิสัย (เพราะมันอาจจะเป็นสันดาน) การจะเปลี่ยนนิสัยใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งนิสัยที่เป็นมานานตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นสันดานบางทีก็ยากที่เราจะไปแก้ไข ถ้าจะแก้ไขเราควรปรับตัวเองจะง่ายเสียกว่า หรือถ้าเขาจะเปลี่ยนก็ต้องเกิดจากเขาคิดได้เอง เพราะยิ่งเราไปบอกหรือชี้แจ้งว่าเขาเป็นคนนิสัยชอบควบคุมคนอื่น ซ้ำร้ายอาจจะกลายเป็นหาทางควบคุมเรามากขึ้นไปอีก จำไว้เสมอว่าปัญหาอยู่ที่เขาไม่ใช่เรา […]

แม้ชีวิตต้องพบแต่ ความสูญเสีย แต่หัวใจไม่ยอมเสียศูนย์

หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับความสูญเสียแต่เมื่อสรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ทำให้การพลัดพรากจากลาเป็นเรื่องยากเกินหลีกเลี่ยงฉันจึงต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญกับความสูญเสียด้วยใจที่เป็นกลาง

เรื่องเล่าแห่งความรักของ อารอง เค้ามูลคดี

เรื่องเล่าแห่งความรักของ อารอง เค้ามูลคดี ห้วงเวลาแห่งความรักที่คู่รักอมตะ รอง - ปทุมวดี เค้ามูลคดี จับมือเดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน แม้ในวันนี้คู่ชีวิตจะถูกโรคภัยรุมเร้า แต่มือทั้งสองของ รอง เค้ามูลคดี ยังคงเกาะกุมมือของภรรยาไว้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความรักที่หล่อหลอมให้คนสองคนกลายเป็นเหมือนเป็นคนคนเดียวกันนั้นยิ่งใหญ่เพียงไร เรื่องราวของคุณรอง เค้ามูลคดี คงเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดี ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักอมตะของวงการบันเทิง จุดเริ่มต้นของความรักเป็นอย่างไรคะ ตอนนั้นทุมเป็นนักร้องดังมาก รูปเขาลงหน้าปกหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์เป็นประจำผมก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาดีนะ วันหนึ่งได้เจอกันที่รายการเพลงยามเย็น เพราะเขามาเป็นนักร้องรับเชิญในรายการพร้อมเพื่อนอีกคน ผมมองว่าเขาสวย แต่กลับไปจีบเพื่อนเขา (หัวเราะ) แล้วก็เป็นแฟนกับเพื่อนเขาด้วย แต่ทะเลาะกันทุกวัน พอมีปัญหาก็ปรึกษาทุมซึ่งตอนนั้นเป็นเพื่อนกันแล้วว่า “ทุม เราเบื่อเพื่อนนายจังเลย ทะเลาะกับเราทุกวัน เซ็งมาก” ทุมก็แนะนำว่าทำอย่างนี้ ๆ สิ ซึ่งพอทำตามก็ดีขึ้นแต่ไม่นานก็กลับมาทะเลาะกันอีก จนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป เพราะคิดว่า ขนาดเป็นแฟนยังทะเลาะกันอย่างนี้ ถ้าแต่งงานกัน บ้านไฟไหม้แน่ หลังจากเลิกกับเพื่อนเขาแล้วก็เจอทุมบ่อยขึ้น เราไปเที่ยว ไปกินข้าวด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ เวลามีปัญหาอะไร ทุมช่วยแนะนำได้หมด ผมก็เห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เก่งและมีน้ำใจมาก บางวันเขาถามว่า “วันนี้เป็นอะไรหน้าเหี่ยวมาเลย ไม่มีเงินเหรอ เอาเงินเราไปใช้สักสองพันก่อนไป” นานวันเข้าก็ทำให้คิดได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ดี ถ้าสักวันมาเป็นแฟนเป็นภรรยา ชีวิตเราอยู่รอดแน่ เวลาเจออะไรคับขันก็ช่วยกันแก้ไปได้ แต่ก็ไม่เคยบอกรักเขาสักที วันที่ตัดสินใจบอกรัก เหมือนฉากโรแมนติกในละครหรือเปล่าคะ วันที่ขอแต่งงานคือวันที่ไปกินข้าวกันเป็นกลุ่มสิบกว่าคน ผมนั่งติดกับทุม ในใจก็คิดว่าเอาไงดีนะ พอรวบรวมความกล้าแล้วก็จับมือบอกเขาว่า “เธอกับฉันแต่งงานกันนะ”ทุมก็ตกใจ แต่ผมก็ยืนยัน ทุมเลยบอกว่า“ถ้าอย่างนั้นไปขอกับพ่อเลย” ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 21 ปี ถ้าไปบอกพ่อให้ไปขอผู้หญิง พ่อคงไม่ไปให้ แต่ก็เสี่ยงดู พ่อถามว่า “แต่งกับใคร เลี้ยงเขาได้เหรอแล้วเราก็ควงคนโน้นคนนี้ ให้ฉันไปขอให้วันหนึ่งไปทิ้งลูกเขา ใครล่ะที่โดนถอนหงอกฉันไม่ขอให้หรอก อยากแต่งก็ไปขอเอง” หลังจากนั้นผมก็ไปมาหาสู่ทุมที่บ้านอยู่เป็นปี รู้จักครอบครัวเขาหมด แต่ไม่กล้าพูดเรื่องแต่งงานกับพ่อของเขา จนช่วงหนึ่งผมหายไปสักพักเพราะงานยุ่งและไม่สบาย ทุมโทร.มาบอกว่าพ่อถามหา วันรุ่งขึ้นจึงไปหาแล้วบอกพ่อทุมว่าอยากขอทุมแต่งงาน พ่อเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “คุณจะเอาอะไรเลี้ยงลูกผม” เราก็บอกไปตามตรงว่าไม่มีเงิน แต่มีความจริงใจ แล้วให้สัญญากับพ่อของทุมว่า“ผมกับทุมจะแยกกันต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งอยู่บนเมรุ” ซึ่งพ่อเขาก็เชื่อ เราจึงได้แต่งงานกัน วันแต่งงานผมไม่มีเงินเลย ญาติพี่น้องของทุมมากันเต็มบ้าน พอผมเดินเข้ามาก็เห็นมีพานผูกผ้าอย่างดี ถึงเวลาทำพิธีพ่อตาบอกให้แกะผ้าออก ในนั้นมีทั้งสร้อยกำไล แหวนเพชรเต็มไปหมด อีกพานเป็นเงินสดซึ่งรวบรวมมาจากญาติพี่น้องของเขาเห็นอย่างนั้นผมน้ำตาไหลเลย ครอบครัวของเขาทำเพื่อเราขนาดนี้ คลิกเลข 2  เพื่ออ่านหน้าถัดไป   เคยได้ยินว่าหลังแต่งงานก็ยังเจ้าชู้แล้วมีจุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองมาเป็นแฟมิลี่แมนได้เหมือนทุกวันนี้คะ หลังแต่งงานก็ยังมีเจ้าชู้บ้างประปราย(ยิ้ม) เพราะผมแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยเรียกว่ายังไม่ค่อยมีความรับผิดชอบนัก ทุมเคยถามว่า ตกลงจะเอายังไง ถ้าคิดว่าผู้หญิงคนนั้นดีก็ไปเลย ไม่โกรธกัน จะดูแลลูกเองแต่ผมไม่ยอมไปไหน และให้สัญญาว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งก็เลิกจริง ๆ นะ แต่ไม่ได้พูดถึงผู้หญิงคนโน้น (หัวเราะ) ทำเอาทุมปวดหัวมาก แต่แล้ววันหนึ่งก็มาคิดได้ว่า เราสร้างปัญหาให้ครอบครัวไว้เยอะมาก ลูกกับเมียไม่ค่อยมีความสุขกันเลย เพราะพ่อเอาปัญหาเข้ามาตลอด ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปลูกแย่แน่ ๆเรามีทั้งลูกสาวและลูกชายที่โตขึ้นทุกวัน แล้วจะไปสอนลูกได้อย่างไร ในเมื่อพ่อเป็นแบบอย่างให้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็หยุดหมดทุกอย่างกลายมาเป็นคนติดบ้านจนถึงปัจจุบันนี่แหละ ในสายตาของคุณรองแล้ว คุณปทุมวดีเป็นผู้หญิงแบบไหนคะ เขาเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงมาก เพื่อนฝูงเยอะ มีความสุข สนุกสนาน และใจดีที่สุดใจดียิ่งกว่ามหาสมุทร เป็นคนจริงใจมากไม่เคยนินทาคน ชีวิตนี้มีแต่ให้จริง ๆ ไม่มีเงินขอให้บอกทุม ตอนสาว ๆ เขาเปรี้ยวมากชอบแต่งหน้าแต่งตัว ต้องสวยตลอด ตื่นเช้ามาต้องแต่งหน้า เราถามว่าแม่จะไปไหน เขาบอกไม่ไป แต่ฉันต้องสวย แต่งหน้าทุกวันอยู่บ้านก็ต้องแต่ง (ยิ้ม) แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนชอบทำบุญชอบสวดมนต์นะ คนในบ้านสวดมนต์สู้เขาไม่ได้สักคน ตื่นมาตีห้าเขาจะไปหุงข้าวก่อนแล้วก็ไปสวดมนต์ที่ห้องพระ เวลาสวดมนต์ก็ไม่ได้สวดเบา ๆ สวดทีได้ยินกันหมดไม่รู้กี่หลังต่อกี่หลัง แล้วสวดเป็นชั่วโมงทุกวันสวดมนต์เสร็จตอนหกโมงเช้า ก็ไปตักข้าวใส่ถุงออกไปนั่งรอใส่บาตรหน้าบ้าน ทำอย่างนี้หลายสิบปีไม่เคยขาด ขนาดไม่สบายยังต้องประคองไปใส่บาตรเลย เรื่องสวดมนต์ก็อย่าหวังว่าจะหยุด สวดทุกวัน เคร่งมาก เขาชอบเข้าวัดทำบุญมากด้วย เช้ามาก็จะไปซื้อของถวายพระที่วัดลาดพร้าว ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปด้วยนะ บางวันก็ไปวัดทุ่งเศรษฐีที่ราม 2 ไกลขนาดนั้นก็ไป ไปทำความสะอาดวัด จัดดอกไม้ถวายพระทั้งวัด เขาชอบทำบุญมาก ๆ ความดีอะไรของคุณปทุมวดีที่เอาชนะใจได้เสมอคะ เขาเป็นผู้หญิงที่จริงใจมาก รักบอกว่ารัก เกลียดบอกว่าเกลียด ถ้าเป็นเรื่องที่ทำเพื่อลูกเพื่อสามี เขาทุ่มเทสุดชีวิต เขาอยู่เคียงข้างเราเสมอ ครั้งที่ประทับใจมากที่สุดคือ ตอนที่โดนยึดทรัพย์จากการไปค้ำประกันให้เพื่อน ตอนนั้นทุมโทร.มาหาตอนกำลังถ่ายละคร บอกให้กลับบ้านด่วน เพราะถูกยึดทรัพย์ไปหมดแล้ว มาถึงบ้านก็เห็นลูกร้องไห้กระจองอแง เราก็เดินเข้าไปขอโทษเขา แต่เขากลับบอกว่า “พ่อไม่ต้องขอโทษหรอกไม่มีใครว่าพ่อเลย แต่เสียใจมากกว่าที่พ่อไม่มาปรึกษา วันหลังอย่าให้เกิดขึ้นอีกแล้วกัน” เขาไม่โกรธเลยและเป็นกำลังใจให้เสมอหลังเหตุการณ์นี้ผมไปบวช เขาก็ตามไปนุ่งขาวห่มขาวถือศีล พาลูกไปช่วยงานอยู่ที่วัดด้วยไม่เคยทิ้งเราเลย อยู่เป็นกำลังใจให้ตลอด คลิกเลข 3  เพื่ออ่านหน้าถัดไป ได้ชื่อว่าเป็นคู่รักอมตะและคู่รักตัวอย่างของวงการบันเทิง มีหลักในการครองคู่ให้ยืนยาวอย่างไรคะ คนเราจะอยู่ด้วยกันได้ต้องมี “ความอดทน” ความอดทนอยู่เหนือการให้เกียรติและความรักนะ เพราะถ้าต่างคนต่างไม่อดทนทุกอย่างก็จบหมด สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือเมื่อคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ ถ้าทำได้ ชีวิตคู่ไม่มีวันพังแน่นอน ผมเป็นคนขี้โมโห ทุมก็ขี้โมโหเหมือนกันแต่โชคดีมากที่เขายอมเป็นน้ำ เวลาผมโวยวายเขาจะเฉย พอผมหยุด เขาก็จะเข้ามาพูดว่า“รอง คิดใหม่ซิ คิดให้ดี ๆ ที่โวยมาเมื่อกี้ใครผิด” ผมก็ถาม “ทำไมแม่ไม่บอกล่ะ”เขาก็ตอบว่า “ถ้าฉันบอกก็ต้องทะเลาะกันตายไปข้างหนึ่ง ฉันรอให้เธอหายบ้าก่อนแล้วค่อยบอกว่าอะไรผิดอะไรถูก” เมื่อมีปัญหาที่จะทำให้เลิกกัน ต้องมีคนที่เป็นคนดึง ถ้าปล่อยมือกันทั้งคู่ก็จบ แต่ถ้าเราสลับกัน คนหนึ่งร้อน คนหนึ่งยอมเย็นเป็นน้ำก็อยู่ด้วยกันได้ นี่แหละที่ประคองชีวิตคู่กันมาได้ 48 ปี ผมคิดเสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด เพราะให้สัญญากับพ่อเขาไว้แล้ว ก็ต้องยึดถือสัจจะของตัวเองผมเป็นคนที่ยึดถือเรื่องนี้มาก ถ้าเคยให้สัจจะกับใครแล้วจะไม่มีวันลืม นอกจากนี้สิ่งสำคัญของการที่คนเราอยู่ด้วยกันยังขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ผู้หญิงคนนี้มาอย่างไร ได้มาจากการที่คุณรักเขา หรือได้มาจากการที่คุณอยากได้เขาถ้าวันใดที่คุณคิดว่าคุณอยากได้ผู้หญิงคนนี้คุณอยู่กันไม่ยาวหรอก แต่ถ้ารู้สึกว่าฉันรักผู้หญิงคนนี้จังเลย ฉันจะอยู่ดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุดและนานที่สุด ก็จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป ขอถามถึงอาการป่วยของคุณปทุมวดีบ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรคะ เขาเป็นโรคเอแอลเอส หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงระยะสุดท้าย แต่โชคดีที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน อาการก็ยังทรง ๆ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล ตอนแรกทุมป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษก่อน แต่รักษามานานก็ไม่หาย ย้ายไปหลายโรงพยาบาล อาการก็ไม่ดีขึ้น วันหนึ่งไปตรวจสแกนโรคด้วยเครื่องมือตัวใหม่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงรู้ว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงระยะสุดท้าย ตามจริงแล้วหมอบอกว่าโรคนี้ไม่มีทางรักษา ต้องรอคนไข้เสียชีวิตอย่างเดียววันหนึ่งหมอเรียกผมกับยุ้ยเข้าไปพบและบอกว่าหมดทางรักษาแล้ว ถ้าคุณเห็นว่ามีทางไหนพอช่วยได้ก็ให้ลองหามาคุยกัน เพราะเวลานั้นทุมไม่รู้สึกตัวแล้ว นอนนิ่ง เรียกก็ไม่ขยับเขย่าก็ไม่รู้สึก มีแต่ลมหายใจ ซึ่งหมอบอกให้เตรียมใจได้เลย ยุ้ยก็พยายามหาทาง จนรู้จักยาตัวหนึ่งเป็นยาที่มีส่วนผสมของเห็ดซางฮวงซึ่งราคาแพงมาก ชุดละเป็นล้านบาท แต่เราก็สู้ จึงเข้าไปคุยกับ ดร.แฟรงค์ ชาน เจ้าของยาเขาให้เราเอายามาให้ทุมกินดูก่อน ลองไปจนชุดที่ 4 ทุมเริ่มลืมตา มองคนโน้นคนนี้ แล้วก็เริ่มยิ้ม ผมบอกยุ้ยเลยว่า หมดเงินเท่าไหร่หมดไป ขอให้แม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งดร.แฟรงค์ขอมาเยี่ยม จึงได้คุยกับเขาเรื่องค่ายา เพราะเอามาหลายชุดแล้ว แต่เขากลับบอกว่า “พี่คิดว่าผมจะเอาตังค์พี่เหรอ ผมชื่นชมพี่มากนะ พี่รักครอบครัว ยากี่ชุดให้พี่ทุมกินไปเลย ผมไม่คิดเงิน” ผมซาบซึ้งใจมาก จากนั้นอาการของทุมก็ดีขึ้นเรื่อย ๆเริ่มคุยได้ แต่เวลาคุยเราต้องอ่านปาก เพราะเขาเจาะคอใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่ตอนนี้อาการก็ทรุดลงกว่าช่วงนั้น ตอนที่ทราบว่าคู่ชีวิตอาการหนักขนาดนี้ ในใจคิดอย่างไรคะ ช่วงแรกที่รู้ ผมคิดว่ายังไงก็ต้องรักษากันไป แต่วันที่หมอเรียกผมและยุ้ยเข้าไปพบและบอกแนวทางการรักษาว่าคงต้องรอคนไข้เสียชีวิตอย่างเดียว ตอนนั้นเข่าอ่อนเลยนะก่อนหน้านี้ตอนที่สูญเสียลูกชายก็หนักหนาสาหัสแล้วนะ ต่อมาก็สูญเสียพ่อกับแม่ นี่มาถึงเมียอีกแล้วเหรอ จะไม่มีใครเหลือแล้วใช่ไหมแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด ตอนเขาป่วยเราพูดกับเขาเสมอว่า “แม่แม่อย่าทิ้งพ่อนะ เราเป็นคนคนเดียวกันพ่อเป็นร่างกาย แม่เป็นหัวใจนะ ถ้าวันหนึ่งหัวใจหยุดเต้น แม่ต้องคิดว่าร่างกายจะอยู่อย่างไร” ช่วงนั้นเราคิดมาก นั่งคิดและเหม่อลอยไปเรื่อย จนตอนหลังน้องชายน้องสาวเริ่มมาบอกว่า พี่อย่าเครียดนะ ยุ้ยมันเริ่มเป็นทุกข์แล้วนะ เพราะเขาเริ่มสังเกตว่าพ่อนั่งเหม่อลอย ทั้งที่เมื่อก่อนเราไม่เคยเป็น จึงรู้ว่าถ้าเราเครียด เราทุกข์ ลูกจะยิ่งทุกข์หนัก เลยไม่เอาแล้ว ในเมื่อในใจมีความทุกข์แสนสาหัสขนาดนี้ รับมือกับความทุกข์อย่างไรคะ ผมคิดว่าความทุกข์เป็นของเรา ไม่ควรเอาความทุกข์ของเราไปทำให้คนอื่นทุกข์ด้วย เราต้องหาวิธีการจัดการเอง ซึ่งสำหรับผมแล้ว เวลาปลดปล่อยทุกข์คือตอนขับรถอยากคิดอะไรก็คิดให้เสร็จ อยากร้องไห้ก็ร้องไป อยากตะโกนให้หายเครียดก็ทำแต่พอจอดรถหน้าบ้านแล้ว ฉันต้องเป็นรองเค้ามูลคดี ที่ร่าเริงและมีความสุขให้ได้ ส่วนวิธีคลายทุกข์ที่ได้ผลคือการสวดมนต์ เวลาสวดมนต์เสร็จจะรู้สึกเลยว่าใจโล่งสบาย ตอนนี้จึงชอบสวดมนต์มาก ต้องสวดเช้า - เย็น การสวดมนต์ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก เพราะทำให้ใจสงบและมีสติ ตอนนี้ติดการสวดมนต์ไปแล้ว คลิกเลข 4 เพื่ออ่านหน้าถัดไป ให้กำลังใจตัวเองอย่างไรคะ […]

keyboard_arrow_up