โมฮาเหม็ด บีซีค ชายใจบุญผู้อุทิศตนดูแลเด็กป่วยหนักที่ไม่มีใครต้องการ

โมฮาเหม็ด บีซีค ชายใจบุญผู้อุทิศตนดูแลเด็กป่วยหนักที่ไม่มีใครต้องการ ในปี 1978 โมฮาเหม็ด บีซีค (Mohamed Bzeek) ย้ายจากลิเบียมาอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในฐานะนักศึกษาวิทยาลัย ต่อมาได้พบกับ ดอว์น (Dawn) หญิงสาวผู้เริ่มอุปการะเด็กมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 80 บ้านของเธอเป็นบ้านพักฉุกเฉินสำหรับเด็กและผู้ที่ต้องการที่พักเร่งด่วน หลังจากแต่งงานกันปี 1989 ทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่อ่อนแอและเปราะบางที่สุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองเปิดบ้านรับเด็กจำนวนหลายสิบคน และเปิดคลาสที่วิทยาลัยชุมชนสอนการเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์และวิธีจัดการกับความเจ็บป่วยและความตายของเด็ก ดอว์นทำงานกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษครอบคลุมทั่วรัฐเคียงข้างไปกับแพทย์เพื่อปรับปรุงการดูแลอุปถัมภ์ และกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นหนึ่งในแม่บุญธรรมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งของรัฐ ต่อมาในปี 1991 มีเด็กในอุปการะเสียชีวิตเป็นคนแรก ประสบการณ์ครั้งนี้มีผลต่อสองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก ในช่วงกลางทศวรรษ 90 ทั้งคู่จึงตัดสินใจมุ่งเน้นดูแลแต่เด็กที่เจ็บป่วยรุนแรงซึ่งไม่มีใครรับไปช่วยเหลือดูแล โมฮาเหม็ดบอกว่า “กุญแจสำคัญคือ คุณต้องรักเด็ก ๆ เหล่านั้นให้เหมือนลูกของตัวเอง ผมรู้ว่าพวกเขาเจ็บป่วย ผมรู้ว่าพวกเขากำลังจะตาย ผมทำดีที่สุดในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และปล่อยที่เหลือไว้กับพระผู้เป็นเจ้า” เมื่อปี 1997 โมฮาเหม็ดและดอว์นมีลูกของตัวเองหนึ่งคนชื่อ อดัม ซึ่งเกิดมาพร้อมโรคแคระแกร็นและโรคกระดูกเปราะ สามารถกระดูกแตกหักได้ตลอดเวลา แค่เปลี่ยนผ้าอ้อมก็ทำให้กระดูกแตกได้ หนูน้อยป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา จนเสียชีวิตในปี 2015 ทั้งคู่ยังคงสานต่อภารกิจนี้อย่างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบันครอบครัวบีซีคดูแลเด็กหญิงพิการรุนแรงวัย […]

น้ำใจแม่ค้า เรื่องยิ้ม ๆ ของเจ๊หน่อย แม่ค้าใจบุญ

น้ำใจแม่ค้า เรื่องยิ้ม ๆ ของเจ๊หน่อย แม่ค้าใจบุญ ชวนชาวซีเคร็ตมารู้จักกับเรื่องราวดี ๆ ของ แม่ค้าใจบุญ หรือ เจ๊ หน่อย กัน เรื่องราวของเธอเป็นอย่างไร จะเป็น แม่ค้าใจบุญ สมฉายานามหรือไม่ ลองอ่านเรื่องราวของเธอกัน เวียงสวรรณ์ แก้วสำลี หรือ คุณหน่อย (หรือเจ๊หน่อย) เคยขายข้าวแกงแถวสนามหลวงอยู่ 2 - 3 ปี เธอเห็นคนเร่ร่อนจำนวนมากซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนเหล่านี้มาสนามหลวงเพื่อหาที่พักพิงเท่านั้น เมื่อมีโอกาส คุณหน่อยจึงช่วยเหลือพวกเขาเท่าที่สามารถทำได้    “ถ้าคนเร่ร่อนนอนเจ็บป่วยโอดครวญอยู่ข้างถนน ฉันจะโทร.เรียกรถกู้ชีพจากศูนย์นเรนทรพาไปส่งโรงพยาบาล แล้วจะเข็นรถขายของไปตรงจุดที่มีคนเจ็บ รอจนกว่ารถจะมารับเขา บางคนร้องหิวข้าวฉันก็ตักข้าวแกงไปให้” พ.ศ. 2554 คุณหน่อยต้องย้ายออกจากสนามหลวงเพราะมีประกาศห้ามค้าขาย เธอย้ายมาขายข้าวราดแกงข้างวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เธอยังคงช่วยเหลือคนเร่ร่อนอยู่เสมอ วันหนึ่งเธอเห็นคนเร่ร่อนเก็บข้าวกล่องจากถังขยะซึ่งปนเปื้อนสารหนูมากินและเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา เธอจึงสมัครเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิอิสรชน ซึ่งทำงานเพื่อช่วยเหลือคนเร่ร่อน “เมื่อเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิ รถเข็นของฉันจะติดป้ายว่าเข้าโครงการฝากข้าวเพื่อผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ คนเร่ร่อนจะรู้ว่า ถ้าหิวก็เดินมากินข้าวที่ร้านได้ตลอด คนทั่วไปที่ต้องการมอบอาหารให้คนเร่ร่อนก็นำเงินมาให้ฉันร้อยสองร้อย และถึงจะไม่มีผู้มาให้เงินเลย ฉันก็ยังให้อาหารพวกเขาฟรี” กว่า 5 ปีที่คุณหน่อยเป็นจิตอาสาเธอรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ   เรื่อง เวียงสวรรณ์ แก้วสำลี เรียบเรียง Ametal บทความน่าสนใจ ครูนัท หนุ่มใจบุญ อุทิศตนวิ่งเพื่อ รพ.ทองผาภูมิ Mari Malek : มาริ มาเลก ผู้ลี้ภัยจากซูดาน สู่ซูเปอร์โมเดลใจบุญ มิตรภาพอบอุ่น ! หนุ่มออฟฟิศใจบุญ สอนหนังสือให้คนเร่ร่อน รักวัวให้ผูก รักลูกต้องสอนให้รู้จัก “ให้” บทเรียนสำคัญจาก สุดยอดมหาเศรษฐีใจบุญของโลก “สุขกับปัจจุบัน” มิว นิษฐา จิรยั่งยืน ความสุขจากคำขอบคุณ บทความที่คนกำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานควรอ่าน […]

keyboard_arrow_up