true story : แรงกตัญญู

true story : แรงกตัญญู ฉันเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่า ลูกคนสุดท้องมักเอาแต่ใจและพ่อแม่มักโอ๋ลูกคนนี้เสมอ ลูกคนสุดท้องจึงมักได้สิ่งที่ต้องการ จะดื้อดึงงอแงก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่ชีวิตของฉันไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะดูเหมือนว่าฉันเป็นลูกคนสุดท้องที่อาภัพกว่าใคร แต่ฉันเชื่อว่าความกตัญญูต่อบุพการีที่ฉันยึดมั่นในใจเสมอมาจะช่วยให้ชีวิตของฉันไม่ตกต่ำจนถึงกับอับจนหนทาง ปู่กับย่าของฉันค่อนข้างฐานะดี พ่อของฉันเป็นทหาร ส่วนแม่เป็นสาวชาวบ้านที่อาศัยอยู่คนละฝั่งคลอง เมื่อพบรักและแต่งงานกันก็ปลูกเรือนหอเล็ก ๆ อยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านปู่ย่า พ่อกับแม่มีลูก 5 คน ลูกสาว 4 ลูกชาย 1 ฉันเป็นลูกสาวคนสุดท้อง เมื่อฉันอายุ 1 ขวบก็เกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของทุกคนในครอบครัวคือ วันหนึ่งพ่อพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ที่บ้าน แถมยังจูงลูกอายุพอ ๆ กับฉันมาอีก 1 คนด้วย ถึงแม้ว่าแม่เป็นชาวบ้านธรรมดา การศึกษาไม่มากแต่ก็เป็นผู้หญิงใจเด็ด แม่ตัดสินใจรื้อเรือนหอขนใส่เรือย้ายมาปลูกในที่ดินของยายซึ่งอยู่ติดคลองไม่ไกลกันนัก ตอนแรกจะเอาลูกทั้ง 5 คนมาด้วย แต่ปู่กับย่าขอเอาหลานที่โตพอใช้งานได้ไว้ 2 คนคือ พี่สาวคนโตกับพี่สาวคนรอง ที่เหลือ 3 คน คือ พี่ชายอายุ 3 ขวบ พี่สาวอายุ 2 […]

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี พระอินทร์ หรือนามในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเรียกว่า “ท้าวสักกเทวราช” ในคติพระพุทธศาสนาเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นพระราชาแห่งเทวดาบนสวรรค์ชั้นที่สองคือ “ดาวดึงส์” มีความหมายว่า “สามสิบสาม” เพราะสวรรค์ชั้นนี้พระอินทร์ทรงปกครองสวรรค์ร่วมกับเทวดาที่เป็นพระสหายอีก 32 พระองค์ แล้วเวลาเสด็จไปไหนพร้อมกับพระสหายจะประทับบนช้างเอราวัณ ช้างสวรรค์เชือกนี้ไม่ใช่ช้างธรรมดา แต่เป็นเทพบุตรที่จำแลงกายเป็นช้างให้พระอินทร์และพระสหายทรงเวลาเดินทางไปในที่ต่าง ๆ     พระอินทร์มีผิวกายสีเขียวมรกต สถิตในปราสาทนามว่า “ไพชยนตปราสาท” ภายในดินแดนที่พระอินทร์ปกครอง คือ “เมืองสุทัศน์” ประกอบด้วยอุทยาน 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานนันทวัน อุทยานปารุสกวัน อุทยานจิตรลดาวัน อุทยานมิสกวัน อุทยานมหาวัน และอุทยานปุณฑริกะ ล้วนแต่เป็นอุทยานที่รื่นรมย์ เป็นที่พักผ่อนหย่อมใจของเหล่าเทวดาและนางฟ้า ทรงมีพระแท่นศิลาเป็นบัลลังก์ชื่อว่า “บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” และมีต้นดอกทิพย์ที่เกิดจากบุญของพระองค์คือ “ต้นปาริชาติ” มีคุณวิเศษคือ หากผู้ใดได้กลิ่นของดอกปาริชาติผู้นั้นจะสามารถระลึกชาติได้ พระองค์ทรงมีพระมเหสีทั้งหมด 4 นาง ได้แก่ สุธรรมา สุจิตรา สุนันทา และสุชาดา ล้วนแต่มีรูปงามไม่แพ้กัน   […]

Dhamma Daily : คนที่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี ถ้าอยากกลับตัวเป็นคนดีต้องทำอย่างไร

Dhamma Daily : คนที่ถูก สังคมตราหน้า ว่าเป็นคนไม่ดี ถ้าอยากกลับตัวเป็นคนดีต้องทำอย่างไร ถาม: คนที่ถูก สังคมตราหน้า ว่าเป็นคนไม่ดี เช่น คนที่ครั้งหนึ่งเคยติดยา หรือพวกเด็กแว๊น เขาจะต้องทำอย่างไรคะ ถ้าต้องการกลับตัวเป็น คนดี ตอบ: ถ้าเขาอยากเป็นคนดีจริงๆ สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนแปลงคือจิตใจ แค่ความรู้สึกภายในใจเปลี่ยนเป็นใฝ่ดี เขาก็จะกลายเป็นคนดีทันทีเลย แม้ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะ เพราะจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้ามีจิตตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีแล้ว พฤติกรรมและวาจาก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย เรียกได้ว่าแค่ใจคิดจะเปลี่ยนขณะนั้นก็ได้เป็นคนดีเรียบร้อยแล้ว หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com บทความน่าสนใจ True story : เพราะเห็นธรรม จึงกลับใจ อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของแก๊งค์ที่เคยยืดติดคำว่า เอาคืน! องคุลีมาล มหาโจรกลับใจ จักรกฤษณ์ ศิริมณฑา จอมมาร กลับใจ! กลับตัวเป็นคนดีไม่มีคำว่าสาย เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง : […]

จามาล โคล ผู้มาปรากฏตัวในวันที่หิมะตกหนัก

คนดี ผู้มาปรากฏตัวในวันที่หิมะตกหนัก การทำความดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกนี้ก็สามารถทำความดีได้ เหมือนเรื่องของ จามาล โคล ชายหนุ่มคนหนึ่งจากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จามาล เป็นหัวหน้ากลุ่ม My Block, My Hood, My City ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่คอยทำความดี ช่วยเหลือคนในสังคมโดยไม่หวังผลกำไร

พลังของการทำความดี – สุวรรณฉัตร พรหมชาติ เจ้าของฉายา แท็กซี่อุ้มบุญ

พลังของการทำความดี – สุวรรณฉัตร พรหมชาติ เจ้าของฉายา แท็กซี่อุ้มบุญ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ ” แท็กซี่อุ้มบุญ ”  กันมาบ้างแล้ว นี่คือฉายาของเจ้าของแท็กซี่สีเขียวเหลือง เขาคนนี้มีชื่อว่าสุวรรณฉัตร พรหมชาติ เขาเป็นที่รู้กจักจากการให้พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี คนพิการและคนตาบอด นั่งรถฟรี แถมยังอาสาอุ้มผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาตขึ้นรถฟรีอีกด้วย “พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี นิมนต์ นั่งฟรีครับ” “ผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต อุ้มฟรี คนพิการ คนตาบอด นั่งฟรีครับ” นี่เป็นสติ๊กเกอร์ข้อความที่ติดรอบรถแท็กซี่ของเขาจากประสบการณ์ชีวิตที่เขา “ได้รับ”ความช่วยเหลือจากผู้อื่นในขณะประสบวิกฤติชีวิตหลายครั้ง จนเกิดเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ให้เขาอุทิศชีวิตเพื่อ “ตอบแทน” สังคม ย้อนไปในวัยเด็ก ชีวิตของสุวรรณฉัตรลำบากมากจนต้องบวชเป็นสามเณร เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะแบ่งเบาภาระของแม่ได้ระหว่างนั้นเขาออกตามหาพ่อที่ไม่เคยพบกัน “ผมออกตามหาพ่อขณะที่ยังเป็นสามเณรตอนนั้นเดินตามหาไปตามที่ต่าง ๆ จนได้พบคุณลุงขับรถตู้คนหนึ่ง ท่านพาผมไปส่งยังที่หมายโดยไม่เก็บค่ารถ ทั้งยังถวายปัจจัยให้ด้วย 100 บาท ผมประทับใจว่าท่านเป็นพุทธบริษัทที่ดี และตั้งใจว่าต่อไปจะทำอย่างที่คุณลุงท่านนี้เคยทำให้ได้ จึงเป็นที่มาของการนิมนต์พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี นั่งรถฟรี” หลังจากที่ได้พบกับพ่อ สุวรรณฉัตรจึงสึกออกมาทำงาน พออายุ 15 ปีก็ตัดสินใจเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่กลับโดนหลอกไปใช้แรงงานในเรือประมงที่จังหวัดชุมพรครั้งนี้เขาได้รับน้ำใจอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันลืม “ก่อนถูกบังคับให้ลงเรือ ผมถูกเรือชนขาจนเป็นแผลฉกรรจ์ 8 วันที่อยู่บนเรือลำนั้นผมไม่ได้กินยาหรือใส่ยาใด ๆ เลย เมื่อกลับเข้าฝั่งจึงหนีออกมา จนได้เจอกับรถสองแถว คนขับรถมีน้ำใจพาไปส่งที่สถานีรถไฟชุมพรแม้รถไม่ผ่านทางนั้น ผมนอนไข้ขึ้นอยู่ที่ม้าหินอ่อนในสถานีรถไฟ หัวเข่าเน่าเฟะแมลงวันตอม คนผ่านไปผ่านมาทั้งวันไม่มีใครสนใจ มารู้สึกตัวอีกทีตอนมีคนมาเขย่าตัวลืมตาขึ้นมาก็เห็นชายหญิงหกเจ็ดคน ซึ่งคงเป็นคนที่มาใช้แรงงานที่นี่ “ผมเล่าเรื่องที่เจอมาให้พวกเขาฟัง เขาก็ไปซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อตั๋วรถไฟ และรวบรวมเงินมาให้อีก 300 บาท พวกเขาเป็นเหมือนเทวดามาโปรด ถึงไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่หมางเมินเพื่อนมนุษย์ ความเมตตาของพวกเขากลายเป็นแรงผลักดันให้ผมช่วยเหลือผู้ป่วย โดยบริการอุ้มผู้พิการ อัมพฤกษ์อัมพาต นอนติดเตียงไปกลับโรงพยาบาลมาตลอด” เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ สุวรรณฉัตรแสวงหางานสุจริตทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แต่ครั้งหนึ่งกลับถูกนายจ้างโกงเงินเดือนและทำร้ายร่างกาย ในที่สุดจึงหันมาทำอาชีพอิสระคือขับแท็กซี่ และนับแต่วันแรกที่ทำอาชีพนี้เขาก็ตั้งใจทำความดีมาโดยตลอด “ผมเริ่มขับแท็กซี่เมื่ออายุ 18 ปีตอนแรกต้องขับรถเช่า จึงไม่ได้ติดสติ๊กเกอร์ข้อความที่รถเหมือนตอนนี้ พอลงไปนิมนต์ พระท่านมานั่งรถ ท่านเดินหนี คิดว่าเป็นมิจฉาชีพก็มี แต่ผมก็ทำแบบนี้มาตลอดส่วนการรับส่งผู้ป่วย แรก ๆ จะเป็นการบอกปากต่อปาก ถ้าไปเจอผู้ป่วยตามโรงพยาบาลก็อุ้มมานั่งฟรีเลย ตัวใหญ่แค่ไหนก็อุ้มให้ถ่ายหนัก ถ่ายเบา ผมไม่เคยรังเกียจ ผมถือว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ ไม่จำเป็นต้องได้รับผลประโยชน์หรือผลตอบแทนใด ๆ ต่อมาเมื่อผมซื้อรถของตัวเอง จึงติดเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่รถ ซึ่งมีคนโทร.มานัดคิวรับส่งตลอดทุกวัน” ตลอด 21 ปีที่ผ่านมานี้ สุวรรณฉัตรช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ได้หวังชื่อเสียง เงินทองหรือผลตอบแทนอื่นใด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมายิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือความสุข “บางคนบอกว่า ต้องรวยก่อนค่อยช่วยเหลือคนอื่น แต่ผมไม่ต้องรอวันนั้นเพราะผมทำอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ผมมีเพียงแค่พละกำลังก็สามารถแบ่งปันให้สังคมได้ ถ้ามัวคิดแต่เรื่องเงิน ชาตินี้คงทำไม่ได้หรอก การได้ช่วยเหลือคนอื่นทำให้ผมมีความสุขและรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า เหนื่อยกายแค่ไหนเดี๋ยวก็หาย ถ้าพรุ่งนี้ผมตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว” สุดท้ายแล้วความดีของเขาก็ไม่ถูกมองข้าม แม้ปัจจุบันเขาจะเน้นการช่วยเหลือเป็นหลัก ทำมาหากินเป็นรอง แต่กลับไม่เคยขัดสน “บางเดือนผมแทบไม่ได้กดมิเตอร์เลยแต่ก็มีคนใจดีช่วยสนับสนุนตลอด บางครั้งไปกินข้าว เจ้าของร้านจำได้เขาก็ไม่คิดเงินบางทีรถติดอยู่ ก็มีคนขับรถเก๋งคันข้าง ๆ ยื่นเงินมาร่วมทำบุญ เด็กแว้นก็ขับตามเอาเงินมาช่วยเวลาไปอุ้มคนไข้ หมอ พยาบาลก็ช่วยเหลือเสมอ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับมา ผมนำมาใช้เป็นทุนในการทำงานเพื่อสังคมต่อไป “คุณต๊อด - ปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งติดตามเฟซบุ๊กของผม และเห็นผมช่วยเหลือคนมาตลอด จึงมอบรถคันใหม่ให้ โดยไม่ต้องการผลประโยชน์ใด ๆ เพียงแค่อยากสนับสนุนให้ผมช่วยเหลือสังคมต่อไป แต่ผมอยากให้คุณต๊อดได้ไปช่วยเหลือสังคมกับผมทุกที่ จึงติดสติ๊กเกอร์โลโก้สิงห์ เพื่อเป็นเกียรติที่คุณต๊อดสนับสนุนให้ทำความดี และรู้สึกว่าได้ไปช่วยเหลือคนด้วยกันตลอด” สุรรณฉัตร มุ่งมั่นที่จะช่วยสังคมไปจนกว่าตัวเองจะหมดแรง และเชื่อได้ว่าความดีที่เขาได้ทำมาตลอดจะยังคงอยู่ในใจของผู้รับทุกคนเสมอ เรื่องโดย : เชิญพร  คงมา ภาพโดย :  สรยุทธ พุ่มภักดี บทความที่น่าสนใจ 10 ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ โดย […]

keyboard_arrow_up