ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ

ยืดหยุ่นให้กับนิยามความสำเร็จของตัวเอง แล้วจะประสบความสำเร็จ โรบิน โอไบรอันต์ ต้องการเขียนหนังสือให้สำนักพิมพ์ใหญ่ นักเขียนทุกคนใฝ่ฝันจะได้ทำสัญญากับสำนักพิมพ์ โรบินก็เช่นกัน แต่วรรณกรรมของเธอกลับไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยเหตุผลเพราะ เธอมีฐานคนอ่านไม่ใหญ่พอที่พวกเขาจะตีพิมพ์หนังสือให้ ปฏิกิริยาแรกของเธอคือทำหน้ามุ่ยและเศร้าเสียใจที่ความฝันพังทลายลง เธออาจตัดสินใจยอมแพ้ และยอมหันหลังกลับไปเป็นนักเขียนนิรนามเหมือนเดิม ไม่ดิ้นรนเขียนหนังสืออีกต่อไป แต่คนอ่านบล็อกของเธอไม่ยอมอยู่เฉย พวกเขาตื้อถามเธอครั้งแล้วครั้งเล่า “เมื่อไหร่หนังสือของคุณจะวางแผง” พวกเขาตั้งคำถามในคอมเมนต์ “หนังสือของคุณเป็นอย่างไรบ้าง” ในช่วงเวลาดังกล่าว คนอ่านของเอสร้างความสัมพันธ์ประเภทบูมเมอแรงขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทุกทวีตหรือบล็อกโพสต์ที่โรบินเขียนลงไปนั้น คือการที่เธอขว้างบูมเมอแรงออกไป จากนั้นมันสะท้อนกลับมาในช่วงเวลานี้ โรลินพยายามอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนเธอตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมฉันต้องเขียนหนังสือเล่มนี้? คำตอบที่ได้ก็ธรรมดามาก “เพราะฉันไม่เขียนไม่ได้” ฉันอยากให้คนอื่นได้อ่านเพราะคิดว่ามันช่วยพวกเขาได้ พวกเขานำไปใช้ประโยชน์ได้ มันทำให้พวกเขาหัวเราะเสียงดังขณะนอนอ่านบนเตียงหลังจากผ่านพ้นวันที่เหน็ดเหนื่อย หลังจากต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก และตัดสินใจใช้ความยืดหยุ่นความฝันของตัวเองที่จะได้เป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง เธอกลับหันมาลงทุนพิมพ์หนังสือเองเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 เธอตั้งชื่อว่า Ketchup Is a Vegetable : and Other Lies Moms Tell Themselves เธอใช้เวลาอีกสองปีต่อมากับการเปิดท้ายรถขายหนังสือเล่มนี้ เธอขนหนังสือไปขายตามสถานที่จัดประชุม และไปทุกหนทุกแห่งที่มีคนอ่าน เธอก้าวเดินไปด้วยความเพียร กันยายน 2013 หนังสือของเธอติดอันดับหนังสือขายดีของทั้งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และยูเอสเอทูเดย์ […]

เช็คตัวเองด่วน! ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องเลิกกับผู้ชายคนนี้?

คู่รักหลายคู่เมื่อคบกันมายาวนาน แม้บางครั้งจะไม่รู้สึกถึงความรักความสุขอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าควรบอกเลิกหรือคบต่อไป เพราะคบกันมานานจนเสียดายเวลาและไม่กล้าเริ่มใหม่ หากคุณกำลังรู้สึกเช่นนี้อยู่ ลองมาเช็คลิสต์ตัวเอง เพื่อตอบคำถามให้ได้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องบอกเลิกต้องตัดใจกับผู้ชายคนนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม : ) บอกเลิกหรือคบต่อ? เช็คตัวเองด่วน! อีกฝ่ายอยากตัดความสัมพันธ์ก่อน เมื่อคุณสองคนคุยกันแล้ว ทั้งพยายามปรับตัว และอธิบายทุกอย่างแล้ว แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะไป ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคบกันต่อ ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนเปิดปากเรื่องนี้ขึ้นมาเอง คุณก็แค่ยอมรับมัน และสะบัดบ๊อบใส่แค่นั้นเอง คุณไม่ลงรอยกันเรื่องเงิน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อมีเรื่องเงินเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวมันจะซับซ้อนเสมอ อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่เงินๆ ทองๆ ของคู่รัก แค่เพื่อนกันยืมเงินกันยังต้องเลิกคบทุกรายไป ถ้าตกลงกันไม่ได้ ดังนั้น ถ้าคุณกับเขาคุยเรื่องเงินกันไม่รู้เรื่อง คุณไม่กล้าที่จะพูดกับเขาตรงๆ เรื่องเงิน คงต้องถึงเวลาบอกลา จับได้ว่าเขาว่าร้ายคุณลับหลัง ไม่ว่าเขาจะอ้างว่าฟังมาจากคนอื่น หรือคุณเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาร้ายๆ พูดจาแย่ๆ ถึงคุณลับหลัง แต่ต่อหน้ากลับทำตัวเหมือนปกติ เรียกได้ว่าเป็นคนที่ไม่ให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด ก็ถือว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าคบหาแม้กระทั่งให้เป็นเพื่อนกัน   แต่ถ้าเขาพูดต่อหน้าคุณ ให้คุณมีโอกาสได้อธิบาย แบบนี้ถึงจะยอมรับได้ แมนๆ คุยกัน คุณเสียเปรียบ เขาได้เปรียบ บางครั้งคนเราก็ต้องคบกันที่ผลประโยชน์บ้าง แต่ควรเป็นผลประโยชน์ที่ทั้ง 2 […]

วิธี ให้อภัยตัวเอง และ รักตัวเอง เมื่อทำผิดพลาดไป

หยุดโทษตัวเอง แล้วหันมา ให้อภัยตัวเอง เพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ชีวิตของเรานั้น มีโอกาสที่จะทำผิดพลาดได้ ติดสินใจผิด หลงผิดไปได้บ้าง เมื่อความผิดหลาดเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ บางครั้งเราอาจตีอกชกตัว โทษตัวเองว่า เรานี่แหละคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุร้ายเช่นนั้นขึ้น หรือโทษตัวเองว่า หากวันนั้นเราไม่ทำเช่นนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หยุดโทษตัวเอง ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้อีก ให้อภัยตัวเอง และ รักตัวเอง ให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง   การนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียนสอนใจเพื่อการใช้ชีวิตต่อไปอนาคตเป็นสิ่งที่ดี แต่การโทษตัวเอง และโทษในสิ่งที่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงอดีตได้นั้น มีแต่จะทำให้เราทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น   ให้อภัยตัวเองและ รักตัวเอง ให้มากขึ้นกันเถอะค่ะ   ::: เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ ::: ก่อนอื่น เราต้องยอมรับความเป็นจริงให้ได้เสียก่อนว่าความผิดพลาดที่ “เคย” เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใน “อดีต” เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ต่อให้ตีอกชกตัว โกรธเคืองใคร หรือทำร้ายใครหนักหน่วงแค่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็จะยังเกิดขึ้นอย่างนั้นอยู่ต่อไป ต่อให้ในอดีตเราจะเคยเป็นคที่เลวร้ายเพียงใด โง่เขลาเพียงใด อ่อนด้อยประสบการณ์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพียงใด หรือตัดสินใจผิดพลาดรุนแรงไปแค่ไหน อย่างไรเราก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้สักอย่างอยู่ดี […]

5 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณ สมหวังในความรัก

แค่ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน คุณก็สามารถ สมหวังในความรัก ได้! ใครๆ ก็อยากได้รับความรัก อยากประสบความสำเร็จในความรักด้วยกันทั้งนั้น มาริอะ อาคิยามะ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “ทุกสิ่งเกิดขึ้นจากเรา 100% ความรักก็เช่นกัน” CEO ของบริษัท Creative Power Japan.inc และผู้ริเริ่มสร้าง CPM หรือ Creative Power Method ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติ “้เปลี่ยนความคิดให้เป็นความจริง” จึงให้คำแนะนำพร้อมข้อคิดดีๆ ในการปรับเปลี่ยน แก้ปัญหา ความคิด และพฤติกรรมของเราเพื่อให้เราประสบความสำเร็จและ สมหวังในความรัก แบบง่ายๆ เอาไว้ 5 ข้อ ดังนี้   ::: ยิ้มอยู่เสมอ ::: คุณเคยได้ยินไหมคะ ที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ดูสวยเวลาที่ ยิ้ม” เพราะรอยยิ้มแสดงถึงความน่ารัก เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้คุณ มีเสน่ห์ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าใครก็ชอบคนอารมณ์ดี อัธยาศัย และมีรอยยิ้มหวานๆ ให้แก่กันอยู่เสมอ ลองยิ้มให้มากขึ้น […]

เทคนิคเตรียมตัว ลางานวันหยุดยาว เที่ยวต่างประเทศได้ ไม่ต้องเสียสิทธิวันลาหลายวัน

ลางานวันหยุดยาว อย่างไร ให้ได้หยุดหลายวัน โดยใช้สิทธิวันลาเพียงไม่กี่วัน อยากไปเที่ยวต่างประเทศ อยากไปเที่ยวไกลๆ อยากพักผ่อนหลายๆ วัน แต่สิทธิวันลาพักผ่อนที่มีก็น้อยเหลือเกิน อยากหยุดเยอะๆ ต้องทำอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ที่จะทำให้คุณสามารถ ลางานวันหยุดยาว ได้ โดยไม่ต้องใช้วันลาเยอะมาแนะนำค่ะ   ::: ตรวจสอบสิทธิการลา ::: หลายคนอาจจะรู้สึกเกรงใจปนกังวลว่าเราสามารถลางานเพื่อพักผ่อนได้หรือไม่ ถ้าลาแล้วจะมีปัญหากับที่ทำงานหรือเปล่า ก่อน ลางาน หรือ ลาพักผ่อน  คุณควรสอบถามและตรวจสอบเงื่อนไขการลาหยุดของที่ทำงานคุณให้ชัดเจนและเข้าใจตรงกันเสียก่อน ว่าคุณสามารถลางานได้หรือไม่ ลาได้มากน้อยแค่ไหน ต้องลาล่วงหน้ากี่วัน ต้องลางานกับใคร ใครเป็นผู้อนุมัติการลาของคุณ ที่ทำงานแต่ละที่มีเงื่อนไขในการลาที่แตกต่างกัน เช่น ห้ามลาติดกับวันหยุด หรือห้ามลาติดต่อกันเกิน 3 วัน เป็นต้น ตรวจสอบให้แน่ใจ หากไม่ติดเงื่อนไขอะไร ก็เตรียมใบลา จองตั๋ว และออกเที่ยวได้เลยค่ะ ::: แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนทราบล่วงหน้า ::: ควรแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนทราบล่วงหน้าว่าคุณกำลังจะลางานเป็นจำนวนกี่วัน ตั้งแต่วันไหนจนถึงวันไหน และจะกลับมาเริ่มงานอีกทีเมื่อไหร่ ฝากฝังงาน มอบหมายงาน พร้อมระบุบุคคลที่เป็นตัวแทนคุณ เพื่อที่ทุกคนที่มีความจำเป็นต้องติดต่อคุณจะได้ทราบล่วงหน้าว่าคุณจะไม่อยู่ หากมีงานใดที่ยังค้างคากันอยู่จะได้รีบสะสางให้เสร็จ […]

ท้อแท้ แต่อย่า “ท้อถอย” กับ 7 ข้อคิด และ คำคมสร้างแรงบันดาลใจ จุดไฟให้ชีวิต

ท้อแท้ ได้ แต่อย่า “ท้อถอย” ในวันที่คุณรู้สึก ท้อแท้ ขาดกำลังใจ ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไร หรือก้าวเดินต่อไปข้างหน้า หากคุณลองหลับตาแล้วพิจารณาใคร่ครวญถึงสัจธรรมความเป็นจริงของโลกใบนี้ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหนีพ้น คุณอาจจะพบทางออกของชีวิต และพบว่าชีวิตของคุณยังสามารถก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งได้อยู่เสมอ   1. บางที โลกชอบให้เราได้ยินในสิ่งที่เรายังไม่พร้อมจะฟังเสมอ “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด” หลายคนคงเคยได้ยินข้อความนี้ เพราะนี่คือความจริงที่ทุกคนต้องเผชิญ ไม่ว่าใครก็ต้องเคยพบเจอกับสิ่งที่ทำให้เรา ผิดหวัง  ด้วยกันทั้งนั้น แทนที่เราจะเข็ดขยาดหวาดกลัวความผิดหวังจนไม่กล้าที่จะทำอะไร ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ และไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ลองเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นพลังในการก้าวเดิน หากเรากลัวที่จะ ผิดพลาด ก็จงดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท หากวิถีชีวิตที่เราดำเนินมาตลอดนั้นนำไปสู่ความผิดพลาด ก็ลองเปลี่ยนวิถีชีวิต เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมเพื่อผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิมบ้าง และสุดท้ายไม่ว่าผลที่ได้จะเป็นเช่นไร ก็ขอให้ยอมรับในสิ่งที่เป็น   2. มนุษย์เราขับเคลื่อนการกระทำทั้งหมดด้วยใจ แม้เราจะมองว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้เพราะความเก่งกาจ แต่เคล็บลับของความเก่งนั้นมาจากกำลังใจของเรานี่เอง เพราะถ้าเราหมดใจ เราก็จะไม่มีกำลังและแรงใจที่จะทำอะไร ใจควบคุมตัวเราทุกอย่าง หากเราอยากเพิ่มพลังให้ใครทำสิ่งใด จงไปเพิ่มที่พลังใจของเขา รวมถึงอย่าลืมเพิ่มพลังใจให้กับตัวเราเองด้วยนะคะ   3. การโกหกเป็นการดับทุกข์แค่ชั่วคราวเท่านั้น การโกหกตัวเองว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรผิดพลาด อาจจะทำให้เรารู้สึกดี แต่ก็รู้สึกดีได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น การดับทุกข์ที่ “ต้นเหตุของทุกข์” […]

5 วิธีแก้ “เรื่องเพลียๆ” ประจำวันของมนุษย์ออฟฟิศ

5 วิธีแก้ “เรื่องเพลียๆ” ประจำวันของมนุษย์ออฟฟิศ วันนี้เรามี วิธีแก้ เรื่องเพลียๆ ในชีวิตของมนุษย์ออฟฟิศมาฝากกันค่ะ เพราะแต่ละวันเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีแต่ความเร่งรีบ เริ่มตั้งแต่ ตื่นเช้า เดินทางไปทำงาน เข้าประชุมติดๆ กันทั้งวัน จนเลิกงาน รถติดกว่าจะถึงบ้าน เป็นวงจรเดิมทุกวัน ทำให้เราเบื่อและเพลียกับชีวิตมนุษย์ออฟฟิศเต็มทน แต่ปัญหานี้จะหมดไปหากทำตามที่เราแนะนำดังนี้ค่ะ เพลียเพราะนอนดึกตื่นเช้า ไม่ว่าจะเป็นด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องนั่งทำงานจนดึกดื่น หรือจะติดละครหลังข่าว เล่นเฟซบุ๊กจนเพลิน เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันสำหรับคนวัยทำงาน ก็จะส่งผลต่อร่างกายให้รู้สึกซึมเซาง่วงนอนในเช้าวันถัดมา หากหลีกเลี่ยงการนอนดึกไม่ได้ ก็ต้องบำรุงร่างกายเพิ่มเติม โดยการรับประทานอาหารประเภทโปรตีน จากเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรืออาหารที่มีวิตามินซี ก็จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ เพลียจากการเดินทาง คนจำนวนมากต้องเสียเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมงในแต่ละวัน คนที่ขับรถไปทำงานก็มักจะบ่นเรื่องการจราจรติดขัด ขณะที่บางคนใช้บริการรถสาธารณะ ก็ต้องเจอกับปัญหากวนใจมากมาย เช่น คนเบียดเสียด รถไฟฟ้าเสีย รถเมล์ขาดระยะ ยังไม่นับรวมเวลาฝนตก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เหล่านี้เลวร้ายลงไปอีก ลองแก้ปัญหาด้วยการเผื่อเวลาเดินทางอีกซักนิด เพื่อไปถึงที่หมายก่อนเวลา จะได้ไม่ต้องลุ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาเข้างานหรือนัดหมาย แถมมีเวลาเหลือให้ผ่อนคลายก่อนเริ่มงานอีกด้วย เพลียกับคน คนเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศรู้สึกเพลีย ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน […]

เหนื่อยล้า แต่ยังไม่อยากลาออก ต้องปลุกไฟในการทำงานด้วย 7 วิธีนี้

เหนื่อยล้า แต่ยังไม่อยากลาออก ต้องปลุกไฟในการทำงาน ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ต้องเริ่มจากการลงมือทำงาน แต่ถ้าทำแต่งานโดยไม่มีความสุข ชีวิตก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เอาชนะ “ความท้อแท้”

คนเราจะแพ้ได้สักกี่ครั้ง แล้วจะมีกี่ครั้งที่เรารู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ หมดกำลังใจ หนึ่งในวิธีที่จะทำให้คุณลุกกลับมาได้ไว คือการปรับเปลี่ยนทัศนคติ แค่คิดบวก อย่างน้อยเราอาจไม่ชนะหรือลุกขึ้นมาหายจากอาหารสิ้นหวัง แต่อย่างน้อยเราก็ชนะความท้อแท้ได้แล้วหนึ่งก้าวค่ะ เริ่มจากคิดบวกมองโลกในแง่ดี ไม่ได้เป็นคนโลกสวย แต่อย่างน้อยถ้าสิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจเราพลิกมันกลับกลายเป็นมุมมองในแง่ที่ดี ก็มีกำลังที่จะลุกต่อไปทำให้สำเร็จ ไม่ท้อแท้ หมดหวังตั้งแต่กลางทาง แทนที่จะคิดในแง่ลบตั้งแต่แรกว่าเราทำไม่ได้หรอก ทำไมไม่ทำให้เชื่อว่าเราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ถ้าลงมือทำทีละเล็กทีละน้อยและมุ่งมั่นทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ ปลดล็อคความกลัว ลองถามตัวเองว่าทำไมถึงทำไม่ได้ ถ้ามันเริ่มจากความกลัว หรือตีตนไปก่อนไข้ กลัวว่าจะทำมันไม่สำเร็จ หรือเคยเกิดเหตุการณ์ทำแล้วท้อแท้ในครั้งเก่า หากมีครั้งที่สองจะยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของตัวเองอีก ถ้าข้อนี้คือเหตุผลที่ทำให้เกิดความท้อแท้ ปลดล็อคมันซะ มันอาจจะไม่ได้ปลดออกง่ายๆ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณก้าวข้ามผ่านเส้นนี้ไปได้ ก็สำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น เข้าใจตัวเอง เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น มองตัวเองให้ชัด เข้าใจตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น เพราะความท้อแท้ก็เริ่มจากมองคนอื่น เห็นเขาดีกว่า เก่งกว่า แต่เราไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องผ่านความยากลำบากและความท้อแท้ใจมามากแค่ไหนถึงจะประสบความสำเร็จอย่างที่เราเห็นอยู่นี้ สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือพยายามทำให้ดีที่สุด ตั้งใจทำสิ่งที่เราทำได้เพื่อบรรลุเป้าหมาย อย่าเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นอยู่ภายนอกกับผู้อื่น ไม่อย่างนั้นเราจะท้อแท้และลืมทำตามเป้าหมายของตนให้สำเร็จ ละวางความโกรธ ทำไมโกรธแล้วถึงท้อแท้ เพราะเราอาจจะโกรธเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องราวในอดีต จนทำให้รู้สึกท้อแท้ ให้ระลึกไว้เสมอว่าแม้ทุกคนจะมีอารมณ์โกรธกันได้เป็นธรรมดา แต่โกรธแล้วก็ไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ละวางความโกรธแค้นในอดีตและสนใจเป้าหมายในปัจจุบันของเราก็พอ วิธีที่จะควบคุมความโกรธได้ดีที่สุด ได้แก่ สูดหายใจเข้าลึกๆ และหากิจกรรมอื่นๆ […]

5 คำถาม ที่ควรถามใจตัวเอง ก่อนตัดสินใจ ลาออกจากงาน

5 คำถาม เพื่อการตัดสินใจก่อน ลาออกจากงาน หลายคนที่กำลังคิดที่จะ ลาออกจากงาน อาจกำลังชั่งใจว่าจะลาออกดีหรือไม่ แล้วถ้าลาออกจะทำอะไรต่อดี “การลาออก” อาจเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด หรืออาจจะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาก็ได้  ถามใจตัวเองด้วย 5 คำถามที่จะช่วยตรวจสอบว่าคุณพร้อมที่จะ ลาออก เปลี่ยนงาน หางานใหม่ เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพิ่มเงินเดือน เพิ่มประสบการณ์ให้ตนเองแล้วหรือยัง   ::: 1. ทำไมจึงอยาก ลาออกจากงาน ::: คำถามยอดฮิต ที่แทบทุกคนที่ลาออกต้องเคยถูกถาม ทั้งจากครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เจ้านาย และฝ่ายบุคคลของบริษัทตนเอง ซึ่งนอกจากคนอื่นๆ จะชอบถามคำถามนี้แล้ว เชื่อว่าคนที่คิดจะลาออกทุกคนก็น่าจะเคยถามคำถามนี้กับตัวเองมาหลายครั้งหลายหนเช่นกัน   คุณโอมศิริ วีระกุล สรุปปัจจัยในการ ย้ายงาน เอาไว้ในหนังสือ “เปิดเทอมใหญ่ วัยทำงาน” ว่ามี 3 ปัจจัย ได้แก่ <<< งาน งานที่ทำตรงตาม Job Description หรือไม่ ทำออกมาได้ดี […]

อย่าเป็นคน “ขยัน” ที่ “ไร้ความสามารถ”

อย่าเป็นคน “ขยัน” ที่ “ไร้ความสามารถ” ทุกอย่างมีสองด้านเสมอค่ะ ถ้ามองผิวเผินเรามักจะหลงคิดว่า “ความขยัน” เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ ขยัน จะต้องทำทุกอย่างออกมาดีทั้งหมด เพราะหากขยันผิดวิธี ขยันอย่างไม่ชาญฉลาด ความขยันนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดแถมยังเสียแรงเสีย เวลาเปล่าอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเดือนนี้คุณตั้งใจจะอ่านหนังสือ 30  เล่ม ลองคิดดูนะคะว่าระหว่างอ่านหนังสือ 30 เล่มที่เลือกมาส่งๆ กับการอ่านหนังสือ 30 เล่มที่คนยกย่องว่าเป็นหนังสือดี อย่างไหนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน ทั้งๆ ที่ก็อ่านหนังสือในปริมาณที่เท่ากัน แต่ประโชยน์และความรู้ที่คุณได้รับจากหนังสือนั้นกลับไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับคนที่อยากวิ่งมาราธอนจนตัดสินใจลงแข่งวิ่ง แต่ไม่ได้ศึกษาวิธีวิ่งที่ถูกต้อง ต่อให้เราพยายามวิ่งทุกวัน แต่ถ้าวิ่งแบบสะเปะสะปะก็ไม่ทำให้การวิ่งนั้นเกิดประโยชน์ คนขยันที่ไร้ความสามารถมักมัวแต่จดจ่อแต่เรื่อง “ปริมาณ” สนใจแค่ว่าอ่านไปแล้วกี่เล่ม วิ่งไปแล้วกี่กิโล แต่ไม่ค่อยคำนึงถึงรายละเอียด ถ้าคุณอย่ากสัมผัสถึงประโยชน์ ก็ต้องคำนึงถึง “คุณภาพ” ให้มากขึ้น . . ขอบคุณหนังสือสำเร็จได้สไตล์คนขี้เกียจ  

5 วิธีระงับ “ความโกรธ” แบบผิดๆ ที่ไม่ควรทำตอนหัวร้อน

5 วิธีระงับ “ความโกรธ” แบบผิดๆ ที่ไม่ควรทำตอนหัวร้อน สัปดาห์ที่แล้วเรานำเสนอ 6 วิธีระบายความเครียด ระบายความโกรธที่ถูกต้องกันไป คราวนี้เราจะมาพูดเรื่องวิธีระงับ ความโกรธ แบบผิดๆ กันบ้าง เพราะเชื่อว่ามีหลายคนเลยที่ดับความโกรธด้วยวิธีผิดๆ จนปัญหานั้นบานปลาย นอกจากจะไม่ช่วยให้เราใจเย็นขึ้น ยังทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงอีก ลองอ่านกันดูนะคะ หากตรงกับใครก็ให้รีบเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ซะ อย่าระงับความโกรธด้วยการหลับหนีปัญหา เวลาเราโกรธหรือกำลังว้าวุ่นใจ หลายคนแนะนำให้เรานอนหลับดู เผื่อตื่นขึ้นมาแล้วอะไรจะดีขึ้น แต่ความจริงแล้วการนอนหลับพร้อมปัญหา หรือพร้อมอารมณ์โกรธนั้นเป็นเหมือนการกักเก็บปัญหาเอาไว้ พอตื่นมาจะยิ่งทำให้จิตใจเราดำดิ่งไปยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นก่อนเข้านอนทุกครั้งควรทำใจให้สบาย สงบจิตสงบใจกันก่อนจะดีกว่านะคะ อย่าขับรถคนเดียวเด็ดขาด แน่นอนค่ะว่าการขับรถตอนโกรธนั้น ไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเท่าไหร่ อย่าคิดว่าเท่เหมือนพระเอกในหนังนะคะ เพราะการขับรถโดยโกรธอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เพราะหากคุณขับรถด้วยความขาดสติ หุนหันพลันแล่นออกไป เปอร์เซ็นต์ในการเกิดอุบัติเหตุจะสูงมาก ที่สำคัญอุบัติเหตุนี้ไม่ได้ส่งผลเสียแค่เราคนเดียวแต่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ด้วย และหากมีเหตุให้คุณต้องใช้รถจริงๆ ก็ควรเรียกแท็กซี่หรือให้คนอื่นขับแทนจะดีที่สุดค่ะ โกรธแล้วกิน จะได้ทั้งโรคเครียดโรคอ้วน หลายคนใช้การกินในการแก้ปัญหาค่ะ ต้องบอกว่าการระบายความโกรธ หรือความเครียดก้วยการกินนั้นเป็นวีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและช่วยได้แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่อาจส่งผลเสียในระยะยาวต่อร่างกายของเราได้ หากคุณเป็นคนที่ โกรธก็กิน เศร้าก็กิน เอะอะก็กิน รับรองค่ะว่าอีกไม่นานคุณจะเครียดเพราะได้โรคอ้วนตามมาเป็นของแถมอีกด้วย อย่าระบายความโกรธลงในโลกโซเชียล อย่าลืมว่าโลกโซเชียลเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก โดยเฉพาะการโพสต์ระบายความโกรธในเฟซบุ๊ก […]

12 ข้อคิดความรัก ที่จะทำให้คุณรู้จัก เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมกับความรักในหัวใจ

12 ข้อคิดความรัก ที่จะทำให้คุณรู้จัก เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมกับความรักในหัวใจ หลายคนคงเคยมีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึก “รัก” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ความรักมีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้า ปะปนกันไป ยามสุขก็สุขจนล้นใจ แต่ในยามทุกข์ก็ช่างแสนทุกข์ทรมาน ไม่ว่าสุดท้ายความรักจะสุขสมหวังหรือแสนเศร้าเพียงใด เมื่อความรักเกิดขึ้นแล้วจงเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับความรักนั้น  เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง มาดู ข้อคิดความรัก ที่จะทำให้คุณมุมมองด้านความรักของคุณเปลี่ยนไป ให้คุณได้มองความรักตามความเป็นจริง อย่างที่มันเป็น รู้จัก ยอมรับ เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมกัน 1. ความสัมพันธ์ที่ใช่จะไม่ปล่อยให้เราสับสนนาน   2. ความรักไม่ใช่การทำดีแล้วได้ดี แค่ความรักคือ “ความถูกใจ” ถ้าทำถูกใจ ก็ถูกรัก   3.การรักแบบไม่คิดครอบครอง ไม่ใช่ไม่เจ็บ แต่เจ็บแบบยอมจำนน เจ็บแบบผู้เข้าใจโลก อาจดูคล้ายๆ ไม่เจ็บ มันแค่เจ็บอยู่ลึก   4. อย่าไปวิเคราะห์ความรักเลย มันไม่เหมือนการทำข้อสอบ ไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุด ไม่มีเหตุและผล ไม่มีคำตอบที่แน่นอน คะแนนขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ตรวจข้อสอบ   5. สร้างก็ว่าเหนื่อยแล้ว รักษาเหนื่อยยากยิ่งกว่า   6. […]

จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน

จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน บทความเรื่อง จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน ทำให้เรานึกถึงเวลาอ่านหนังสือวัยรุ่น มักจะเจอคำพูดที่ว่า “มาเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานกันเถอะ” คำพูดนี้อาจดูดีแต่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่ เรามาดูเหตุผลกันดีกว่าว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่สนันสนุนให้เราเปลี่ยนสิ่งที่รักมาเป็นงาน ซึ่งคนที่ให้เหตุผลกับเรานี้ก็คือคุณ นะโอยุกิ ฮนดะ ผู้เขียนหนังสือ สำเร็จได้สไตล์คนขีี้เกียจ นั่นเองค่ะ อันดับแรก คนที่คิดว่าจะเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานจำนวนมากกว่าครึ่งต้องเจอหนทางที่แสนคับแคบ ถ้าคิดจะทะลุผ่านออกไปโลดแล่นในฐานะมืออาชีพเต็มขั้นก็ต้องมานะบากบั่นจนแทบหมดแรง แถมคงต้องอาศัยโชคชะตาด้วย ผมคิดว่าคนที่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานได้จริงๆ อาจมีอยู่แค่หนึ่งในหลายหมื่นคนเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ต่อให้เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงานได้ ก็ยังมีปัญหาที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าอีก ตัวอย่างเช่น งานอดิเรกของผมคือการเล่นกระดานโต้คลื่น ซึ่งผมชอบมากถึงขั้นที่สนุกกับมันได้ทุกวันตอนอยู่ฮาวาย แต่ถ้าวันหนึ่งการเล่นกระดานโต้คลื่นกลายเป็นงานขึ้นมา ผมต้องเบื่อแน่นอน ผมกล้สพูดเลยว่า ที่รักการเล่นกระดานโต้คลื่นก็เพราะมันยังอยู่ในขอบข่ายที่เป็นงานอดิเรกนั่นเอง ต่อให้รักมากแค่ไหน ถ้ากลายเป็นงานขึ้นมาเราก็สนุกับมันจากใจจริงได้ยาก การเสียสิ่งที่ใจรัก ที่เราอุส่าต์ค้นพบอย่างการเล่นกระดานโต้คลื่น ถือเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงสำหรับผม ดังนั้นแทนที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน ผมขอปล่อยมันไว้แบบนั้นจะมีความสุขมากกว่าหลายเท่าเลยครับ อีกเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความชอบเป็นเกณฑ์ นั่นเพราะการเลือกงานจากความรู้สึก “ชอบ” อย่างเดียว สุดท้ายจะกลายเป็นการจำกัดขีดความสามารถของตัวเอง เช่น บางคนเข้าทำงานในสำนักพิมพ์เพราะอยากทำงานบรรณาธิการ แต่ได้โยกย้ายไปฝ่ายขาย จนปัจจุบันกลายเป็นผู้เชียวชาญด้านการขายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไปในที่สุด ลำพังตัวเราไม่รู้หรอกว่าตัวเองเหมาะกับงานนั้นๆหรือเปล่า และการที่ตัดสินใจโดยใช้ความชอบ ซึ่งเป็นความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราว ก็ถือเป็นพฤติกรรมที่ตัดดอกาสพัฒนาตัวเองทิ้งไป . . ขอบคุณหนังสือสำเร็จได้สไตล์คนขี้เกียจ

เปิดใจ รับคนใหม่ เริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคน เพื่อรักครั้งใหม่ที่สดใส

เปิดใจ รับคนใหม่ เริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคน เพื่อรักครั้งใหม่ที่สดใส เมื่อความรักครั้งเก่าผ่านพ้นไปจนคุณรู้สึกว่าพร้อมที่จะเริ่มต้นความรักหรือความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับคนใหม่แล้ว แต่จะทราบได้อย่างไรว่าคุณ “พร้อม” ที่จะเปิดใจรับใครหรือยัง และจะมีวิธีอย่างไร ในการ เปิดใจ รับคนใหม่ให้ก้าวเข้ามาในชีวิตและในหัวใจของคุณ ถามใจตัวเองให้ชัดเจนกับ 9 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณรู้ใจตัวเองมากยิ่งขึ้น   ::: ให้เวลากับตัวเอง ::: ก่อนที่จะให้เวลาใคร อย่าลืมให้เวลากับตัวเราเองเสียก่อน โดยเฉพาะเวลาในการ “คิด” ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ทำความเข้าใจกับความรู้สึกของเราในขณะเวลานั้น ลองถามใจของเราดูว่าขณะนี้เรากำลังรู้สึกอย่างไร และเราพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนหรือไม่   ::: เลิกกลัวการเริ่มต้นใหม่ ::: สำหรับบางคน การเริ่มต้นใหม่เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หรือเราไม่รู้สึกอยากจะจำ อาจเพราะหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด ผิดหวัง สิ้นหวัง เข็ดหลาบจากความรัก ความสัมพันธ์ครั้งเก่า ความรู้สึกกลัวการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ขาดความมั่นใจ ไม่รู้สึกอยากพบเจอใคร ไม่รู้สึกอยากมีใครเข้ามาในชีวิต อยากอยู่คนเดียว รักความสันโดษ หากคุณยังรู้สึกเช่นนี้ ลองพักสักนิด อยู่กับตัวเองให้มากขึ้น เมื่อถึงวันที่สภาพจิตใจและความรู้สึกของคุณพร้อมที่จะรับใครเข้ามาเพิ่ม เวลานั้นคุณจะลุกขึ้นมาเริ่มเปิดใจรับความสัมพันธ์ใหม่ๆ เข้ามาเอง ::: ลืมคนเก่าให้ได้ก่อน […]

6 วิธีระบายความเครียด ระบายความโกรธ ทำง่ายและเห็นผลจริง ไม่โกรธไม่เครียดอีกต่อไป!

ความเครียด ความโกรธ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่แบ่งเพศ ไม่แบ่งชั้น เศรษฐีร่ำรวยหรือยากจนต่างก็มีเรื่องเครียดแตกต่างกันไป  แต่อันที่จริงแล้ว ความเครียดก็ถือว่ามีประโยชน์และข้อดี คือ ความเครียดจะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ แต่ถ้าเครียดมากไป เครียดเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ โมโหบ่อยๆ แบบนี้เรียก ความความเครียดที่เป็นทุกข์  จำเป็นที่จะต้องบำบัด ต้องระบายอารมณ์ ระบายความโกรธ หาวิธีระบายความเครียดเหล่านั้นออกไปบ้าง โดยวิธีระบายความเครียดที่นั้นมีหลากหลายวิธี

วิธีดูแลตัวเอง หลังจาก “เกิดความผิดพลาด”

เราจะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อทำผิดพลาด เพราะคนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่มันจะบ่อยได้แค่ไหน และแต่ละคนจะเอาตัวเองไปผูกติดกับความผิดพลาดนั้นนานขนาดไหน สิ่งหนึ่งที่ควรต้องเรียนรู้คือไม่มีใครให้อภัยความผิดพลาดในอดีตได้ดีเท่าตัวเราเอง คุณจะดูแลตัวเองอย่างไร หรือก้าวข้ามผ่านมันได้อย่างไร เมื่อมันเกิดขึ้นไปแล้ว ให้เวลากับตัวเอง ความผิดพลาดไม่ใช่ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่จะลบออกไปได้ภายในกี่วินาที จริงอยู่มันต้องใช้เวลา อย่ารีบร้อน และปล่อยให้มันถูกแก้ไขอย่างค่อยเป็นค่อยไป จริงอยู่ถ้าเป็นเรื่องงาน คนอื่นอาจจะรอไม่ได้ ถ้าคุณไม่แก้ไขให้มันถูกต้อง แต่อย่าลืมว่าการรีบๆ ทำอะไรลงไปด้วยความรวดเร็ว มันก็เสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ใหม่อีกครั้ง ในมุมกลับกันถ้าคุณค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ เริ่มเดินใหม่ทีละก้าว พอเวลาผ่านไปสักพัก เราก็จะเห็นว่าเราก้าวมาไกลและออกจากจุดเดิมที่เราเคยรู้สึกแย่มาแล้วนั่นแหละ ยอมรับและให้อภัยตัวเอง สิ่งแรกที่เกิดความผิดพลาดขึ้น ถ้าคุณไม่ยอมรับมันทุกอย่างก็จบ เพราะคุณจะไม่พร้อมที่จะแก้ไข หรือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าควรแก้ไขตรงไหนเมื่อมองไม่เห็นข้อผิดพลาดเหล่านั้น การยอมรับและมองให้เห็นความจริงตรงหน้าเป็นเรื่องที่อาจจะไม่ง่ายแต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าเราอยากจะก้าวข้ามมันไปให้ได้จริงๆการยอมรับความจริงเป็นสิ่งสำคัญที่แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้ หลังจากยอมรับแล้วก็อย่าลืมให้อภัยตัวเองไม่เช่นนั้นคุณก็จะจมอยู่กับความผิดนั้นจนไม่สามารถก้าวข้ามออกมาได้  การทำผิดพลาดสามารถช่วยให้เรากลับมาตั้งหลัก ตั้งสมาธิในสิ่งที่เรากำลังทำได้มากขึ้นและพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อลดความผิดพลาดให้น้อยลง ใช้ความผิดพลาดเป็นครู ไม่ใช่พยายามลืมหรือก้าวข้ามมันไปเฉยๆ ทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่จะสอนเราให้มีสติและรอบคอบในอนาคต เราควรใช้โอกาสนี้ในการวิเคราะห์ความผิดพลาดมันเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงเป็นแบบนั้น แน่นอนว่ามันอาจจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้รู้สึกแย่มากขึ้น เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกว่าเมื่อมานั่งทบทวนยิ่งดึงตัวเองให้จมลึกลงไปอีก ให้รีบถอยออกมาจากความคิดให้เร็ว เพราะกระบวนการนี้มันเป็นเรื่องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบจนบางทีเรากลับไปจมดิ่งกับความรู้สึกแย่ๆ อีก นอกจากนี้นอกจากนั่งพินิจวิเคราะห์ ยังสามารถลองจดลงและบันทึกออกมาว่าเหตุเกิดเมื่อไหร่ ที่ใด อย่างไร รวมถึงวิธีการแก้ไข สร้างคู่มือเรียนรู้จากความผิดพลาดในแบบฉบับของเรา พร้อมออกแบบทางเลือกของปัญหาไว้หฃลายๆ ทาง เพื่อที่ว่าเมื่อเจอปัญหาใหม่ที่ยากกว่าจะได้มีเสต็ปในการห้องกันตัวเอง […]

หาเพื่อนใหม่ สร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิคการชวนคุย เริ่มต้นบทสนทนา 

หาเพื่อนใหม่ สร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิคการชวนคุย เริ่มต้นบทสนทนา  หาเพื่อนใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณจริงใจ และมีความตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ดีๆ ให้เกิดขึ้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้แล้วค่ะ   ::: สบตา และยิ้ม ::: การสร้างเพื่อนใหม่ หรือสานความสัมพันธ์ระหว่างกันคงทำได้ยาก หากคุณเขินอายที่จะส่งยิ้มให้กับเขา หรือสบตาเขาอย่างจริงใจ เพราะแม้ว่าคุณจะไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไร หรือจะยกประเด็นขึ้นมาเป็นบทสนทนากับเขาดี แต่แค่คุณสบตาและยิ้มให้เขา เขาก็รู้แล้วว่าคุณกำลังแสดงท่าทีเป็นมิตรให้ จะเริ่มพูดคุยอะไรกันต่อก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และราบรื่นมากขึ้น ::: เป็นตัวของตัวเอง::: หลายครั้งที่คุณอาจนึกกังวลว่าจะเริ่มเปิดบทสนทนาอย่างไรดีจึงจะดีที่สุด บางครั้งถึงกับต้องคิดบทพูดมาจากที่บ้าน แต่ที่จริงแล้วต่อให้คุณฝึกซ้อมมาอย่างดีแค่ไหน สุดท้ายแล้วในสถานการณ์จริง เราไม่สามารถจะซักซ้อมเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าได้หมด ในที่สุดคุณก็ต้องเจอกับบทสนทนาที่ไม่คาดคิด ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงอยู่ดี   ดังนั้นการเป็นตัวของตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะแสดงให้เพื่อนของเราเห็นไปเลยว่าเราเป็นคนอย่างไร เขาจะได้รู้จักเราแบบที่เป็นตัวของเราจริงๆ เราเองก็ไม่ต้องเหนื่อยกับการพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา   ::: ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด ::: เมื่อเริ่มเปิดบทสนทนาแล้ว อย่าพูดอยู่คนเดียว เปิดโอกาสให้เขาได้พูดบ้าง และเมื่อเขาพูดอะไรก็อย่าลืมตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดด้วยเช่นกัน ให้ความสนใจ และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาพูดเพื่อที่จะได้สามารถคุยในประเด็นนั้นต่อไปได้ ไม่มีสะดุด      ::: ตั้งคำถามเพื่อทำความรู้จัก ::: หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มเปิดสนทนาระหว่างเขาอย่างไร […]

keyboard_arrow_up