มะเร็งท่อน้ำดี ถ้าชอบกินปลาร้า ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ ต้องระวัง!

มะเร็งท่อน้ำดี เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของโรคมะเร็งทุกชนิดในประเทศไทย จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ใน พ.ศ. 2544 มีรายงานผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีจำนน 14,314 คน  พบมากสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,539 คน และภาคเหนือ 2,638 คน

มะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) คือ มะเร็งที่เกิดขึ้นในเซลล์เยื่อบุผนังของท่อน้ำดีซึ่งแทรกตัวอยู่ทั่วเนื้อตับ อาจเกิดในท่อน้ำดีในตับหรือนอกตับก็ได้ ซึ่งหากเกิดในตับผู้ป่วยก็นับเป็นมะเร็งตับอีกชนิดหนึ่ง

ส่วนใหญ่มักพบผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่แถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีพฤติกรรมการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ที่มีพยาธิใบไม้ตับซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งในท่อน้ำดี โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับราว 6 ล้านคน

 

สาเหตุ มะเร็งท่อน้ำดี

เกิดจากการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จำพวกอาหารสุกๆ ดิบๆ ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาเค็มที่ไม่สุก โดยอาหารเหล่านี้อาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับฝังอยู่ เมื่อเรากินเข้าไปตัวอ่อนพยาธิก็จะไปเจริญเติบโตในร่างกายและไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี เมื่อพยาธิเคลื่อนที่ก็จะเสียดสีกับท่อน้ำดีไปเรื่อยๆ ท่อน้ำดีก็พยายามสร้างผนังให้หนาขึ้นเพื่อป้องกันการเสียดสี เช่นเดียวกับข้อศอกหรือหัวเข่าที่เมื่อมีการเสียดสีมาก ผิวหนังบริเวณนั้นก็จะด้านขึ้น กระบวนการเสียดสีนี้เองที่ทำให้เกิดการอักเสบจนเป็นต้นเหตุให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดี

อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นตัวเร่งให้เกิดมะเร็ง คือ อาหารหมักดอง เช่น ปลาส้ม ปลาร้า แหนม หมูยอ ซึ่งมีสารไนโตรซามีนที่เป็นสารก่อมะเร็งอยู่ด้วย จึงกลายเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คนที่ชอบกินของหมักดองมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีมากขึ้น

 

อาการ

ส่วนใหญ่มักไม่มีอาหารในระยะแรก จนกว่าจะถึงระยะสุดท้ายของโรคที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก อาจมีอาการแสดงได้ เช่น เหนื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่น มีอาการไม่สบายในท้อง อึดอัด เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งก้อนมะเร็งอาจทำให้ท่อน้ำดีอุดตันจนทำให้มีภาวะตัวเหลืองและตาเหลือง มีอาการคันผิวหนังทั่วร่างกาย ผู้ป่วยจะทรมานมาก เพราะเมื่อเกิดท่อน้ำดีอุดตัน น้ำดีจะไหลออกได้ไม่สะดวก น้ำดีบางส่วนอาจไหลเข้าสู่กระแสเลือด จึงไประคายเคืองปลายประสาท อุจจาระมีสีซีด เป็นผลจากท่อน้ำดีอุดตัน และปัสสาวะมีสีเข้ม

 

 

การรักษา

การรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี แพทย์จะพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ขนาดก้อนมะเร็ง ตำแหน่งเซลล์มะเร็ง ระยะของโรค การกระจายของเซลล์มะเร็ง  รวมทั้งสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

 

การผ่าตัด

ก้อนมะเร็งจะต้องไม่ใหญ่มากและเนื้อตับส่วนที่เหลือต้องทำงานได้ตามปกติ ผู้ป่วยต้องมีสุขภาพดี สามารถผ่าตัดได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

การรักษาแบบประคับประคอง

ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์จะรักษาแบประคับประคองโดยการส่องกล้องเข้าไปในท่อน้ำดี เพื่อสอดท่อเข้าไปขยายทางเดินน้ำดี ทำให้น้ำดีไหลสะดวกขึ้น ลดอาการตัวเหลืองตาเหลืองและอาการคันผิวหนัง โดยผู้ป่วยต้องหมั่นมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าท่อน้ำดีมีการอุดตันเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีอาการแทรกซ้อนอื่นหรือไม่ เพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงที

โดยผู้ป่วยจะต้องมาพบแพทย์เป็นประจำทุก 3 เดือนครั้ง เพื่อติดตามว่ามีอาการแทรกซ้อนหรือไม่ ยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลือหรือไม่ หากผลเป็นปกติแล้วต้องมาพบแพทย์ทุก 6 เดือน

ส่วนวิธีรักษารูปแบบอื่นยังอยู่ในขั้นตอนวิจัย เช่น การรักษาโดยเคมีบำบัดและการฉายแสงแบบพิเศษ เพราะมะเร็งท่อน้ำดีไม่สามารถรักษาด้วยวิธีฉายแสงแบบปกติได้ เนื่องจากจะทำให้เซลล์ตับตายไปด้วย จึงต้องพัฒนาเป็นฉายแสงแบบ 3 มิติเฉพาะก้อนมะเร็งเท่านั้น

 

ข้อมูลจากหนังสือเมื่อตับประท้วงร่างกายก็พ่ายแพ้

เขียนโดย รองศาตราจารย์ นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี ผู้เชี่ยวชาญ

keyboard_arrow_up