ไม่อยากหน้าเหี่ยว มีริ้วรอยบนใบหน้า ต้องรู้สาเหตุและวิธีลดเลือนริ้วรอยที่ได้ผล!

สาเหตุ : ริ้วรอยบนใบหน้า

ริ้วรอยบนใบหน้า เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นร่องหรือเส้นให้เห็นบนผิวหนัง บริเวณที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ หน้าผาก หางตา หัวคิ้ว ลำคอ  ซึ่งริ้วรอยบนใบหน้าเป็นตัวบ่งบอกว่าเราเริ่มมีอายุแล้ว โดยริ้วรอยที่เกิดขึ้นมักมีสาเหตุมาจากการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า การทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ  และคอลลาเจนของผิวหนังที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นคงตัว ผิวผลิตน้ำมันลดลง เมื่อไขมันใต้ชั้นผิวน้อยลงทำให้ไม่มีตัวพยุงโครงสร้างผิวหนัง ทำให้ผิวแห้ง ผิวหนังเกิดการหย่อนคล้อย จึงเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่าย

โดยกระบวนการดังกล่าวจะเริ่มเกิดขึ้นหลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป  ซึ่งนอกจากสาเหตุทางธรรมชาติที่เกิดตามกาลเวลาแล้ว การเกิดริ้วรอยก่อนวัยยังมีสาเหตุอื่นๆ ประกอบกันด้วย

แสงแดด

รังสีอัลตร้าไวโอเลต(UV) ในแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเนื่อเยื่อเกี่ยวพัน คอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) หรือโครงสร้างที่ช่วยในการพยุงชั้นผิว ซึ่งการเผชิญกับแสงแดดบ่อยๆ โดยไม่ได้ป้องกัน ทำให้โครงสร้างของชั้นผิวเหล่านี้ถูกทำลาย ริ้วรอยแห่งวัยก็จะมาเยือนเร็วขึ้นนั่นเอง

การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อยๆ

สาเหตุหลักๆ ของริ้วรอย เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอของเรา หากเราแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อยๆ เช่น การขมวดคิ้วจะทำให้เกิดริ้วรอยที่ร่องหัวคิ้ว การเลิกหน้าผากบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุของริ้วรอยบนหน้าผาก การยิ้มมากๆ ก็เกิดเป็นริ้วรอยร่องแก้มมุมปาก การแสดงสีหน้าบ่อยๆ ทำให้รอยบริเวณนั่นเกิดซ้ำๆ และกลายเป็นริ้วรอยร่องลึกนั่นเอง

การสูบบุหรี่

ส่วนประกอบในบุหรี่เป็นตัวกระตุ้นให้ริ้วรอยแห่งวัยมาเร็วขึ้น เนื่องจากสารพิษในบุหรี่ไปลดประสิทธิภาพการทำงานของเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ส่งสารอาหารมาเลี้ยงบำรุงผิว

ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น

ในผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวจะเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผู้ที่มีผิวมัน เพราะผิวแห้งจะขาดความยืดหยุ่นและคงตัวง่ายกว่า

ป้องกัน ริ้วรอยบนใบหน้า เพื่อผิวอ่อนวัย

เมื่อทราบสาเหตุดังกล่าวแล้ว เราก็ควรหลีกเลี่ยงและป้องกันริ้วรอยเพื่อชะลอวัยให้ผิวของเรา ซึ่งมีวิธีการดังนี้

หลีกเลี่ยงแสงแดด

พยายามเผชิญกับแสงแดดให้น้อยที่สุด แต่งตัวปกปิดผิวเมื่อต้องเผชิญแสงแดด ทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไปในปริมาณที่เหมาะสม และครีมกันแดดที่ใช้ควรป้องกันได้ครอบคลุมทั้งรังสี UVAและUVB

ใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น

ผิวที่ชุ่มชื้นจะเกิดริ้วรอยได้ยากกว่าผิวที่แห้ง แม้ว่าการทาครีมบำรุงไม่ได้เป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอยแต่ก็ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ โดยเลือกครีมบำรุงผิวที่มีความชุ่มชื้น เนื้อหนา หากไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะอาจใช้ออยล์สำหรับทาผิวทดแทนได้ หรือเลือกใช้ครีมเจลเนื้อบาง แต่ทำบำรุงบ่อยๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นตลอดเวลา

เลือกกินอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

อาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินซี วิตามินอี ซึ่งมีอยู่มากมายในผัก และผลไม้ เช่น คะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี อโวคาโด้ น้ำมันมะกอก มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม นอกจากนี้ต้องงดสบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมด้วย

 

วิธีลดเลือน ริ้วรอยบนใบหน้า อย่างได้ผล

ถึงแม้จะพยายามดูแลผิวอย่างดีแล้ว แต่ริ้วรอยก็สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติและวัยที่เพิ่มขึ้น แต่ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีการรักษาลดเลือนริ้วรอยอย่างได้ผลเข้ามาช่วย โดยมีตั้งแต่วิธีที่เสียเงินน้อย ไปจนถึงวิธีที่มีค่าใช้จ่ายแพงและค่อนข้างเจ็บตัว

ครีมบำรุงผิว

ควรเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Antioxidant, Hyaluronic, Retinoid เป็นต้น โดยในครีมทาผิวทั่วๆ ไปมักมีส่วนผสมหลักเหล่านี้อยู่ในปริมาณน้อย จึงต้องทาทุกวัน แต่หากใช้ตัวครีมที่มีส่วนผสมของ Retinoid ด้วย คุณหมอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะยาชนิดนี้ไวต่อแสง อาจทำให้ผิวมีสีเข้มขึ้นได้ และควรใช้คู่กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เนื่องจากค่อนข้างจะระคายเคืองและทำให้ผิวแห้ง

การผลัดเซลล์ผิว

วิธีนี้เป็นการใช้น้ำยาที่เป็นกรดเฉพาะบริเวณผิวนั้นๆ  หรือกรอผิว เพื่อให้เกิดการหลุดลอกของผิวหนังบริเวณนั้น และทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีการสร้างผิวชั้นใหม่ขึ้นมา นอกจากริ้วรอยตื้นขึ้นแล้ว รอยดำที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมื่ออายุมากขึ้นก็จางลงด้วย

การฉีดโบท็อกซ์

หรือการใช้สารพิษจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า Botulinum toxin ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไม่ขยับ จึงไม่เกิดการสร้างริ้วรอยขึ้นนั่นเอง

บริเวณที่นิยมโบท็อกซ์ ได้แก่ หน้าผาก หางตา รอยขมวดคิ้ว ลำคอ และกรอบหน้า ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถเห็นผลได้ชัดเจน

แต่โบท็อกซ์มีไม่สามารถรักษาริ้วรอยที่เป็นรอยลึกได้  และจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะหากฉีดโดยผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญโดยตรงอาจได้รับโบท็อกซ์ปลอมหรือไร้คุณภาพ หรืออาจไม่ได้รับโบท็อกซ์ในปริมาณที่พอเหมาะทำให้ไม่เห็นผล หรืออาจเลวร้ายถึงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเบี้ยวผิดรูปร่างหากฉีดในบริเวณที่ไม่เหมาะสม

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปยังริ้วรอย สามารถใช้ได้ทั้งริ้วรอยที่ลึกและตื้น ทั้งนี้ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติในการยกตัว ช่วยในการพยุงโครงสร้างของผิวหนังที่หย่อนคล้อยได้ด้วย บริเวณที่นิยมกันมากได้แก่ ร่องแก้ม ร่องมุมปาก

การใช้เลเซอร์

แสงเลเซอร์เองมีทั้งกลุ่มที่ทำให้เกิดรอยแผลบนผิวหนัง และแบบไม่ทำให้เกิดรอยแผลบนผิวหนัง โดยเลเซอร์ทั้งสองชนิดนี้มีวัตถุประส่งค์เข้าไปช่วยให้ผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่  ซึ่งเลเซอร์ชนิดที่ทำให้เกิดรอยแผลจะใช้เวลาในการฟื้นตัวของผิวหลังเลเซอร์นานกว่า แต่ประสิทธิภาพในการรักษาดีกว่า เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยร่องลึก ส่วนเลเซอร์แบบไม่ทำให้เกิดรอยแผลจะเหมาะกับคนที่มีริ้วรอยไม่มากนัก

การผ่าตัดดึงหน้า

เป็นการผ่าตัดเอาผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก และดึงชั้น SMAS (Superficial muscular aponeurotic system) เป็นโครงสร้างของร่างกายชั้นที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อ โดยศัลยแพทย์จะดึงและเย็บชั้นนี้เพื่อทำให้ผิวหน้าตึง

 

สุดท้ายนี้จะเลือกวิธีการใดก็ขึ้นอยู่เงินในกระเป๋าและความกล้า แต่แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและความเหมาะสมก่อนนะคะ

 

ข้อมูลโดย

 

 

keyboard_arrow_up