หนทางสาย healthy เบื้องหลังหุ่นเป๊ะปังของ เมจิ (เคย) ท้อนะ แต่สู้ไม่ถอย !

หนทางสาย healthy เบื้องหลังหุ่นเป๊ะปังของ เมจิ (เคย) ท้อนะ แต่สู้ไม่ถอย !

หลายคนเวลาได้ยินชื่อของ เมจิ อโณมา ศรัณย์ศิขริน ก็มักจะรู้จักเธอในลุคสาววัยใกล้ 40 เจ้าของหุ่นสุดเฟิร์มที่มีพลังเหลือล้น วันนี้ goodlifeupdate ได้มีโอกาสดีๆ มานั่งจับเข่าคุยกับเธอบนพื้นหญ้าเขียวๆ ใต้ต้นลีลาวดี พร้อมแง่คิดการใช้ชีวิตดีๆ ผ่านการมุ่งมั่นออกกำลังกายของคุณเมจิ กว่าจะได้มาซึ่งหุ่นที่สาวๆ สายสุขภาพเห็นแล้วอิจฉาเว่อร์แบบนี้ เธอผ่านอะไรมาบ้าง

 

ก่อนจะแข็งแกร่ง ก็เคย ‘อ่อนแอ’ มาก่อน

เมื่อ 20 ปีก่อน เราไม่ได้แข็งแรงขนาดนี้หรอก เราอ่อนแอ หุ่นผอมแห้ง 45 กิโลเอง อย่าว่าแต่เต้น แค่ยืนกลางแดดก็เป็นลมแล้ว แถมยังหน้ามืดบ่อยเพราะโรคภูมิแพ้ที่เป็นอีก มีครั้งหนึ่ง ลุกขึ้นยืนแล้วหน้ามืดล้มหัวฟาดโต๊ะ โชคดีที่ไม่ได้ไปโดนขอบโต๊ะ

หนักที่สุดคือตอนนั่งชักโครก แล้วตอนนั้นภูมิแพ้มันขึ้น พอเราลุกจากชักโครกปุ๊บ เราลงไปชักกับพื้นเลยค่ะ ที่บ้านได้ยินเสียงห้องน้ำดังปังๆๆ ด้วยความที่ขามันไปดีด เราไม่รู้ตัวเลย ณ ตอนนั้น อันนี้จำได้ว่าหนักสุด แต่โชคดีที่ล้มแล้วไม่เป็นอะไร ชีวิตเราในอดีตเรียกได้ว่าอ่อนแอมาก อาจเห็นเราเฮฮาร่าเริง แต่ข้างในเราไม่โอเค แต่ทุกวันนี้ เราอายุ 40 หายจากโรคภูมิแพ้สนิท ตากแดด ตากฝนเต้นแบบนี้ได้ก็เพราะการออกกำลังกายนี่ละ

 

หนทางสาย healthy ของเมจิ แค่เริ่มก็ติด ‘คุก’ ในใจแล้ว

เมจิก็เริ่มแบบมั่วๆ เหมือนคนอื่นนั่นแหละ วิ่งยังไงทำไมมันเหนื่อย 5 นาทีก็หน้าเขียวแล้ว เวลาเราไปวิ่งในสวน บางทีเราวิ่งได้ครึ่งวง อีกคนวิ่งมาน๊อครอบเราแล้ว เราก็รู้สึกท้อ เสียใจ วิ่งเสร็จก็รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยแล้วก็ล้า รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แข็งแรงขึ้นเลย

รู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ออกมาวิ่ง ชีวิตเราเหมือนอยู่ในคุกแห่งความคิดของการออกกำลังกาย รู้สึกติดคุกโดยที่ไม่รู้ตัว เหมือนเรามีคุกอยู่ในใจสองแบบ พอไม่ออกกำลังก็ผิด พอออกก็ล้า เราเลยรู้สึกว่าหาตรงกลางของตัวเองไม่เจอ ไม่เข้าใจร่างกาย สุดท้ายเมจิก็เลยเริ่มศึกษาทำความเข้าใจร่างกาย

 

ทลายคุกทางความคิด ‘เหนื่อยก็พอ ไม่เหนื่อยก็ไปต่อ’

ตอนแรกเราคิดว่า ต้องวิ่งให้ได้ 1 ชั่วโมงถึงเรียกว่าการออกกำลังกาย แต่ความเป็นจริง ถ้าคนไม่เคยออกกำลังกายเลย อยู่ๆ จะมาเริ่มอะไรที่มันเป็นขั้นเทพเลย นี่มันเป็นไปไม่ได้ เมจิเลยเปลี่ยนใหม่ ฉันจะวิ่งได้กี่ชั่วโมงฉันไม่สน เอาเป็นว่าวันนี้ฉันมีเวลา ฉันจะเริ่มวิ่ง 6 ถึง 7 โมง หลังจากนั้นเราต้องไปทำงานละ เราวิ่งไป เหนื่อยก็เดิน หายเหนื่อยก็วิ่ง โดยที่ไม่มีการยึดติดกับตัวเองว่า ต้องเท่าไรยังไง คือเราไม่ฝืน เหนื่อยก็หยุด ไม่มีใครมาด่าเราสักหน่อย

 

เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพของ เมจิ

ถามว่ารู้จักชาบูหมูกระทะมั้ย เราก็กินนะ (หัวเราะ) แต่ต้องดูด้วยว่าเราให้น้ำหนักมันกี่ % แล้วที่เหลือเรากินอะไร

ในชีวิตไม่ว่าอะไรก็ตามถ้าเราทำ % สิ่งนั้นให้น้อย สิ่งนั้นมันจะมีอิทธิพลกับเราน้อย ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องเลว เพราะฉะนั้นเราเลยใช้ทฤษฎีกลับด้าน คือกินแล้วให้ร่างกายได้สุขภาพดี 70% ส่วนอีก 30% อาจจะไปกินหมูกระทะ กินแมคโดนัลด์หรืออะไร ถึงมันจะเป็นสิ่งเลว แต่มันให้ % น้อยมันก็ทำอะไรเราไม่ได้ เราต้องดูว่าเราดีกี่ % ในชีวิต ประเมินตัวเองให้ได้ นี่คือ Key

ที่สำคัญ เราไม่ได้บอกว่าไม่ต้อง healthy จัดแล้วจะ junk food หนักได้ ชีวิตเรามี 100% ใน 80% ให้เราควบคุมอาหาร กินอะไรให้มันอิ่มท้องและต้องได้สารอาหาร ทุกอย่างที่เรากินเราต้องเสียเงินทั้งนั้น ถ้าเรากิน junk food 70% ของชีวิต แล้วเรากิน healthy food แค่ 30 เราจะเป็นแบบไหน นั่นคือทางเลือกของเรา

 

ออกกำลังกายเพื่อ ‘ตัวเอง’ และ ‘คนที่รัก’

มาถึงจุดนี้เราไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อจะเอาหุ่นดีแล้วนะ สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในชีวิตก็คือ ‘สุขภาพ’ และ ‘เวลา’ ทุกวันนี้เรามานั่งคิด เรารู้สึกว่าเวลาของเรามันน้อยลงๆ เรื่อยๆ ถ้าเราไม่ได้มีสุขภาพดี อย่างเราที่มีหลายๆ อย่างให้ต้องดูแล ถ้าเราไม่โอเคไปคนหนึ่งเนี่ย มันจะมีอีกหลายคนที่ถูกผลกระทบตามเรามาด้วย แต่พอเราเห็นทุกคนแจ่มใสบ้าบอ บรรยากาศแบบนั้น มันทำให้เรามีความสุขไปด้วย อีกอย่างเราก็ไม่ต้องเป็นภาระให้กับคนอื่น ยิ่งอายุมากขึ้น เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเรา ต้องเป็นที่พึ่งให้คนอื่นให้ได้ด้วย

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก : https://www.instagram.com/meiji_27anorma/

ขอบคุณข้อมูลจากกิจกรรม : Hua Hin Wellness & Yoga Festival 2018 by InterContinental Hua Hin Resort

 

keyboard_arrow_up