ผลวิจัยเผย! หากอยากเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีต้อง “กินของหวาน-ใช้มือเป็น-เล่นใหญ่”

ไม่ว่าใครๆ ก็อยากเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับใครก็ได้ ใครเห็นก็เอ็นดู  แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร

ลองมาดูคำแนะนำต่อไปนี้จากงานวิจัยต่างๆ ที่อาจช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าหาผู้คนมากขึ้น

มาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีกันเถอะ!

ผลวิจัยระบุ คนที่ชอบของหวานมักเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี

ไบรอัน ไมเออร์ จากวิทยาลัยเกตทีสเบิร์ก (Gettysburg College) สหรัฐอเมริกา ได้วิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนิสัยกับรสชาติอาหาร ไม่ว่าจะเป็นของหวาน เช่น น้ำผึ้ง ช็อกโกแลต อาหารรสเผ็ดร้อนที่ใส่พริกไทยมากๆ และของรสเปรี้ยวอย่างมะนาว

ผลวิจัยแสดงแนวโน้มว่า คนที่ชอบของหวานมักเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี  คนชอบที่ของเผ็ดๆ มักเป็นคนพูดเก่ง และคนที่ชอบรสขมๆ มักขี้กังวล  ดังนั้น การเห็นใครชอบกินของหวานบ่อยๆ  ให้คิดไว้ก่อนได้ว่า เขาเป็นคนมีอัธยาศัยดี ทักทายคุยเล่นกันได้ หรือหากมีปัญหา พวกเขาก็ยินดีจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

หากไม่นับเรื่องการวิจัย อันที่จริงแล้วการได้กินของหวานๆ ก็ต้องย่อมรู้สึกอารมณ์ดีเป็นธรรมดา บางคนที่ชอบของหวานก็มักจะมีขนมติดตัวไว้เสมอ และมักจะนำมาแบ่งปันกันกินกับคนรอบข้างด้วย ทำแบบนี้ก็อาจจะพูดได้ว่า ขนมหวานช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีและทำให้ตัวเราดูเป็นคนอัธยาศัยดีด้วย  แต่การกินของหวานอาจจะทำให้อ้วนและสุขภาพแย่ ดังนั้น ต้องกินอย่างพอดีนะ

 

นักวิจัยเผย อยากพัฒนาตนเองเป็นคนพูดเก่ง ต้องใช้มือเป็นด้วย

เวลาดูการโต้วาทีของผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถ้าลองสังเกตจะพบว่ามือของพวกเขาขยับไปมาตลอดเวลา ผู้ฟังแทบจะไม่ละสายตาออกจากผู้พูดเลยสักนิด

การขยับมือแบบนี้เรียกว่า Visual Hand คือการใช้มือเพื่อให้เกิดภาพจำ  จะทำให้คนฟังรู้สึกว่า คนพูดเป็นคนอบอุ่น  น่าคบหา น่าฟัง  เพราะการขยับมือมากๆ ทำให้การพูดนั้นมีพลัง

สแตนลีย์ สตรอง นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา (University of Minnesota) สหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองโดยอัดวีดีโอของบรรดาผู้ให้คำปรึกษาที่พูดคุยกับคนไข้ ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาเหล่านั้น มีทั้งคนที่ขยับมือไปด้วยขณะพูดและไม่ได้ขยับมือเลย

ผู้ที่ได้ดูวีดีโอหลายคนบอกคล้ายกันว่า ผู้ที่ขยับมือไปมาขณะพูดทำให้รู้สึกถึงความเป็นมิตร รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น และคิดว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่อัธยาศัยดี อยากคุยด้วยนานๆ  ในทางกลับกันคนที่พูดนิ่งๆ ไม่ได้ขยับมือได้รับความเห็นจำนวนมากว่าเป็นคนเย็นชา ไม่น่าสนใจ ไม่น่าฟัง

เทคนิคการใช้มือเพื่อเพิ่มพลังคำพูด คือต้องใช้มือแบบเล่นใหญ่เข้าไว้  เช่น “เมื่อวันอาทิตย์ไปกินปลาเผามา ตัวเบ้อเริ่มเลย” โดยทำมือประกอบว่า ตัวใหญ่เท่านี้แน่ะ!  คนฟังก็จะสนใจฟังเรามากขึ้น ทำให้เราดูเป็นคนที่น่าสนใจ ดูเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีอีกด้วย

 

สร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น

ด้วยแนวคิด “ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องเล่นใหญ่”

โยชิฮิโตะ ไนโต นักจิตวิทยาและนักกิจกรรมในการนำความรู้ด้านจิตวิทยาสังคมมาประยุกต์ใช้ ที่มีผลงานเขียนหนังสือด้านจิตวิทยากว่า 200 เล่ม เปิดเผยว่า หากอยากให้คนอื่นประทับใจในตัวเรา ต้องยึดเทคนิคที่ว่า “ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่” เช่น เวลาเพื่อนร่วมงานทำของตกพื้น แล้วเราก้มเก็บ ให้เราลองเช็ดปากกาเบาๆ ก่อนส่งคืนให้ รับรองว่าอีกฝ่ายจะต้องชื่นชมคุณและสนใจในตัวคุณเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่

ไนโตกล่าวว่า เพราะคนทั่วไปมักคิดว่าพื้นต้องสกปรก แม้จะมองไม่เห็นเศษขยะ แต่คนก็จะคิดว่า ของที่ตกพื้นจะต้องสกปรกแน่ๆ ดังนั้น เมื่อเราเก็บของที่ตกพื้นแล้วทำท่าปัดฝุ่นให้ก่อนส่งคืน อีกฝ่ายก็จะประทับใจที่เราให้ความสำคัญกับตัวเขามาก นี่เองคือจุดเริ่มต้นในการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน  ดังนั้น หากอยากเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี มีภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ ต้องใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เสมอนะ

 

ที่มา : หนังสืออ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที

เขียนโดย โยชิฮิโตะ ไนโต

keyboard_arrow_up