6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้

6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้

 

คนบางคนเป็นฝ่ายส่งมอบความรู้สึก หลายครั้งที่เรานั่งรอการตอบกลับของใครอีกคนด้วยความกระวนกระวายใจเพราะอยากได้รับความรักตอบมา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็น ‘ความเหงา’ เพียงอย่างเดียว เหนื่อยมั้ยที่ต้องรอคอยและคาดหวังอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้

 

มันถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราควรเลิกนอนกอดความเหงา แล้วหันมาทำบางสิ่งเพื่อความสุขของตัวเอง

 

:: หากิจกรรมใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทำ ::

ลองก้าวออกจากโซนเดิมที่คุ้นชิน ไปลองทำอะไรที่แหวกแนวดูบ้าง อย่างเช่นถ้าคุณชอบอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ก็เปลี่ยนไปหากิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ฝืนตัวเองมากจนเกินไปทำดู หรือถ้าชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์อยู่แล้วก็ลองเปลี่ยนมาทำกิจกรรมที่ช่วยให้ใจสงบ

ให้ชีวิตหลุดจากต้นเหตุแห่งความเหงา ‘เขา’ และความทรงจำเดิมๆ แถมยังอาจได้รู้จักคนดีๆ คนอื่น ในสังคมที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

 

:: มองคนรอบข้างบ้าง ::

อย่าลืมว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีอีกหลายสังคมรอบตัวเรา มีครอบครัว เพื่อนสนิทหรือเพื่อนที่ทำงาน และคนอื่นๆ อีกมากมายที่เราอาจเผลอมองข้ามไป ไม่จำเป็นต้องคิดถึงคนเพียงคนเดียว ลองเปลี่ยนมาคิดถึงคนอื่นๆ นอกจากเขาดูบ้าง แล้วจะพบว่าชีวิตของเราไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด

 

:: เปลี่ยนบรรยากาศและสถานที่ ::

เวลาที่เหงาลองมองรอบข้างดูดีๆ เราอาจกำลังนั่งเศร้าอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนจำเจ แล้วจะมัวเสียเวลาคิดถึงสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ไปทำไม ? ลองลุกออกจากห้อง เก็บกระเป๋าออกไปเปิดโลกทัศน์ มองหามุมมองใหม่ๆ ธรรมชาติ วิถีชีวิตที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน รายละเอียดเล็กน้อยข้างทาง อาจเป็นกำลังใจอย่างดีที่ช่วยให้คุณลืมเรื่องเก่าๆ แล้วก้าวต่อไปได้อีกครั้ง

 

 

:: อยู่กับปัจจุบัน ::

ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อยากรับรู้หรือทำอะไร แต่เวลาไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับเราด้วย ยังมีงานให้ทำ มีคนรอบข้างให้ใส่ใจดูแล เรื่องของเขาและเรามันอาจจะจบไปแล้ว แต่เรื่องอื่นๆ ยังต้องดำเนินต่อไป การก้าวออกมาจากอดีต และให้ความสำคัญกับเรื่องราวในปัจจุบัน คือหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วงพัดพาความเหงาไปจากใจของเรา

 

:: พักผ่อนให้เพียงพอ ::

การนอนจะเยียวยาทุกอย่าง แม้แต่ความเหงา เชื่อหรือไม่ว่าถึงแม้คุณจะเหงาเพราะคิดถึงเขาซะจนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สมองของคุณก็ยังทำงานหนักอยู่ดี หากเป็นความเหงาระดับเรื้อรังอาจถึงขั้นทำให้คุณเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยด้วยซ้ำ ลองหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามตัวเองว่ามันคุ้มกันแล้วหรือ กับคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้ใส่ใจเราสักนิด ดังนั้นเอาเวลาที่เคยนั่งรอคอยอีกฝ่ายมาพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพจะดีกว่า

 

:: อย่าลืมรักตัวเอง ::

ที่ผ่านมาคุณทุ่มเทมากมาย สูญเสียทั้งเวลาและความรู้สึกให้กับใครคนหนึ่ง แม้ไม่ได้อะไรกลับคืนมาแต่ก็ถือว่าเราได้ลองแล้ว วันเวลาจะช่วยให้เราก้าวข้ามช่วงเลวร้ายไปได้ ลองมองไปที่กระจก พิจารณาคนที่อยู่ในนั้น คุณทำเพื่อคนอื่นได้ตั้งมากมาย แล้ววันนี้ได้ทำอะไรเพื่อคนในกระจกบ้างหรือยัง บอกลาความเหงา แล้วเริ่มต้นรักตัวเองอีกครั้งจะดีกว่า

 

บางทีประสบการณ์ครั้งนี้อาจไม่ได้เลวร้ายเท่าไร เพราะมันช่วยให้คุณได้คิดอะไรตั้งมากมาย

 

keyboard_arrow_up