รู้จัก ‘วีแกน’ อีกหนึ่งทางเลือกของผู้รักสุขภาพ ปรับหุ่นสวย เสริมสุขภาพกายและใจ

วีแกนคืออะไร?

วีแกน คือไลฟ์สไตล์หรือการดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คือ ไม่กินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนย นม ไข่ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่ทำจากส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช่น ขนสัตว์ ไหม มุก  กระเป๋าหนังสัตว์ รวมถึงไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่ทดลองกับสัตว์ด้วย  แต่วีแกนไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องศาสนา สามารถตบยุงได้ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้ หากไม่ได้เป็นการทำร้ายสัตว์

แหล่งอาหารสำหรับชาววีแกน

คาร์โบไฮเดรต : กล้วย มันฝรั่ง ผลไม้ต่างๆ ข้าวกล้อง มันฝรั่ง ขนมปัง ธัญพืชไม่ขัดสี

โปรตีน : ผักโขม ผักคะน้า บรอกโคลี่ มันฝรั่ง ผักทอง เห็ด เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง

ไขมัน : ถั่วลิสง พิสตาชิโอ อัลมอนด์  น้ำมันพืขทุกชนิด  กะทิ  อะโวคาโด

วิตามินและเกลือแร่ :  ผักและผลไม้ทุกชนิด จะเลือกกินแบบสดหรือคั้นเป็นน้ำก็ได้

วีแกน อร่อยกว่าที่คิด

ไม่ชอบกินผักก็เป็นวีแกนได้ เพราะความอร่อยของวีแกนอยู่ที่รสชาติ นั่นก็คือเครื่องปรุงอย่างพริกไทย ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาล เป็นเครื่องปรุงที่ไม่ได้เบียดเบียนสัตว์เหมือนน้ำปลา น้ำมันหอย   รวมถึงวิธีประกอบอาหารวีแกน โดยเราสามารถปรุงอาหารวีแกนในแบบเดียวกับการปรุงเนื้อสัตว์ได้ เพียงแค่ใช้วัตถุดิบเป็นวีแกนเท่าน้ัน   เช่น อบ = มันหวานอบ หัวหอมย่างซอสเทอริยากิ แคร์รอตย่าง  ทอด =, มันผรั่งทอด. ข้าวพอง ผักทอด ลาบเต้าหู้กรอบ  หรือชอบแบบนึ่ง ต้ม = มะเขือย่างราดซอส , ผักต้มน้ำพริก สุกี้ ก๋วยเตี๋ยว

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีตัวเลือกที่เป็นอาหารวีแกนสำเร็จรูปอีกมาย  เช่น โปรตีนเกษตร โยเกิร์ตจากมะพร้าวหรือนมถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง เนยถั่วอัลมอนด์  น้ำเชื่อมจากมะพร้าวแทนน้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ฯลฯ ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อและตลาดในราคาไม่แพง

3 เมนูวีแกนหากินง่ายจากร้านสะดวกซื้อ

 

Veganerie Concept ร้านอาหารสำหรับชาววีแกนและผู้รักสุขภาพ

จากประสบการณ์สาววีแกนตัวจริง

คุณจ๋า – ณปภัสสร ต่อเทียนชัย ผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารและเบเกอรี่ Veganerie Concept  ร้านสำหรับชาววีแกนและผู้รักสุขภาพเล่าถึงประสบการณ์การเป็นวีแกนอย่างเต็มตัวมานานกว่า 3 ปีให้ฟังว่า

“ส่วนตัวของจ๋าเริ่มจากเป็นตามคุณแม่ก่อน คุณแม่เริ่มหันมาสนใจเพราะได้ดูสารคดีของต่างประเทศมา และศึกษาข้อมูลต่างๆพบว่าเนื้อสัตว์ที่เราทานอยู่มีที่มาที่ไปเและผลกระทบหลายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน เลยอยากจะลองเลิกทานดูค่ะ จากนั้นไม่กี่เดือนอาการนิ้วล็อค อาการปวดเข่าที่เคยเป็นอยู่ก็หายไป และสุขภาพแข็งแรงขึ้นชัดเจน จ๋าเลยอยากลองเลิกทานเนื้อสัตว์ดูบ้าง แต่ยังทาน นม เนย ไข่ อยู่ค่ะ  เพราะชอบทานเค้ก และของหวานมาก จึงเริ่มหันมาเป็นมังสวิรัติมาแต่ยังเรียนอยู่มัธยมปลายค่ะ

“เมื่อเป็นวีแกนแล้ว จ๋าก็ใช้ชีวิตปกติเลยค่ะ แค่เลือกเปลี่ยนตัวเลือกในอาหารให้ไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ยังเป็นรสชาติที่ชอบแบบเดิมค่ะ ซึ่งยังสามารถไปกินกับเพื่อนๆ ได้ทุกร้าน โดยเราแค่เลือกเมนูที่สามารถทำเป็นวีแกนได้ หรือแค่ขอเปลี่ยนวัตถุดิบอะไรก้ได้ที่ทางร้านมี ซึ่งจ๋าว่าตามจริงไม่ได้ยุ่งยากหรือวุ่นวายอะไรเลย แต่เราแค่ไม่ชิน แถมยังช่วยให้เราได้สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่ทางร้านมีด้วย บางครั้งเพื่อนๆ ก็สนใจและขอลองเมนูวีแกนของจ๋าเหมือนกันค่ะ เพราะการร่วมโต๊ะกับคนอื่นมันจะมีมากกว่าแค่อาหาร เช่น มิตรภาพกับเพื่อน ครอบครัวซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญเลยค่ะ

“การกินอาหารวีแกนข้างนอกบ้าน โดยเฉพาะตอนเริ่มแรก อยากให้ลองมองว่า เราแค่ดัดแปลงจากเมนูหลัก เหมือนตอนสั่งกาแฟว่าขอลดน้ำตาล ไม่เอานม หรือสั่งข้าวผัดแล้วบอกว่าขอเพิ่มหมู ไม่ใส่ผัก ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ค่ะ 😀 จึงอยากให้ลองสนุกกับมันหาวิธีบอกทางร้านให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อนในแบบของเรา  ส่วนตัวจ๋าเองจะบอกว่ามังสวิรัติ ไม่ใส่ไข่ นมค่ะ เพราะถ้าบอกว่า เจ บางทีทางร้านจะนึกถึงข้อจำกัดด้านเครื่องปรุงของพืชกลิ่นฉุน เลยมักจะไม่กล้าทำให้เรา เราเลยต้องบอกแบบให้เขารุสึกเขาไม่โดนจำกัด หรืออาจมีไอเดียเสนอให้เขาด้วย เช่น ขอเปลี่ยนจากกระเพราะไก่กรอบ เป็นกระเพราเห็ดกรอบ รสจัดปกติ ใส่ซีอิ้วแทนน้ำปลา หรือขอเปลี่ยนจากสุกี้น้ำหมูใส่ไข่ เป็น สุกี้แห้งผักใส่เห็ดรวม

“หลักๆ ที่ต้องคำนึงเมื่อต้องไปกินที่ร้านอาหารตามสั่งคือ  เครื่องปรุง เช่น น้ำซุป ขอเปลี่ยนเป็นน้ำซุปผัก หรือน้ำร้อนเปล่าๆ แล้วใส่ผักและไม่ใส่น้ำปลา น้ำมันหอย ขอเปลี่ยนเป็น ซีอิ้วขาวหรือเกลือแทนค่ะ”

ชีวิตดีขึ้นทั้งกายและใจหลังกินวีแกน

“ก่อนจะเปนวีแกน จ๋าชอบกินขนมหรือาหารที่มีไข่ นม ชีสตลอด เพราะมันอร่อยแต่ก็ทำให้น้ำหนักขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เป็นสิว และผดขึ้นที่แขน แต่หลังจากเปลี่ยนมาเป็นวีแกนแบบจริงจัง น้ำหนักค่อยๆ ลดลงไป โดยที่เรารู้สึกมีแรง ไม่ง่วง ไม่เหนื่อยระหว่างวัน ทำงานได้ตลอดเวลา แถมกินได้มากเยอะขึ้น โดยไม่ต้องมานับแคลอรี กินได้อย่างมีความสุข และรู้สึกดีหลังจากกินค่ะ อีกทั้งสมัยนี้พวกนักกล้ามนักกีฬาต่างประเทศก็เป็นวีแกนกันเยอะค่ะ เพราะการกินวีแกนทำให้เขารู้สึกมีพลังงาน มีแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อชัดเจน ไม่ต้องคอยสร้างและรีดออกแต่จะค่อยๆ สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะในพืชผักจะไม่มีส่วนเกินมาสะสมให้เราต้องรีดออก อย่างพวกไขมันอิ่มตัว คลอเรสเตอรอล หรือฮอร์โมนต่างๆ

“นอกจากนี้เรื่องของผิวพรรณจ๋าก็ดีขึ้นค่ะ สิวและผดหาย ผิวก็ใสขึ้น อีกทั้งรู้สึกร่างกายเริ่มปรับนาฬิกาชีวิตได้ เช่น ตื่นนอนเป็นเวลา ตื่นเองประมาณ 5.30-6.00 แต่ก่อนตื่นเองสายมาก ต้องให้คนปลุกตลอด  และยังขับถ่ายเป็นเวลาอีกด้วย ซึ่งชอบมากๆ ค่ะ ไม่เคยคิดว่าจะทำได้

“แต่บางคนนั้นอาจมองว่าการเป็นวีแกนอาจทำให้ขาดสารอาหาร ได้สารอาหารไม่ครบถ้วนในมุมมองส่วนตัวจ๋าคิดว่าที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน อาจเกิดจากการกินไม่ถูกวิธี เช่น ขาดคาร์โบไฮเดรต เพราะหลายๆคนจะกลัวการกินคาร์โบไฮเดรตมากๆ จะทำให้อ้วน เช่น ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด กล้วย ฯลฯ ซึ่งอาหารเหล่านี้ไม่ได้มีแค่คาร์โบไฮเดรต แต่ยังมีโปรตีน วิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย ก็เลยทำให้ได้รับพลังงานไม่เพียงพอ หิวตลอด และไม่มีแรง แต่ที่กินแต่คาร์โบไฮเดรตแล้วอ้วน เป็นเพราะว่ามีน้ำตาล ไขมัน โซเดียม และอื่นๆ ปนมาด้วยจากกระบวนการผลิต เช่นโดนัท เค้ก แป้งพาย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  นอกจากนี้ยังทานอาหารไม่หลากหลาย หรือทานไขมันมากเกินไปร่างกายก็สะสมเป็นไขมันส่วนเกิน จึงทำให้อ้วนได้

“ในส่วนของจิตใจนั้น หลังจากที่มาเป็นวีแกน จ๋ารู้สึกสบายใจ สงบ มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ มั่นใจมากยิ่งขึ้น รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น ยกตัวอย่างหลังจากที่เลิกใช้ใช้กระเป๋าหนังแท้แบรนด์เนมนั้นแล้ว มันเป็นึวามรู้สึกที่ดีมากๆค่ะ รู้สึกมีความสุขได้จากตัวเอง (ยิ้ม) อาจเพราะได้เราทำสิ่งที่เราควรทำ ซึ่งเป็นการ  follow our true heart อีกทั้งรู้สึกว่าเรามีมากขึ้น ทั้งๆ ที่ของที่เรามีก็มีเท่าเดิม แต่เป็นเพราะพอเราได้หันมาสนใจและรู้สึกขอบคุณกับสิ่งและโอกาสต่างๆ ที่เราได้มามันทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่า และมีความสุขมากๆกับ ณ ปัจจุบัน ความอยากได้ อยากมีต่างๆ ก็หายไปมาก และยังช่วยให้เรากลับมาดูแลตัวเองและคนใกล้ตัวมากขึ้น และมี compassion ต่อสัตว์ต่างๆ และสิ่งแวดล้อม

หลังจากนั้นจ๋าก็เปิดร้าน Veganerie Concept เพราะอยากเปลี่ยนมุมมองของอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ให้เข้าถึงง่ายขึ้นในสายตาของคนทั่วไป และคนรุ่นใหม่  จ๋ามองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่การนำเสนอภาพการเป็นวีแกนที่ทำให้คนนึกถึงแต่การกินผักมันไม่ช่วยส่งเสริม จ๋าเลยอยากให้คนหันมามองว่าการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั้น อร่อย หลากหลาย ไม่ได้มีแต่ผัก เหมือนอาหารปกติ และกินได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย และส่งผลดีต่อตัวเรา สัตว์ต่างๆ และโลกของเราอีกด้วย

 

แนะนำเมนูวีแกนสุดอร่อยจากร้าน

กินง่าย ได้ประโยชน์ครบถ้วน

ซูเดิล  เมนูเด็ดที่ใช้ซูกิเส้นซูกินี่สดแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว (เลยเรียกว่าซูเดิล) แล้วยังเพิ่มความอร่อยสดชื่นด้วยผักเย็นๆ อย่าง สาหร่าย เห็ด เต้าหู้  กินคู่กับน้ำสลัดกิมจิม และมายองเนสกับถั่วเหลือง  จานนี้คนไม่ชอบกินผักยังกินหมดจานเลยค่ะ

คาโบนาร่า  ใครไม่อยากกินผักจริงๆ ต้องลองจานนี้ คาโบนาร่าที่ทำจากนมถั่วเหลือง แล้วโรยด้วยชีสถั่วหิมพานต์หอมๆ ปิดท้ายด้วยเบค่อนถั่วเหลืองกรอบๆ ที่รสชาติอร่อยเหมือนเบค่อนจริงๆ เลยล่ะ  จานนี้แคลอรี่ต่ำแต่รสชาติอร่อย กิน 2 จานก็ยังไม่อ้วน

ส้มตำไก่ทอด  อ้าว ไหนบอกวีแกนไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะไก่ทอดจากนนี้ทำจากเห็ดหิมะทอด รสชาติและรูปร่างเหมือนไก่ทอดเป๊ะ  ไม่จืดเพราะปรุงให้อร่อยเหมือนไก่ย่างรถเข็นจริงๆ  แต่นิ่ม เคี้ยวง่าย และได้สุขภาพเต็มๆ

มาต่อกันที่ของหวานที่ไม่หวานมากแต่อร่อยและได้ประโยชน์ แก้วสีเขียว เรียกว่า กรีนพาวเวอร์ พลังจากน้ำผักผลไม้เต็ม ๆ ไม่ว่าจะเป็น คะน้า ใบมิ้นต์ แอปเปิล แล้วนำอะโวคาโดกับกีวีลงไปเพิ่มสีสันและความอร่อย แก้วนี้สดชื่นสุดๆ ส่วนแก้วสีน้ำตาล เรียกว่า ช็อกโกนาน่า เป็นการรวมตัวกันของไอศรีมช็อกโกแลตที่ทำจากนมถั่วเหลือง ไขมันและแคลอรีต่ำ ด้านบนโปะด้วนวิปครีมนุ่มๆ ที่ทำจากมะพร้าว หวานหอมอร่อยไม่เหมือนใคร เด็กๆ ชอบมากเลยแก้วนี้

 

คำแนะนำจากคุณจ๋า สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเป็นวีแกน

จ๋าอยากให้เริ่มต้นด้วยข้อแรกคือการเปิดใจ เพราะข้อมูลมันค่อนข้างใหม่และต่างจากที่เราคยรู้มาหลายอย่าง โดยการศึกษา หาข้อมูล อยู่สม่ำเสมอ เพื่อหาแรงบันดาลใจ หาสิ่งที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด ข้อสองคือไม่จำเป็นต้องฝืนใจ ค่อยเป็นค่อยไป ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ต้องเครียดและกดดันหากวันไหนเรากินไม่ได้  และข้อสุดท้ายคือเข้าหาเพื่อนๆ กลุ่มใหม่ที่ช่วยสนับสนุนกันและกัน ซึ่งมีเยอะมากในโซเชียลมีเดีย เช่น Vegan Community, Vegan Thailand , Vegan Bangkok  หรือจะมาร่วมพูดคุยขอคำแนะนำจากจ๋าได้ที่ร้านเลยค่ะ : )

 

Vegenarie Concept

35/2 ถนน สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

(ฺBTS สถานีพร้อมพงษ์) หลังอุทยานเบญจสิริ

เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น.

Highlights info row image  089 – 628 – 8803 , 02-258-8289

Veganerie Soul ชั้น G  ห้าง Siam Paragon (North zone ) Highlights info row image 02-129-4755

Veganerie ชั้น4 ตึก Mercury Ville  (BTS สถานีชิดลม) Highlights info row image 02-252-2120

หรือสั่งซื้อกลับบ้านที่ชั้น G  ห้าง Emquartier  (เฉพาะเบเกอรี่)

 

keyboard_arrow_up