ไขมันพอกตับ โรคร้ายของมนุษย์เงินเดือนสายปาร์ตี้และสายปิ้งย่าง

โรคไขมันพอกตับ : ตับสำคัญอย่างไร

ตับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เพราะว่าตับเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางการทำงานของส่วนต่างๆ  ของร่างกายเกือบทั้งหมด ตั้งแต่การย่อยอาหารในส่วนที่เรารับประทานเข้าไปเป็นอณูที่เล็กที่สุด หลังจากนั้นก็นำไปสร้างเป็นโปรตีนต่างๆ ตามสเป็คของร่างกายที่ต้องการ นอกจากนั้นสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปกรณีที่เป็นพิษ ตับก็ยังมีหน้าที่ทำให้เสื่อมพิษหรือทำให้มีความรุนแรงของพิษที่ลดลง มากไปกว่านั้นตับยังมีหน้าที่ขับของเสียออกมาได้ โดยเฉพาะขับออกมาทางน้ำดี ในกรณีที่ท่อน้ำดีอุดตันหรือไม่สามารถขับของเสียออกมาได้  ตับก็จะทำให้มีการคั่งของของเสียโดยเฉพาะน้ำดีในร่างกาย  ก็จะเกิดมีภาวะที่เรียกว่า “ดีซ่าน” เวลาที่มีการอักเสบของตับนั่นคือตับทำงานได้ไม่ดี

 

สาเหตุทำลายตับ

สำหรับโรคตับนั้นสามารถเกิดได้กับทุกคน  ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย  อาจจะมีส่วนต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย  เช่น ปัจจัยเสี่ยงในกรณีที่มีโอกาสที่จะพบกับสิ่งต่างๆ  ที่เพิ่มมากในแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน  โดยเฉพาะโรคสำคัญๆ  ที่จะมีผลกับตับคือ

  1. ไวรัสตับอักเสบ ซึ่งไม่จะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายเมื่อได้รับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบตั้งแต่  เอ, บี, ซี, ดี  หรืออี  ก็สามารถทำให้ตับอักเสบได้ทั้งสิ้น  นอกจากนั้นไวรัสบางตัว  เช่น  ไวรัสบีหรือซีก็จะทำให้มีการเกิดตับอักเสบเรื้อรังได้  และเมื่อมีการอักเสบมานานอาจเกิดภาวะตับแข็ง  รวมถึงการเกิดมะเร็งตับได้
  2. การดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น  เหล้า  เบียร์  หากดื่มในปริมาณที่มากเกินความพอดี  เช่น  ในเพศหญิงเกินกว่าเบียร์  1  กระป๋องต่อวัน  หรือในเพศชายเกินกว่าเบียร์  1  ขวดกลมต่อวันก็จะมีผลเสียต่อตับในระยะยาวได้  ซึ่งนานเข้าก็อาจจะทำให้เกิดมีตับอักเสบ  รวมถึงสภาวะตับแข็ง
  3. ภาวะอ้วน โรคที่สำคัญในทุกเพศและพบเป็นจำนวนมากในปัจจุบันก็คือ  ภาวะโรคอ้วนหรือที่เราเรียกว่าภาวะ  “โรคไขมันพอกตับ”  ถ้าจะเรียกชื่ออย่างเป็นทางการคือ  “ภาวะที่มีตับคั่งไขมัน”  ซึ่งจริงๆ คนมักจะตกใจกลัวกับการที่แพทย์วินิจฉัยอย่างนี้  แต่ในความเป็นจริงก็คือถ้าท่านอ้วน  ท่านลงพุง  ท่านก็จะมีสภาวะนี้เกือบทุกคน  เพราะฉะนั้นการที่มีภาวะตับคั่งไขมันนี้  นอกจากจะมีผลเสียต่อตัวแล้วยังส่งผลเสียอื่นๆ  ตามมาอีกมากมาย  กล่าวคือโรคต่างๆ  เหล่านี้เรียกว่า  “โรคโหงวเฮ้งดี”  คือผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ  โรคเส้นเลือดสมอง  รวมทั้งมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับได้เช่นเดียวกัน
  4. ภาวะจากยาหรืออาหารเสริม รวมถึงสมุนไพรต่างๆ ไม่มีสารใดที่มีแต่ประโยชน์โดยไม่มีโทษ  การรับประทานยา  อาหารเสริม  สิ่งต่างๆ เหล่านี้  หากรับประทานเกินความจำเป็นหรือไม่มีข้อบ่งชี้ก็อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ  ไม่ว่าจะเป็น  ตับ  ไต แต่ในวันนี้ที่เราพูดถึงก็คือเรื่องของตับ  ดังนั้น ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ได้มีคำสั่งจากแพทย์  รวมถึงไม่ควรเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่ายานี้สามารถบำรุงโน่น  บำรุงนี่ได้ก็จะเป็นผลเสียทั้งสิ้น  นอกจากนั้นในบางครั้งการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุกๆ  ดิบๆ  อาหารข้างถนนที่ไม่สะอาด  อาหารที่ค้างคืน  อาจจะส่งผลเสียที่ตามมาก็คือเกิดการติดเชื้อ  ซึ่งการติดเชื้อนี้อาจจะเป็นการติดเชื้อที่ทำให้เกิดมีลำไส้อักเสบ  รวมถึงในบางกรณีก็อาจจะเป็นการติดเชื้อที่ทำให้เกิดมีสภาวะตับอักเสบได้เช่นเดียวกัน

 

อาการป่วยจากโรคตับ

ตับมีหน้าที่เสมือนกับสถานีไฟฟ้าของร่างกาย  เมื่อตับเสื่อมหรือมีการอักเสบก็จะมีภาวะเหมือนกับไฟตก  เพราะฉะนั้นผู้ป่วยก็จะมีอาการอ่อนเพลีย  เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะตอนบ่ายๆ มีอาการง่วงเหงา  หาวนอน  มากไปกว่านั้นในกรณีที่ตับเสื่อมไปมากๆ ก็จะทำให้การสร้างสารต่างๆ ที่ร่างกายควรจะสร้างก็เสื่อมไป  เช่น ไม่สามารถสร้างโปรตีนได้ก็จะทำให้เกิดมีภาวะบวม  ท้องมาน  ไม่สามารถสร้างการแข็งตัวของเลือดได้  ทำให้มีเลือดออกได้ง่าย  หยุดยาก  ไม่สามารถขับของเสียต่างๆ ได้ทำให้มีของเสียคั่งในร่างกาย  เกิดภาวะซึมในสภาวะที่เรียกว่า  “ตับวาย”

 

โรคไขมันพอกตับ โรคร้ายคนเมือง

สำหรับโรคไขมันพอกตับหรือที่เรียกให้ถูกต้องคือภาวะตับคั่งไขมัน  ซึ่งจะเป็นโรคที่พบบ่อยมากในคนเมือง  โดยเฉพาะในปัจจุบันเรารับประทานอาหารหนักเป็นมื้อเย็น  มื้อเช้าอาจจะดื่มแค่กาแฟ  ขนมปังเล็กๆ  น้อยๆ  แต่ไปหนักที่มื้อเย็น  รับประทานเสร็จนอนไม่ออกกำลังกาย  ออกไปดื่มเหล้าเมายา  เที่ยวเตร่กลางดึก  เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้  สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีพลังงานที่ได้จากการรับประทานเกิน  ในขณะที่การออกกำลังกายน้อยลง  ผลที่ตามมาคืออัตราการเข้าของพลังงานที่มากกว่าอัตราการออกก็จะทำให้มีภาวะไขมันเกินและมีการคั่งตามอวัยวะต่างๆ  ค่อยๆ มากขึ้นและจะทำให้เกิดมีโรคแทรกซ้อนตามมา  ซึ่งอย่างที่กล่าวแล้วว่าโรคแทรกซ้อนนี้ไม่จำเป็นว่าจะเกิดเฉพาะที่ตับเท่านั้น  ที่สำคัญก็จะเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน  ทำให้มีไขมันในเลือดสูง  ความดันสูง  ทำให้มีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน  หรือสภาวะโรคหลอดเลือดสมอง  ซึ่งก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของโรคภาวะตับคั่งไขมันทั้งสิ้น  เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราไม่สามารถจะแก้ไขได้ด้วยการรับประทานยา  สิ่งที่สำคัญคือต้องการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  คือ  กินให้น้อย  ใช้ให้มาก  ออกกำลังกายให้มากตามสมควร

สังเกตตับตัวเอง….ก่อนสายไป

สำหรับการสังเกตตนเองว่าตับเรามีอาการแย่แล้ว  โดยทั่วไปตับส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ  หากรอจนมีอาการนั่นคืออาการแย่จริงๆ  ส่วนใหญ่มักจะเป็นขั้นสุดท้ายของโรคตับแล้ว  ก็คือตับหมดทุนสำรองจริงๆ  ดังที่เรามักจะได้ยินเสมอว่าคนโน้นมีอาการโรคตับ  คนนี้มีอาการโรคตับ  2-3 เดือนก็เสียชีวิตไปแล้ว  เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ถ้าอยู่ในความเสี่ยงดังกล่าวมาแล้วข้างต้น  ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เป็นระยะๆ และถ้ายังไม่ได้รับการตรวจประเมิน  หากมีอาการอ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  น้ำหนักลด  บวม  ท้องมาน  ตัว  ตาเหลือง  หรือมีอาการจุกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวาโดยไม่ทราบสาเหตุ  ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจประเมินว่าตับของท่านมีอาการมากมายไปแล้วหรือยัง

ดูแลตับตั้งแต่วันนี้

ปัจจุบันเราไม่มียาที่บำรุงตับจริง  ที่จะบำรุงให้ตับมีสุขภาพที่ดีขึ้น  เพราะตับเป็นอวัยวะที่แทบจะไม่ต้องการการบำรุง  ส่วนใหญ่สิ่งที่เราได้เข้าไปเป็นภาวะที่ทำให้ตับมีความเดือดร้อนหรือเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นทั้งสิ้น  เราไม่มียาที่สามารถจะรักษาล้างพิษตับได้  เพราะฉะนั้นที่มีการโฆษณาการล้างพิษตับต่างๆ  เหล่านั้นเป็นการล้างผลาญหรือทำให้ตับเสื่อมเพิ่มมากขึ้นแทนที่จะทำให้ตับฟื้นตัว  สิ่งที่สำคัญก็คือ พยายามที่จะลดการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์  ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ  รับประทานอาหารแต่พอดี  เดินสายกลางไม่มากหรือน้อยเกินไป  ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร  สิ่งต่างๆ  เหล่านี้คือยาอายุวัฒนะที่จะทำให้มีชีวิตยืนยาว

ในกรณีที่มีสภาวะตับเสื่อมมากจริงๆ  ในบางภาวะที่ไม่เกี่ยวกับมะเร็งตับในระยะลุกลาม  เราอาจจะพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนตับได้  แต่อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนตับไม่ได้ง่ายเหมือนกับการมีเครื่องเก่าแล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่  เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่าย  มีการรับประทานยากดภูมิตลอดชีวิต  และก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตขณะผ่าตัดเปลี่ยนตับได้  แต่ที่สำคัญก็คือไม่มีตับจะมาให้ เพราะการบริจาคตับในปัจจุบันมีอัตราที่น้อยมาก  เพราะฉะนั้นการพิจารณาเรื่องของการเปลี่ยนตับต้องถือว่าอาศัยดวงอย่างแท้จริง  เพราะฉะนั้นเราอย่าไปพึ่งการรักษาภายหน้าเลย  รีบดูแลตัวเองเสียแต่วันนี้  อยู่กับตับที่พ่อแม่ให้มาให้ได้นานที่สุดและปกติที่สุด  นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด

 

ดูแลตับอย่างถูกวิธี ห่างไกลโรค

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรับประทานอาหารถูกสุขอนามัย  ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ  รับประทานอาหารแต่พอดี  คือไม่มากไปหรือน้อยจนเกินไป  รับประทานอาหารครบทุกหมู่  โดยทั่วไปในปัจจุบันอาหารที่มีพืช  ผัก หรืออาหารที่เราเรียกว่า “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน” คือมีผัก มีธัญพืชและมีเนื้อปลาเป็นหลักน่าจะเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด  เพราะในปัจจุบันเราพบว่าการรับประทานเนื้อแดงมากเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นหมูหรือเนื้อนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นภาวะที่มีไขมันพอกตับ  ภาวะหลอดเลือดหัวใจ  รวมถึงมะเร็งหลายชนิดก็สัมพันธ์กับการรับประทานเนื้อแดง  เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน  การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ  ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง  ลด  ละการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์  และการใช้ยาที่ไม่จำเป็นโดยไม่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์  สิ่งต่างๆ  เหล่านี้คือภูมิคุ้มกันสำหรับ ทำให้ตับของแข็งแรงและสมบูรณ์ตลอดไป

 

ข้อมูลโดย รศ.นพ.ทวีศักดิ์  แทนวันดี  หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหาร  รพ.ศิริราช

 

ผู้เขียนหนังสือ “เมื่อตับประท้วง  ร่างกายก็พ่ายแพ้” สำนักพิมพ์ Amarin Health

 

keyboard_arrow_up