สาเหตุของ ‘สิวอักเสบ’ และวิธีการรักษา – อย่าให้สิวอักเสบลุกลามทำร้ายใบหน้า

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ คือ สิวที่มีลักษณะบวม แดง มักมีอาการปวดร่วมด้วย อาจเป็นตุ่มนูนแดงขนาดเล็ก หรือเป็นตุ่มแดงมีหัวหนองสีขาวขุ่นอยู่ตรงกลางร่วมด้วย หรือถ้าขนาดใหญ่มากๆ รู้สึกเจ็บมาก เจ็บตลอดเวลา เวลาคลำเหมือนมีหนองข้างในเราก็จะเรียกเป็น ‘สิวหัวช้าง’

กระบวนการเกิดสิวอักเสบเหล่านี้คล้ายกันคือ เกิดจากต่อมไขมันหรือรูขุมขนของเราอุดตัน โดยมีแบคทีเรียP. acne เป็นตัวกระตุ้นจึงทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบขึ้นมากลายเป็นสิวอักเสบ บางครั้งก่อนจะเป็นสิวอักเสบอาจเป็นสิวอุดตันขึ้นมาก่อน แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการใดๆเตือน สิวอักเสบมาบุกโดยทันที โดยสาเหตุของสิวอักเสบนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน

สาเหตุสิวอักเสบ

ปัจจัยทางพันธุกรรม : ในครอบครัวที่มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง หรือ เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็มีความเสี่ยงในการเป็นสิวอักเสบมากกว่า และเวลาที่เกิดก็มักจะมีความรุนแรงมากกว่า เช่น เป็นในบริเวณที่กว้างกว่า เกิดเป็นสิวหัวช้างบ่อยกว่าคนทั่วไป

ปัจจัยจากฮอร์โมน : ช่วงวัยว้าวุ่นที่ฮอร์โมนเริ่มมีการเปลี่ยนปลงอย่างรวดเร็วก็จะเริ่มเป็นสิว โดยฮอร์โมนเพศที่ทำให้เกิดสิวจะเป็นฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ โดยส่วนมากจะเริ่มขึ้นในช่วงอายุ 11ปี และมักจะลดลงในช่วงอายุ 30 ปี  โดยผู้หญิงมักเป็นสิวในช่วงมีประจำเดือน หรืออาจเป็นมากในช่วงตั้งครรภ์ ส่วนผู้ชายนั้นหากเป็นสิวแล้วยมักมีอาการของสิวอักเสบรุนแรงมากกว่าผู้หญิง

อาหาร : อาหารที่มีความมันมาก อาหารที่มีส่วนประกอบของไกลซีมิค นมวัว มีการสำรวจและงานวิจัยมากมายสนับสนุนว่าอาหารเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวอักเสบ ส่วนอาหารที่ทานแล้วเป็นผลดีช่วยป้องกันและรักษาสิวอักเสบได้ คืออาหารที่มีวิตามินซี วิตามินบีสูง ได้แก่ พวกผักและผลไม้สด

พฤติกรรมการดูแลตัวเองที่ไม่เหมาะสม : ร่างกายที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีผลต่อการทำงานของระบบภูมิค้มกันทำให้เป็นสิวง่าย และการทำความสะอาดผิวหน้า ถ้ารักษาความสะอาดไม่ดีก็จะทำให้เกิดสิวอุดตัน และสิวอักเสบก็จะตามมาได้ง่าย  ที่สำคัญคือบางคนมีพฤติกรรมชอบแกะสิว การแกะสิวจะทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายได้เร็ว และมือของเราเองก็มีสิ่งสกปรกที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาได้ด้วย นอกจากนี้ยังต้องควบคุมการใช้เครื่องสำอางค์ที่มีความมัน เช่น ครีมกันแดด หรือครีมรองพื้น หากเลือกชนิดที่ไม่มันแต่ให้ความชุ่มชื้นได้ก็จะดีกับผิวมากกว่า

การรักษาและการป้องกันสิวอักเสบ

การรักษาสิวอักเสบที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน ปรับพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง เช่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารติดมัน รักษาความสะอาดของผิวหน้า อย่าจับผิวหน้าหรือแกะสิว เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว หากผมมันมากๆ ควรสระผมบ่อยๆ และลดการใช้ครีมนวดผม แต่การเกิดสิวบางครั้งก็เกิดจากปัจจัยที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ เช่น สาเหตุจากฮอร์โมนหรือพันธุกรรม ซึ่งจะต้องรักษาให้ถูกวิธี

การใช้ยาทาและแผ่นแปะสิว 

ยาทาสิวภายนอกที่นิยม เช่น Benzoyl peroxide (หรือที่เราเรียกกันว่าBenzac) ยาตัวนี้มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อ P. acne และยังช่วยให้สิวอุดตัน ทั้งสิวอุดตันหัวขาวและดำให้หลุดง่ายด้วย หรือยากลุ่ม Retinoid ยากลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ เหมาะกับคนผิวมัน ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความมันบนใบหน้าทำให้เกิดสิวลดลงด้วย แต่ข้อเสียคือค่อนข้างจะระคายเคือง คนผิวแพ้ง่ายหมดสิทธิ์เลย นอกจากนี้ยาฆ่าเชื้อก็ได้ผลดี เช่น Clindamycin ช่วยเรื่องการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แนะนำให้ทาเฉพาะจุด พอสิวหายดีแล้วก็หยุดได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดื้อยาด้วย สุดท้ายคือแผ่นซิลิโคนใสแปะสิว ส่วนมากมักจะมียาที่ลดการอักเสบเฉพาะที่ สามารถใช้ได้ในคนที่มีสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือหัวช้าง ไม่แนะนำในสิวเม็ดเล็กๆ เพราะจะเกิดอาการระคายเคืองบริเวณข้างเคียง เช่น ผิวแห้งลอก

การรักษาด้วยการฉีดสิว

การฉีดสิว คือการฉีด triamcinolone หรือ steroid เข้าไปที่สิว วิธีการนี้เหมาะกับสิวอักเสบที่เป็นเม็ดใหญ่ๆ ที่มีอาการปวด บวม แดง เป็นการช่วยลดการอักเสบ (ไม่ได้เป็นการทำให้ยุบอย่างที่หลายๆคนเข้าใจนะ) เมื่อการอักเสบลดลงการเกิดรอยแผลเป็นหลังการอักเสบก็ลดลงด้วย แต่การฉีดสิวก็มีข้อเสีย  คืออาจทำให้เกิดเป็นหลุมบริเวณที่ฉีด แล้วการฉีดปริมาณมากๆ บ่อยๆ ก็ทำให้โครงสร้างของผิวเราเปลี่ยนแปลงจากเดิม ทำให้ผิวอ่อนแอลงได้

การรักษาด้วยการกินยา

ยากินที่ใช้รักษาสิวคือ Isotretinoin หรือที่เรารู้จักกันในนาม Acnotin  ยากลุ่มนี้เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวมาก ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน จึงทำให้การเกิดสิวลดลง แต่ก็มีผลข้างเคียงมากมาย ซึ่งต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

รักษาด้วยการกินยาคุมกำเนิด

ในผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของฮอร์โมน มีฮอร์โมนเพศชายมาก มักจะมีสิวมาก ผิวมัน ขนดก ประจำเดือนมาผิดปกติ การทานยาคุมกำเนิดก็สามารถช่วยปรับฮอร์โมนและลดการเกิดสิวได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรตรวจหาโรคอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น ถุงน้ำในรังไข่ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

 

หากเกิดสิวอักเสบแล้วเราไม่ทำการรักษาให้ถูกวิธี จากสิวปริมาณน้อยๆ อาจลุกลามไปทั่วใบหน้า บวกกับการแกะหรือบีบสิวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในชั้นผิวที่ลึกขึ้น เกิดการอักเสบที่มากขึ้น นอกจากสิวบวมๆ กวนใจแล้ว หลังสิวยุบก็จะเกิดรอยแผลเป็น รอยดำ และหลุมสิวตามมาด้วย หากไม่มั่นใจว่าควรรักษาสิวอักเสบด้วยวิธีใดแนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นได้ก็หายได้ แต่ต้องรักษาอย่างถูกวิธีนะคะ

 

คำแนะนำโดย

 

 

keyboard_arrow_up