สาเหตุปากดำและวิธีแก้ มาเปลี่ยนปากดำคล้ำให้สวยด้วยวิธีปลอดภัยและได้ผลจริง

ปากดำ ปากคล้ำ ปัญหาใหญ่ของสาวๆ เมื่อต้องทาสีลิปสติกแล้วสีไม่สวย สีไม่ตรงเฉดสีของลิป หรือบางคนอาจจะไม่กล้าเปิดเผยสีปากธรรมชาติ ต้องทาลิปสติกตลอดเวลา เพราะปัญหาปากดำคล้ำ  ดังนั้น เราลองมาดูกันว่าสาเหตุปากดำคล้ำเกิดจากอะไร และจะมีวิธีป้องกันหรือวิธีรักษาอย่างไรบ้าง คำแนะนำโดยแพทย์หญิงธัญรัชต์ จันทโรทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามและชะลอวัย

สาเหตุปากดำ

ปัญหาริมฝีปากดำคล้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย  และไม่ว่าคุณจะมีผิวขาวหรือผิวสีน้ำผึ้ง แต่โอกาสที่ริมฝีปากจะมีสีคล้ำในแต่ละคนนั้นก็มีปัจจัยมากน้อยต่างกันไป โดยสาเหตุปากดำคล้ำส่วนใหญ่เกิดจาก…

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม ในคนที่มีผิวคล้ำจะมีปริมาณเม็ดสีมากกว่าคนผิวขาว รวมถึงบริเวณริมฝีปากเช่นกัน ในคนกลุ่มนี้จะมีริมฝีปากคล้ำตั้งแต่กำเนิด ซึ่งยากที่จะเปลี่ยนริมฝีปากให้กลายเป็นสีชมพู แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสาวๆ ผิวสีแทน ผิวสีน้ำผึ้งไทยอย่างพวกเรา จะมีริมฝีปากคล้ำดำเสมอไป เราสามารมีริมฝีปากที่สวยแม้ไม่อมชมพูได้หากหมั่นดูแลริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ ก็ทำให้เม็ดสีที่สะสมลดลงได้บ้าง
  • แสงแดด การต้องเผชิญกับแสงแดดแรง รังสีUVที่อยู่ในแสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นในเม็ดสีทำงานมากขึ้น นอกจากผิวที่คล้ำขึ้น ริมฝากยังคล้ำขึ้นด้วย
  • การใช้ลิปสติกราคาถูก หรือลิปสติกที่หมดอายุ ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ปากพัง ริมฝีปากดำคล้ำจนเห็นได้ชัด
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนบ่อยๆ เช่น ชา กาแฟ นอกจากปากดำคล้ำแล้วฟันอาจจะเหลืองอีกด้วย
  • การอักเสบของริมฝีปากหลังอาการแพ้ ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้เครื่องสำอางหรือแพ้อาหาร
  • ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ตอนตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างเม็ดสีมากขึ้น อาจทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนสีได้

 

วิธีดูแลริมฝีปาก เปลี่ยนปากดำคล้ำเป็นปากสวย

การดูแลรักษาริมฝีปากมีตั้งแต่วิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องพึ่งหมอ จนถึงการดูแลรักษาด้วยเลเซอร์

อันดับแรกคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ริมฝีปากคล้ำ โดยใช้ลิปสติกที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเพื่อปกป้องริมฝีปาก ลดการดื่มชา กาแฟ เลือกใช้ลิปสติกที่ไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม ซึ่งเราจะพบได้ในลิปสติกราคาถูกที่มีสีจัดจ้าน หลีกเลี่ยงลิปสติกที่มีน้ำหอม ทางที่ดีคือควรเลือกใช้ลิปสติกที่ใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติ หรือเลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือได้

การสครับปากด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สครับที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย น้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ กลีเซอรีน น้ำผึ้ง มะนาว บีทรูท แตงกวา ทับทิม เบอร์รี่ เป็นต้น หรืออาจเลือกสครับปากสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ โดยหลังจากผสมส่วนผสมที่ต้องการแล้ว ก็สามารถใช้นิ้วมือปาดสครับแล้วนำมานวดวนเบาๆ บริเวณริมฝีปาก ประมาณ 2 – 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น  ทำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ โดยการสครับริมฝีปากจะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น เรียบเนียนและลดความหมองคล้ำลงได้

เลเซอร์แก้ปากคล้ำ วิธีนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำเฉพาะในเคสที่ลองวิธีแบบธรรมชาติแล้วไม่ได้ผล   ซึ่งแสงเลเซอร์ที่นิยมในปัจจุบัน เป็นเลเซอร์ที่จับกับเม็ดสีได้ดี เรียกว่า Nd YAG  โดยจะมีการทายาก่อนเลเซอร์ทุกครั้ง และหลังทำเลเซอร์อาจมีอาการแสบ บวม ริมฝีปากแห้ง และลอกได้

ข้อควรระวังของการทำเลเซอร์แก้ปากคล้ำ คือ ห้ามแกะหรือเลียริมฝากหลังทำเลเซอร์ ใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมของสารกันแดด โดยการเลเซอร์จะเริ่มเห็นผลชัด จะต้องทำซ้ำประมาณ 4 – 6  ครั้ง และทำซ้ำทุก 2 สัปดาห์ หลังจากที่ริมฝีปากเริ่มมีสีชมพูอ่อนแล้ว หากไม่ดูแลรักษาริมฝีปากตามคำแนะนำของคุณหมอ ริมฝีปากก็อาจมีสิทธิ์กลับมาดำคล้ำได้อีกครั้ง

แต่ถ้าหากสาวๆ ใจร้อนอยากมีสีปากแบบเลือกได้ ได้สีปากตามที่ต้องการ ไม่ต้องง้อลิปสติกอีกต่อไป วิธีการสักริมฝีปากก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่วิธีนี้ต้องเลือกร้านที่สะอาด ปลอดภัย และน่าเชื่อถือได้  โดยต้องใช้สีและเครื่องมือสัก ในระดับ medical grade คือสีและเครื่องมือเกรดระดับเดียวกับเครื่องมือแพทย์ การสักจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง และสีจะติดทนอยู่ประมาณ 1 – 2 ปี แล้วก็จะกลับมาเป็นสีปากเดิมอีกครั้ง  โดยมีข้อควรระวังหากเลือกวิธีนี้ ในคนที่เคยมีระวัติเป็นเริมมาก่อนหากช่วงที่สักร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย อาจทำให้อาการเริมที่บริเวณริมฝีปากกำเริบได้  และหลังสักหากไม่ดูแลรักษาความสะอาดอย่างดี อาจเกิดอาการติดเชื้อ อักเสบ บวม แดง

 

อันที่จริงแล้วริมฝีปากสวย ดูสุขภาพดี ไม่จำเป็นจะต้องมีสีชมพู แต่จะต้องเป็นริมฝีปากที่สะอาด เรียบเนียน ไม่แห้งแตก ไม่ลอกเป็นขุย และเรื่องความสะอาดของช่องปากก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ ถ้ายิ้มแล้วเจอฟันเหลือง กลิ่นปากแรงแบบนี้ ต่อให้มีริมฝีปากสีชมพูสวยยังไงก็คงไม่ไหวเนอะ

 

 

keyboard_arrow_up