กินถั่วเหลืองดีหรือไม่ดี? มาไขความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “ถั่วเหลือง”

เป็นที่ยอมรับว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ  แต่ก็มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับถั่วเหลืองเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน จนสร้างความสับสนและเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า “ถั่วเหลืองดีจริงหรือ”

นักวิจัยเรื่องถั่วเหลืองมีความเห็นว่า งานวิจัยในอดีตจนถึงปัจุบันชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่ทำให้สับสนด้านลบนั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนเท่าไรนัก  ดังนั้น เราลองมาดูกันว่า มีความเชื่ออะไรบ้างเกี่ยวกับถั่วเหลืองที่ทำให้เราเข้าใจผิด

 

ความเชื่อผิดๆ : จะต้องกินถั่วเหลืองมากๆ จึงจะได้ประโยชน์

ความจริง : องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า การลดระดับคอเลสตอรอลในเลือดจะต้องบริโภคโปรตีนถั่วเหลืองวันละ 25 กรัม ซึ่งเท่ากับอาหารถั่วเหลืองวันละ 3 – 4 หน่วยบริโภค

โดยเฉลี่ย 1 หน่วยบริโภคจะเท่ากับนมถั่วเหลือง 240 มิลลลิตร หรือเต้าหู้ 90 กรัม ซึ่งจะให้โปรตีนประมาณ 6 – 8 กรัมต่อหน่วยบริโภค

นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีสารไอโซฟลาโวนส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต่อการทำงานของร่างกาย งานวิจัยพบว่าช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนและโรคมะเร็ง

 

ความเชื่อผิดๆ : ถั่วเหลืองทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดผิดปกติ

ความจริง : สารไอโซฟลาโวนส์ในถั่วเหลืองมีไม่มากต่อระดับฮอร์โมนในเลือดทั้งหญิงและชาย แม้จะมีโครงสร้างคล้ายเอสโทรเจน แต่ทำงานต่างจากเอสโทรเจนในเลือด

งานวิจัยไม่พบว่าการกินถั่วเหลืองจะเปลี่ยนแปลงระดับเทสทอสเทอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) หรือปริมาณน้ำอสุจิ แต่การววิจัยพบว่า ชายและหญิงที่บริโภคไอโซฟลาโวนส์จากอาหารธรรมชาติวันละ 40 – 70 กรัม (เท่ากับถั่วเหลือง 2 – 4 หน่วยบริโภคต่อวัน) ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนหรือเอสโทรเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มทดลอง

ผลวิจัยจำนวนมากกลับชี้ให้เห็นว่า ถั่วเหลืองช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

ความเชื่อผิดๆ : ผู้หญิงท้องหรืออยากมีลูกไม่ควรกินถั่วเหลือง เพราะจะทำให้เป็นหมัน

ความจริง : อาหารถั่วเหลืองไม่มีผลต่อการตั้งท้องและปลอดภัยต่อคุณแม่ที่กำลังท้องด้วย

รายงานจากสถาบันสิ่งแวดล้อมและสุขภาพปี 2006 แนะนำว่าผู้หญิงที่กำลังท้องที่กินถั่วเหลืองเป็นประจำจะได้รับปริมาณสารเจนิสตีน (Genistein) ต่ำ ซึ่งสารนี้เป็ฯสารในกลุ่มไอโซฟลาโวนส์และมีปริมาณสูงในถั่วเหลือง แต่ก็มีผลกระทบต่อระบบการสืบพันธุ์ของเพศหญิงน้อยมาก ส่วนผลที่พบว่าเป็นหมันนั้นเป็นผลจากการทดลองในสัตว์ ซึ่งใช้สารเจนีสตีนระดับสูงในการทดลอง

ชาวเอเชียกินถั่วเหลืองมาหลายชั่วคน แต่ไม่มีรายงานว่าทำให้เป็นหมัน ตรงกันข้ามกลับมีลูกหลานมากมาย

 

ความเชื่อผิดๆ : กินถั่วเหลืองทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

ความจริง : แม้จะมีรายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่พบสารเจนีสตีน ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารไอโซฟลาโวนส์ที่สามารถกระตุ้นเนื้องอกในหนูทดลองที่ขาดภูมิต้านทานและมีเซลล์มะเร็งที่ไวต่อเอสโทรเจน แต่ไมมีข้อมูลยืนยันในคนที่ระบุว่าการกินถั่วเหลืองกระตุ้นเซลล์มะเร็งหรือทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

งานวิจัยชี้ว่า เป็นการยากที่จะนำผลการวิจัยในสัตว์ที่กินไอโซฟลาโวนส์ในปริมาณสูงมากมาสรุปว่าจะเกิดผลเช่นเดียวกับคน เพราะหนูผลิตฮอร์โมนเอสโทรเจนน้อยกว่าผู้หญิงมาก และความสามารถของสัตว์ในการสลายไอโซฟลาโวนส์นั้นแตกต่างจากคน

ล่าสุดมีข้อมูลจากงานวิจันโดย ดร. มาร์ค เมสซิน่า (Dr. Mark Messina) แห่งมหาวิทยาลัยโลมา ลินดา (Loma Linda) สหรัฐอเมริกา รายงานว่า จากการตรวจชิ้นเนื้อเซลล์เต้านมก่อนและหลังได้รับสารไอโซฟลาโวนส์ พบว่าไม่มีผลต่อการเจริญของเซลล์เนื้องอกเต้านม

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่สนับสนุนการกินถั่วเหลืองคือ ผู้หญิงที่กินถั่วเหลืองมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมลดลง การกินถั่วเหลืองไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะได้ ก็ต่อเมื่อกินถั่วเหลืองในวัยเด็กและหนุ่มสาว

การกินถั่วเหลืองในวัยเด็กวันละครั้งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเมื่อเป็นผู้ใหญ่ได้ถึง 50%  ส่วนการกินถั่วเหลืองในวัยผู้ใหญ่ยังไม่ชัดเจนเท่ากับในวัยเด็ก แต่งานวิจัยที่ศึกษาในกลุ่มชาวจีนพบว่า ผู้ที่กินถั่วเหลืองมากที่สุดมีโอกาสเสียชีวิจจากมะเร็งเต้านมน้อยที่สุด

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หญิงชาวเอเชียมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมลดลง อัตราการเสียชีวิตมีเพียง 1/5 ของหญิงชาวตะวันตก สำหรับผู้ชายก็ได้รับประโยชน์จากการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยเช่นกัน ฉะนั้นถั่วเหลืองจึงปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือเป็นมะเร็งเต้านม

งานวิจัยหลักในด้านมะเร็งของสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ผู้หญิงที่รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมสามารถกินอาหารถั่วเหลืองเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพตั้งแต่ 2 – 3 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแคปซูล สำหรับผู้ที่ใช้ยา Tamoxifen รักษามะเร็งเต้านมควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษาด้วย

เนื่องจากงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าไอโซฟลาโวนส์ในปริมาณสูงจากแหล่งไหนก็ตาม จะมีผลในการเปลี่ยนแปลงฤทธิ์ยา Tamoxifen

 

ความเชื่อผิดๆ : กินถั่วเหลืองมากๆ จะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์

ความจริง : งานวิจัยรายงานว่าอาหารถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมไทรอยด์ในผู้หญิงและไม่มีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ในผู้มีสุขภาพดี

การวิจัยในหญิงและชายสุขภาพดีที่กินไอโอดีนเพีงพอจากอาหารพบว่า การบริโภคอาหารถั่วเหลืองหรือสารไอโซฟลาโวนส์แทบจะไม่มีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ส่วนผู้ที่มีปัญหาไทรอยด์ในกรณีที่ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการตีกันระหว่างอาหารและยา และสามารถกินถั่วเหลืองได้อย่างปลอดภัย

 

ข้อมูลจากหนังสือกินป้องกันโรค, Amarin Health

keyboard_arrow_up