รู้จักสิวผดก่อนหน้าพัง! เพราะสิวผดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่ฤดูร้อนเท่านั้น

ทำไมหน้าร้อนทีไรสิวผดต้องบุกหน้า

อันที่จริงแล้วไม่ใช่เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นที่สิวผดจะมาเยือน แต่เป็นเพราะสิวผดนั้นจะมาพร้อมกับอากาศร้อนๆ และแสงแดดจัดๆ ซึ่งไม่ว่าจะฤดูไหนเมืองไทยก็ร้อนเหมือนกันอยู่แล้ว (หน้าร้อนอาจจะหนักหน่อย ) ดังนั้น การดูแลรักษาใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวผดนั้นจะต้องให้ความสำคัญกันตลอดทั้งปีเพื่อให้เราได้โชว์ผิวสวยๆ หน้าใสๆ ได้ทุกฤดูกาลค่ะ

 

สิวผดคืออะไร

สิวผด มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ นูนๆ จำนวนมาก เวลาสัมผัสจะรู้สึกไม่เรียบ เป็นเม็ดทราย กระจายทั่วใบหน้า เป็นสีแดง ทำให้ใบหน้าดูแดงๆ มีอาการคันและแสบบริเวณที่เกิดสิวผด ซึ่งที่จริงแล้วสิวผดมีความสัมพันธ์กับการเป็นผื่นมาก่อน เมื่อเกิดผื่นขึ้น การทำงานของต่อมไขมันก็ผิดปกติ เกิดการอุดตัน อาการแสบและคันก็ตามมาและเมื่อสัมผัสเข้ากับมือของเราที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เมื่อแบคทีเรียจากมือสัมผัสเข้ากับบริเวณที่มีการอุดตันของต่อมไขมันจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้นมา ผื่นจึงแปลงร่างกลายเป็นสิวอักเสบ ลุกลามไป บางครั้งก็มีหัวเป็นหนองข้างใน หรือเป็นตุ่มน้ำใสๆ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าที่ถูกแสงแดดประจำ เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม ข้างจมูก คาง หรือในบางคนอาจมีสิวผดเกิดขึ้นบริเวณที่ไม่ได้โดนแสงแดด อย่างแผ่นหลัง บริเวณหน้าอกก็ได้

สิวผดนั้น หากลองสังเกตดูจะพบว่า จะไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเช้าๆ แต่มักเกิดขึ้นตอนช่วงบ่ายๆ หลังจากผิวหนังสัมผัสกับฝุ่นละอองผสมกับอากาศร้อนๆ สิวผดก็จะมาบุกโดยทันที่อย่างกับนัดกันไว้

สาเหตุของสิวผด

สิวผดเกิดได้จากหลายๆปัจจัย ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงได้ และปัจจัยภายใน ตัวการกระตุ้นสำคัญ ได้แก่

แสงแดด รังสีUV จากแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิวผดกำเริบ อากาศที่ร้อนจะยิ่งทำให้ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันทำงานหนัก ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันทางการแพทย์เราพบว่าเชื้อราหรือยีสต์ชนิดหนึ่ง ชื่อ P. ovale เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดขึ้นมา ยิ่งเมื่อเวลาอากาศร้อนๆ แล้วต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเยอะ นี่แหละอาหารชัั้นดีของเจ้ายีสต์ตัวนี้เลย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ไม่เหมาะสม ผิวหนังที่แห้งเกินไปก็ทำให้สิวผดเกิดขึ้นได้ เพราะมีความระคายเคืองง่าย บางคนคิดว่าเป็นสิวแล้วต้องใช้โฟมล้างหน้าควบคุมความมัน แต่ยิ่งใช้หน้ายิ่งแห้งจึงทำให้สิวผดยิ่งมา

แพ้สารเคมีในเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สัมผัสกับผิวหนัง เช่น โฟมล้างหน้า แชมพู ครีมนวด  ที่มีส่วนผสมของสารกันเสียหรือน้ำหอม หรือมีค่าpHที่ไม่เหมาะสม

ปัจจัยภายใน เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด นอนดึก ก็ทำให้ผื่นขึ้นได้ แล้วอาจลามไปสู่การเป็นสิวผด

ฮอร์โมน เช่น ช่วงที่มีประจำเดือน การใช้ยาคุมกำเนิด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงมีน้อง หรือหลังคลอด

สาเหตุทางพันธุกรรม เช่น การทำงานของต่อมไขมันที่มากกว่าปกติ (เป็นคนผิวหน้ามันกันตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย)

การป้องกันสิวผด

วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เกิด ต้องคอยสังเกตตัวเอง ว่าปัจจัยใดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เราเกิดสิวผด เพราะในแต่ละคนมีสาเหตุกระตุ้นที่แตกต่างกัน แล้วพยายามหลีกเลี่ยง

บางคนเกิดสิวผดเพราะผิวแห้ง  อาจต้องใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น งดใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น AHA BHA  ที่อาจทำให้ผิวแห้งลอก หรือถ้าเกิดจากแสงแดดและอากาศร้อนๆ ก็ต้องทาครีมกันแดด สวมหมวก กางร่ม หรือพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลนาน  หากเกิดจากความเครียด นอนดึก ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึง เปลี่ยนพฤติกรรมการล้างหน้า ไม่ขัด ไม่เกา ไม่ล้างหน้าบ่อย และควรเลือกเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารกันเสีย มีน้ำมันเยอะ หรือน้ำหอม รวมถึงไม่เปลี่ยน ไม่ทดลองผลิตภัณฑ์บ่อยๆ ที่อาจเสี่ยงให้เกิดอาการแพ้  พูดง่ายๆ ก็คือ หากใบหน้าเราเหมาะกับผลิตภัณฑ์ตัวไหนแล้ว ก็ใช้ต่อไปอย่านอกใจ ไม่อย่างนั้นจะหน้าพังไม่รู้ตัว

นอกจากนี้การดูแลให้ผิวแข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างการเลือกทานอาหารที่มีสารแอนตีออกซิแดนท์เป็นประจำ เช่น สังกะสี วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบของผิวหนังบริเวณสิวผดได้ดี และยังช่วยเสริมสร้างชั้นผิวให้แข็งแรง

ที่สำคัญคือ เมื่อเกิดผื่นแล้ว ห้ามสัมผัสเด็ดขาดเพื่อไม่ให้อาการผื่นนั้นลุกลามจนเกิดสิว เพราะนอกจากจะรักษายากแล้ว ยังจะทิ้งรอยดำให้เราช้ำใจ เสียเงินรักษาเพิ่มอีก

 

การรักษาสิวผด

แม้การป้องกันไม่ให้สิวผดเกิดขึ้น คือทางที่ดีที่สุดในการคงสภาพผิวสวยใสไว้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวล เพราะสิวผดนั้นรักษาให้ดีขึ้นได้  แต่ไม่หายขาด ถ้ายังไม่ดูแลและป้องกันตัวเอง สิวผดก็จะกลับมาเยือนใหม่อีกครั้ง เป็นๆ หายๆ กวนใจเราเรื่อยไป

โดยการรักษานั้นหากยังอยู่ในช่วงอาการผื่น สามารถกินยากลุ่มแก้แพ้ ลดอาการคันได้ อาจจำเป็นต้องใช้สเตียรอยด์อ่อนๆเข้ามาช่วยในระยะผื่นกำเริบ เพื่อให้ผื่นจะยุบลงและผิวเราก็จะเรียบเนียนเหมือนเดิม แต่ถ้าลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบแล้วอาจจะต้องรักษาโดยกลุ่มยารักษาสิว ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้งยากินและยาทา เช่น อะดาพาลีนซึ่งเป็นกลุ่มเรตินอยด์ ยากลุ่มเซลีเนียมซัลเฟต หากใบหน้ามีความมันมากอาจต้องทานยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น แอคโนติน ในบางคนต้องอาศัยการใช้ยาฆ่าเชื้อราหากสิวผดนั้นเกิดขึ้นจากยีสต์ดังกล่าว  นอกจากนี้ยังสิวผดยังสามารถรักษาด้วยเลเซอร์หรือการฉายแสง Phototherapy เพื่อลดการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรียตัวการที่ทำให้เกิดสิว โดยจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี

 

เมื่อรู้จักสิวผดและวิธีป้องกันแล้ว ต่อไปซัมเมอร์ไหนๆ ก็อวดผิวสวยใสได้ไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลและคำแนะนำจาก

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up