ไม่อยากใช้เงินหมุน มีร้านค้าเล็กๆ แต่อยาก เก็บเงิน ได้สักที

เรื่อง เก็บเงิน อย่าคิดว่ายาก ยิ่งช่วงนี้ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ยิ่งเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง มีความคิดความอ่าน ย่อมไม่อยากทำแล้วกับการเป็นมนุษย์เงินเดือน คิดไปไกลถึงอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่พอเริ่มทำก็เข้าสู่ธุรกิจเงินหมุน ต้องหมุนทุน กำไร มาจ่ายเข้าจ่ายออกจนปวดหัว วันนี้เราเลยจะขอแชร์เทคนิคสำหรับคนทำแบรนด์ร้านค้าขนาดเล็ก แต่อยากมีเงินเก็บเป็นของตัวเองเสียที

มีหนี้ให้น้อยที่สุด

ถ้าไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมาจากพ่อแม่ แนะนำว่าให้เป็นนกน้อยทำรังแต่พอตัว ควรเริ่มต้นทำธุรกิจจากสิ่งเล็กๆ ก่อน ใช้เงินลงทุนน้อย เพื่อทดลอง ก่อนค่อยๆ ขยายฐานเงินทุนจากกำไรที่ได้ ต่อยอดไปเรื่อยๆ อาจจะช้าแต่ชัวร์แน่นอน

แบ่งเงินให้เป็น อย่าดึงเงินส่วนตัวมาใช้กับร้าน

วิธีการนี้จะคิดนึกในใจ แบ่งไว้ในอากาศไม่ได้ คุณต้องเขียนตารางแบ่งออกมาให้ชัดเจน ระหว่างเงินใช้จ่ายส่วนตัว กับเงินใช้จ่ายของร้าน แล้วจะแบ่งแบบไหน

เงินส่วนตัว

  • เงินใช้จ่าย กิน เที่ยว ค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน
  • เงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามือถือ
  • อย่าลืมเงินออมสิ่งสำคัญ

เงินของร้าน

  • เงินใช้หนี้ที่กู้มาลงทุน
  • ค่าจ้างพนักงานในร้าน
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโปโมทร้านใน Facebook

เมื่อมีตรงไหนรั่ว เช่นเงินจากร้านขาดทุน หรือสินค้าชิ้นไหนขายไม่ดี เราจะรู้ได้ทันทีหากมีการแยกบัญชีค่าใช้จ่าย

อย่าลืมสำรองเงินไว้ยามฉุกเฉิน

กรณีนี้เหมือนกับการเก็บออมเงิน ที่เราต้องมีเงินสำรองไว้ยามฉุกเฉิน เจ็บไข้ เกิดอุบัติเหตุ การทำร้านก็เช่นกัน อย่าคิดว่าการทำการค้าคือระบบเงินหมุน หากลงทุนมาก ยิ่งได้มาก หลายคนชล่าใจ ตกม้าตายมาเยอะและ เพราะเกิดเหตุฉุกเฉินกับร้าน แต่เราไม่มีสำรองไว้ เงินที่ใช้ยามฉุกเฉินเช่นอะไรบ้าง

เช่น ร้านเกิดไฟไหม้ น้ำท่วมเข้าร้าน และต้องหยุดขายชั่วขณะ จากเงินหมุนกลายเป็นเงินขาด และต้องหาเงินกู้ยืมมาใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจของร้าน หลายคนอาจจะแก้ปัญหาโดยการรอคอยและขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่อย่าลืมว่าก็เป็นการเพิ่มหนี้ ฉะนั้นตระหนักไว้เสมอว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยการสร้างทางเลือกเตรียมแผนสำรองไว้ให้ตัวเองในยามวิกฤตด้วย “การเก็บเงินฉุกเฉิน”

 

keyboard_arrow_up