เอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี”

ขอโทษ
ขอโทษ

เอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี”

สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจ จากการได้คบค้าสมาคมกับมหาเศรษฐี ผู้มีความสุขก็คือ พวกเขาเอ่ยคำ ขอโทษ จนเป็นนิสัย ผู้เขียนแปลกใจก็เพราะ ในบรรดามหาเศรษฐีที่รู้จักมีชาวต่างชาติเยอะอยู่พอสมควร ซึ่งโดยปกติแล้วชาวตะวันตกที่เดิบโตมาในสังคมของการฟ้องร้องจะไม่มีวัฒนธรรมกล่าวคำว่าขอโทษ เพราะหากพลั้งปากพูดออกไป ก็อาจถูกให้รับผิดชอบได้ในภายหลัง

แต่ก็มีมหาเศรษฐีที่ยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาตรงๆ อยู่เยอะทีเดียว

แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปมักทำนิ่งเฉย อย่างเช่น เดินชนไหล่กันนิดหน่อย หรือมาเข้าห้องประชุมสายเพียงไม่กี่นาที พวกเขาก็ยังกล่าวคำว่า “ขอโทษ”

ผมเคยไปเยือนบ้านของมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นผู้หนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านหลังนั้นหายากมาก ผมจึงต้องโทรศัพท์ถามทางเขาหลายครั้ง ทันทีที่มาถึง เขาก็รีบค้อมศีรษะขอโทษ พร้อมกับพูดว่า

“ต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่บ้านผมหายากขนาดนี้”

ผมตอบกลับไปแทบไม่ทันว่า “ไม่เลยครับ ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย”

ต้องยอมรับเลยว่า มหาเศรษฐีแทบทุกคนเอ่ยปากขอโทษกับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น

“จำนวนครั้งที่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ” สัมพันธ์กับคุณภาพของมิตร”

มหาเศรษฐีคนหนึ่งสอนผมเช่นนั้น

บางคนอาจคิดว่า “การขอโทษบ่อยๆ จะทำให้ขาดความน่าเกรงขามและเส่นห์ของความเป็นผู้นำ อีกทั้งยังไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างมิตรระดับไฮคลาสไม่ใช่หรือ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

คนเราทุกคน ย่อมมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหยิบยืมแรงของผู้อื่น อีกทั้งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นไม่มากก็น้อย
ดังนั้นคนที่รู้จัก “ขอโทษ” ให้มากกว่าผู้อื่นเป็นเท่าตัว จึงเปรียบได้กับ “คนที่ตระหนักถึงสิ่งที่ใครหยิบยื่นหรือปฏิบัติให้เป็นเท่าตัว”

และเมื่ออ่อนน้อมจนเป็นนิสัย ผู้ที่พบเห็นย่อมรู้สึกชื่นชม จากนั้นมิตรสหายก็จะเพิ่มขึ้นตามมา

การเอ่ยคำว่า “ขอโทษ” ยังแสดงถึงการยอมรับผิดของตน และ พร้อมจะแก้ไขปรับปรุง ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ

เราทุกคนล้วนถูกปลูกฝัง ให้เอ่ยคำขอโทษเมื่อสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ คนส่วนมากกลับพยายามเลี่ยงความรับผิดชอบ

ทั้งที่หลักจิตวิทยาอธิบายไว้ชัดเจนว่า “คนเราพร้อมจะให้อภัยคนที่กล้าเอ่ยคำขอโทษ แต่จะเกิดความรู้สึกอคติต่อคนที่เอาแต่แก้ตัว”

จึงขอให้ระลึกไว้เสมอว่าแนวคิด “ขอโทษแล้วคุ้มกว่า”  เป็นเรื่องสำคัญในการคบค้าสมาคมกับผู้อื่น

 

บทความน่าสนใจ

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีที่เห็นคุณค่าของคนมากกว่าเงินทอง

รักวัวให้ผูก รักลูกต้องสอนให้รู้จัก “ให้” บทเรียนสำคัญจาก สุดยอดมหาเศรษฐีใจบุญของโลก

จอห์น พอล โจนส์ เดอโจเรีย จากคนไร้บ้านสู่มหาเศรษฐีพันล้าน

7 คมความคิดของแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีผู้ประสบความสำเร็จระดับโลก

จากศูนย์เป็นมหาเศรษฐี ลี กา ชิง  ซูเปอร์แมนแห่งเมืองฮ่องกง

 

 

keyboard_arrow_up