Shinsoko Sushi ปั้นด้วยใจทุกคำ อร่อยล้ำ สวรรค์ของคนรักซูชิ

Shinsoko Sushi
Shinsoko Sushi

Shinsoko Sushi ปั้นด้วยใจทุกคำ อร่อยล้ำ สวรรค์ของคนรักซูชิ

หากใครที่ชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจ ว่ากันว่าจะสามารถแยกคุณภาพของอาหาร และวัตถุดิบได้ทันทีที่ชิมว่าร้านนี้ดีจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิ หัวใจสำคัญคือความสดใหม่ของวัตถุดิบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้าน Shinsoko Sushi ยึดมั่นมาโดยตลอด ถึงขนาดท้านักชิมทั้งหลายให้มาชิมเลยด้วยซ้ำ เพราะที่นี่วัตถุดิบทุกอย่างนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เรื่องความสดใหม่ไม่ต้องพูดถึงเพราะนี่ที่จะไม่นำของค้างคืนมาเสิร์ฟลูกค้าแน่นอน และความพิถีพิถันทุกขั้นตอนเหล่านี้นี่เองคือที่มาของชื่อร้าน Shinsoko ซึ่งแปลว่า “ก้นบึ้งของหัวใจ” เพราะพวกเขาปั้นซูชิทุกคำด้วยใจ ทุกจานผ่านการคิดมาอย่างพิถีพิถันจากเชฟมากฝีมือจนเป็นที่ล่ำลือในหมู่นักชิมว่าเป็นสวรรค์ของคนรักซูชิ

หลายคนอาจจะคิดว่าซูชิระดับพรีเมี่ยมแบบนี้ ราคาต้องแรงจนจับต้องไม่ได้แน่นอน ซึ่งเจ้าของร้านแอบกระซิบว่าจริงๆ แล้วร้าน Shinsoko Sushi นั้นไม่ได้ครองใจแค่ในกลุ่มนักธุรกิจหรือในกลุ่มครอบครัวเท่านั้น เพราะแม้แต่พนักงานออฟฟิศเองยังพากันมาเป็นลูกค้าประจำมากมาย ถึงแม้ทางร้านจะใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพแต่ราคาอาหารที่นี่นั้นเริ่มต้นแค่หลักร้อยเท่านั้น! ทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านซูชิระดับพรีเมี่ยม ที่ทุกคนสามารถมาลิ้มลองได้โดยแท้จริง

Shirauo Salad (สลัดปลาเงินทอดกรอบ)

จานแรกขอแนะนำ Shirauo Salad (สลัดปลาเงินทอดกรอบ) เมนูเบาๆ เรียกน้ำย่อยก่อนจัดชุดใหญ่ แต่อย่าได้ดูถูกรสชาติของสลัดจานนี้เลยทีเดียวเพราะนอกจากผัดไฮโดรโปนิกส์สดๆ และปลาเงินทอดกรอบพระเอกของเรื่องแล้ว ความพิเศษของสลัดจานนี้ก็คือตัวน้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำจากปลาไหลนั่นเอง เป็นการเปิดมื้ออาหารที่เราประทับใจมากเลยทีเดียว

Shinsoko Sashimi A (ชินโซโคะ ซาชิมิ เซ็ท A)

ไม่ลงช้าเพราะตอนนี้ทุกคนในโต๊ะต่างก็มองตรงไปที่ Shinsoko Sashimi A (ชินโซโคะ ซาชิมิ เซ็ท A) เป็นซาชิมิแบบจัดเต็มที่เอาใจคนรักปลาดิบอย่างเราได้อย่างครบครันมีปลาดิบนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ท้องปลาแซลมอน ปลาฮามิจิ หอยเซลล์ญี่ปุ่น หรือไข่หอยแม่นก็หวานมันไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด แถมเชฟยังใจดีแล่มาให้ชิ้นหนาพอดีคำ กินแล้วฟินเว่อร์ ทำเอาลืมซูชิทุกร้านที่เคยกินมาไปจนหมดสิ้น เสิร์ฟมาแบบอลังการ เป็นจานที่ทุกคนหยุดถ่ายรูปนานมากกก ><

Shinsoko Sushi A (ชินโซโคะ ซูชิ เซ็ท A)

หากมากันหลายคนเกรงว่าแค่ซาชิมิอย่างเดียวคงไม่อิ่ม เราเลยบจัดเซ็ท Shinsoko Sushi A (ชินโซโคะ ซูชิ เซ็ท A) มาเพิ่มอีกชุด บอกเลยว่าในภาพนั้นดูเหมือนจะเล็กแต่ของจริงคือใหญ่มากกกก ซูชิหนึ่งคำนี่เอาเข้าปากครั้งเดียวไม่หมด ฮ่าๆๆ เพราะซูชิที่นี่คำใหญ่จริงอะไรจริง แต่ไม่ใช่ใหญ่เพราะหนักข้าวนะ ใหญ่เพราะตัวปลาดิบนี่แหละ เป็นอีกเซ็ทที่ดีงามมาก หลากหลายทางรสชาติแต่ลงตัวมาก อร่อยยันหัวกุ้งอะคิดดู ไม่มีคำว่าเหลือในพจนานุกรมของดิฉัน

Taraba Nabe (หม้อไฟปูทาราบะ)

นอกจากครัวเย็นแล้ว ครัวร้อนของที่นี่ก็โด่งดังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมนู Taraba Nabe (หม้อไฟปูทาราบะ) เป็นเมนูที่เหมาะจะมาทานกับเพื่อนหรือกับครอบครัวมาก เจ้าของร้านเล่าว่า เรื่องครัวเย็นอย่างเมนู ซูชิ ซาชิมิ จริงๆ ความอร่อยมันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ถ้าปลาดี ปลาสด ความอร่อยมันก็การันตีอยู่แล้ว แต่สำหรับครัวร้อนอย่างพวกนาเบะ หม้อไฟ ผัดๆ ทอดๆ ฝีมือเชฟเป็นสิ่งสำคัญมาก และครัวร้อนของที่นี่ก็มีชื่อเสียงมาก แม้แต่น้ำซุปเหลือๆ จากนาเบะก็ไม่ทิ้ง ทางร้านจะเอาไปเคี่ยวใส่ไข่ ใส่แซลม่อนลนไฟและต้นหอมทำข้าวต้มเสิร์ฟให้ลูกค้ากินตอนท้าย บางทีลูกค้ากินไม่ไหวก็ยังขอน้ำซุปกลับเอาไปทำอาหารต่อที่บ้านเองเลย

Sushi Set

ส่วนเมนูนี้ใครที่ชื่นชอบ Engawa และ Foei gras ให้สั่ง Sushi Set นี้เลยค่ะเพราะประกอบไปด้วย Engawa ponzu sushi และ Foei gras sushi ที่เสิร์ฟมาพร้อมกันให้เราก็กินแบบจุใจไปเลย บางคนก็บอกว่ากินเยอะแล้วเลี่ยน ส่วนตัวเราว่ามันไม่เลี่ยนมากเพราะมีตัว ponzu ช่วยตัดเลี่ยนอยู่ เอาเป็นว่าถ้าใครที่ชอบอะไรมันๆ เลี่ยนๆ อย่างเราห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะพอได้กินพร้อมกันมันให้ความรู้สึกฟินจนหายอยากไปเลยอะ

           

Shogun Roll โรลโกเบ

งานเนื้อก็ต้องมาาาาา Shogun Roll โรลโกเบ เป็นอีกหนึ้งเมนูแนะนำของสายเนื้อย่างเรา หรือเหมาะกับบางคนที่ไม่กินปลาดิบ ที่นี่ก็มีเนื้อโกเบ มีหมูคุโรบุตะเป็นเมนูแนะนำเช่นกัน เมนูนี้ถูมิใจนำเสนอมากเพราะปกติโรลของร้านอื่นข้าวจะหนา แต่ที่นี่ข้าวไม่หนาไม่ตัดกำลังแต่ให้เนื้อให้ใส้จัดเต็ม สามารถกินได้แบบชิวๆ ยังพอเหลือพื้นที่ในท้องให้พร้อมลุยเมนูต่อไปเลยจ้า!

Crunchy Roll โรลกุ้งเทมปุระกรอบซอสสไปซี่

อีกหนึ่งโรลที่แนะนำก็คือ Crunchy Roll โรลกุ้งเทมปุระกรอบซอสสไปซี่ เป็นเมนูที่เต็มปากเต็มคำดีแท้กับความกรุบกรอบของกุ้งเทมปุระและอะโวคาโด ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน เป็นซอสสไปซี่จัดจ้านเอาใจคนไทย

Prawn Steak สเต็กกุ้งลายเสือ

คิดว่ากินไปเยอะมากแล้วแต่เนื่องจากเมนูของทางร้านนั้นน่าโดนหลายเมนูมาก เราเลยสั่ง Prawn Steak สเต็กกุ้งลายเสือ ให้มาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำกุ้งลายเสือตัวใหญ่มาผัดบนเตาเทปันยากิ กินพร้อมกับเครื่องเคียงอย่างหน่อไม้ฝรั่ง เห็ดหอม เห็ดออรินจิ และ ฟักทอง เนื้อกุ้งแน่น หวาน จริงๆ ไม่ต้องปรุงอะไรเลยก็ได้นะแต่ทางร้านเขาก็มีซอสมาเสิร์ฟให้ เอาเป็นว่าใครชอบแบบไหนก็เอาที่สบายใจละกัน

แก้มปลาบุรีย่างเกลือ

เมนูสุดท้ายคือ แก้มปลาบุรีย่างเกลือ จริงๆ แล้วคิดว่าเมนูนี้ควรสั่งกินเมนูแรกๆ นะเพราะมันใหญ่มากกกก คุณพระ! ไม่ควรจะสั่งตอนใกล้อิ่มเพราะเดี๋ยวเหลือแล้วจะต้องได้ห่อกลับบ้านค่ะ ตอนแรกก็ไม่รู้ไงคิดว่ามันไม่ใหญ่ขนาดนี้ แต่พอมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ ร้องโอ้โหเลยทีเดียว แล้วคือเป็นหัวปลาแก้มปลาที่เนื้อเยอะ เนื้อหวานมากก ถึงจะเยอะแค่ไหนนี่ก็สู้ว่าต้องกินให้หมด เชื่อแล้วค่ะว่าเมนูของที่นี่ใหญ่คุ้มราคาจริงๆ

ในขณะที่กำลังนั่งพักเพราะอิ่มกันจนกินต่อไม่ไหวนั้น เจ้าของร้านก็พาเดินย่อย ชมบรรยากาศร้านที่ตกแต่งแบบโมเดิร์น แฝงด้วยความรู้สึกอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งภายในร้านมี 2 ชั้นด้วยกัน ชั้นล่างมีโซนหลายโซนให้เลือกนั่นค่ะ ใครมาเป็นกลุ่มก็นั่งโต๊ะ ใครมาคนเดียวก็นั่งตรงเคาน์เตอร์ซูชิบาร์จะได้เห็นเชฟปรุงอาหารแบบใกล้ชิด ส่วนชั้น 2 นั้นเหมาะสำหรับกลุ่มที่มาแบบส่วนตัว เสียงดังได้ ร้องเพลงได้ เหมาะกับคนที่หาร้านจัดเลี้ยงมากทีเดียวค่ะ เอาเป็นว่าหากใครที่อยากจะมาชิมอาหารญี่ปุ่นรสชาติดี คุณภาพดี แนะนำที่ Shinsoko Sushi เลยค่ะ

ที่ตั้ง : ซอยอรรถกระวี 1 ถนนสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ร้าน Shinsoko Sushi ตั้งอยู่ใกล้กับ K-Village

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.30 น. วันศุกร์-วันอาทิตย์ แนะนำให้โทรมาจองโต๊ะก่อน

โทร : 0-2074-4419, 09-7078-5257 

เว็บไซต์ : www.facebook.com/ShinsokoSushiBKK

 

keyboard_arrow_up