อเมริกันแชร์ ก็ดี แต่มาดูเหตุผลดีๆ ที่ผู้ชายควรออกค่าอาหารให้ผู้หญิง(บ้าง)

อเมริกันแชร์
อเมริกันแชร์

อเมริกันแชร์ ก็ดี แต่มาดูเหตุผลดีๆ ที่ผู้ชายควรออกค่าอาหารให้ผู้หญิง(บ้าง)

จริงๆ แล้วคำว่า อเมริกันแชร์ ถ้าเอาไปถามคนอเมริกันจริงๆ เขาอาจจะไม่รู้จัก เพราะคำนี้เป็นคำที่คนไทยตั้งขึ้นมาโดยเลียนแบบวัฒนธรรมของคนประเทศตะวันตก ที่ไม่ว่าจะชายหรือหญิงหากไปทานข้าวด้วยกันก็มักจะแชร์ค่าอาหารกันมากกว่าให้ฝ่ายชายเป็นคนออกค่าอาหารทั้งหมด

ซึ่งเรื่องแชร์ค่าอาหารกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในสังคมไทยนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน ซึ่งวันนี้เราจะมาทำบทสรุปของเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายมากขึ้นและยุติธรรมกับทุกฝ่ายกันค่ะ

เริ่มแรกเลยเราต้องเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละบุคคล

จริงๆ แล้วในแต่ละประเทศหรือแต่ละพื้นที่ก็ล้วนมีวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันออกไปค่ะ การทำความเข้าใจคู่เดทของเรานั้นจึงสำคัญมาก อย่างเช่นที่กล่าวไปข้างต้นว่าประเทศตะวันตกมักจะสบายใจหากทั้งคู่แชร์ค่าอาหารกัน ต่างจากประเทศญี่ปุ่นถ้าคนที่เป็นผู้ใหญ่ แล้วนั้นฝ่ายชายจะรู้สึกเสียหน้ามากหากผู้หญิงของช่วยออกค่าอาหารด้วย เพราะเหมือนเป็นการดูถูกว่าเขาไม่มีเงิน แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นซึ่งยังไม่มีรายได้มากนักก็จะมีการแชร์ค่าอาหารกัน แต่ฝ่ายชายก็จะเป็นคนเสนอออกเงินเยอะกว่าฝ่ายหญิงอยู่ดี เช่น ค่าอาหาร 300 บาทฝ่ายชายจะออก 200 ฝ่ายหญิงออก 100 ที่ต้องทำแบบนี้นั้นก็เพราะ ถึงแม้เป็นวับรุ่นแต่ผู้ชายก็อยากแสดงออกถึงการเป็นผู้นำหรือดูแลคู่เดทของเขา ในขณะเดียวกันฝ่ายหญิงจะได้ไม่อึดอัดหรือรู้สึกผิดที่ให้ฝ่ายชายออกค่าอาหารทั้งหมดด้วย

แล้วหากเป็นประเทศไทยที่รับทุกวัฒนธรรมล่ะ?

ปัญหาก็คือ ที่นี่คือประเทศไทยไง ประเทศที่รับทุกวัฒนธรรม จนทำให้ความเข้าใจของหลายคนนั้นไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าผู้ชายควร ออกค่าอาหาร เพราะเป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ เพื่อให้ผู้หญิงมั่นใจว่าเขาสามารถดูแลเธอได้ บ้างก็ว่าต้องแชร์สิ กินด้วยกัน ไปด้วยกัน จะให้ออกคนเดียวได้ไง แถมสมัยนี้ผู้หญิงทำงานหาเงินได้ไม่ต่างจากผู้ชายแล้วการหวังให้ผู้ชายเลี้ยงอย่างเดียวก็คงไม่ได้!

สรุปแล้วใครควรจ่าย?

จริงๆ แล้วเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยหากเรามองในมุมของคนอื่นบ้าง ผู้หญิงก็ควรมองในมุมผู้ชายว่าเราจะโอเคหรอว่าเรามีแฟนที่ต้องเลี้ยงตลอด หรือผู้ชายก็ควรมองในมุมผู้หญิงว่าหากเรามีแฟนที่แม้แต่อาหารมื้อเดียวยังเลี้ยงไม่ได้ ต้องใช้เครื่องคิดเลขมาบวกลบคูณหารเป๊ะๆ ขนาดนี้ต่อไปในอนาคตเราจะพึ่งพิงให้เขาได้หรอ? ดังนั้นเราจึงทำข้อสรุปที่ว่าแล้วใครควรจ่ายค่าอาหารโดยใช้วิธีเอาใจเขามาใส่ใจเรา+ความยุติธรรมลงไปด้วยจนได้บทสรุปดังนี้ค่ะ

ผู้ชาย ควรจ่ายค่าอาหารใน เดทแรก หรือ เมื่อผู้ชายเป็นฝ่ายชวนค่ะ ต้องบอกก่อนว่าความประทับใจแรกนั้นเป็นสิ่งสำคัญ อีกอย่างฝ่ายชายเป็นคนชวนด้วยดังนั้น ผู้ชายควรเอ่ยปากจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารในครั้งแรกก่อนเสมอ เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติฝ่ายหญิง และยังสร้างความประทับใจให้เธอเปิดใจให้คุณมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าผู้หญิงเสนอจะแชร์ให้ผู้ชายปฏิเสธไปก่อน แต่หากเธอยังอยากช่วยจ่ายจริงๆ ก็บอกไปว่า ไว้ครั้งหน้าละกันนะครับ” ซึ่งเป็นการรับปากเป็นนัยๆ ว่าจะมีการเดทครั้งต่อไปของคุณกับเธออีกแน่นอน!

หลังจากที่ผ่านไปสักระยะหนึ่ง คุณกับเธอสนิทกันมากขึ้น พอจะพูดเรื่องเงินได้แล้วล่ะก็ ต้องอยู่ที่คนสองคนตกลงกัน ว่าจะช่วยกันแชร์หรือไม่ เพราะเอาจริงๆ ไม่มีผู้หญิงดีๆ คนไหนหรอกที่จะให้ผู้ชายจ่ายทุกอย่างเองไปตลอด อย่างน้อยๆ หลังจากที่เป็นเดทกันมาแล้วสองสามครั้ง เธอจะช่วยคุณออกแน่นอน เพราะเรื่องความเกรงใจมันเป็นเรื่องพื้นฐานที่คนดีๆ ควรอยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้ชายจะจ่ายค่าอาหารอีกทีก็ ในวันพิเศษหรือวันสำคัญ เช่นวันครบรอบ วันเกิด หรือ วันวาเลนไทน์ ถึงแม้คุณจะไม่ได้มีรายได้เลี้ยงค่าอาหารเธอทุกมื้อ แต่อย่างน้อยๆ วันพิเศษก็ควรเสนอตัวจ่ายให้เธอบ้าง ปีหนึ่งก็มีไม่กี่ครั้ง ผู้หญิงก็จะได้รู้สึกว่าเธอเป็นคนพิเศษของคุณจริงๆ

keyboard_arrow_up