ผู้หญิงควรฉีดวัคซีน HPV เพื่อลดความเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูก

ป้องกัน มะเร็งปากมดลูก

ปัจจุบันการให้วัคซีนเพื่อป้องกัน มะเร็งปากมดลูก เป็นที่ยอมรับโดยสากล ว่าเป็นแนวทางป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตั้งแต่วัยเด็กด้วยการฉีดวัคซีน เป็นการสร้างภูมิเพื่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว ช่วยลดและป้องกันความเจ็บป่วย หรือผลกระทบร้ายแรงอันเกิดจากโรคนั้นๆ ได้ และโรคที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง หนึ่งในนั้นคือ โรคมะเร็งปากมดลูก ร่วมรณรงค์เด็กไทยให้ได้รับวัคซีนHPV ก่อนอายุ 15 ปี

นายแพทย์พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์สาขาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึง โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่พบมากในผู้หญิงไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากมะเร็งเต้านม จากข้อมูลระบาดวิทยาในแต่ละปี พบว่าจำนวนผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงมากกว่า 8,000 รายต่อปี

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่งร้อยละ 99 ของการติดเชื้อมาจากเพศสัมพันธ์ เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส HPV ทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเกินกว่าร้อยละ 50

ดังนั้นการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV จึงเป็นแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด

จากงานวิจัยพบว่าร่างกายของเด็กผู้หญิงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสได้ดีในช่วงอายุ 9-15 ปี ดังนั้น ควรฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ วัคซีนป้องกันไวรัส HPV สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ไปจนถึงอายุ 26 ปี ในสตรีบางรายที่มาฉีดวัคซีนภายหลัง อาจมีการติดเชื้อไวรัส HPVบางสายพันธุ์ไปแล้ว ส่งผลให้การป้องกันมีประสิทธิภาพน้อยลง

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งมีมากกว่า 40 สายพันธุ์ วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่ใช้โดยทั่วไป สามารถป้องกันไวรัสได้อย่างน้อย 2 สายพันธุ์หลักที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกคือ สายพันธุ์ 16 และ18 หากผู้หญิงติดเชื้อไวรัส 2 สายพันธุ์นี้ มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้สูงถึงร้อยละ 70

การฉีดวัคซีน HPV ต้องฉีดจำนวนทั้งหมด 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ฉีดในวันที่กำหนดเลือก

ครั้งที่ 2 ฉีดหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน

ครั้งที่ 3 ฉีดหลังจากเข็มแรก 6 เดือน

ในเด็กผู้หญิงหากฉีดเข็มแรกตั้งแต่ก่อนอายุ 15 ปี สามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้งแต่ละครั้งห่างกัน 6-12 เดือน เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นได้สูงในช่วงอายุดังกล่าว

ข้อดีของวัคซีน HPV

มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันไวรัส HPV มีผลข้างเคียงน้อย แม้ว่าบางคนอาจมีอาการปวด บวม เป็นไข้ ปวดศีรษะ แต่อาการเหล่านี้เป็นไม่รุนแรงและหายได้เอง สำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV สามารถฉีดร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ ไวรัส HPV ไม่เพียงแต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศและโรคมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและคอหอยอีกด้วย

การป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนตั้งแต่อายุยังน้อย จึงถือเป็นการป้องกันที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ห่างไกลโรค

ข้อมูลจาก : ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ 


 บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ผู้หญิง ต้องรู้จัก เข้าใจ ป้องกัน ไวรัสเอชพีวี (HPV)

วิธีป้องกัน 5 โรคร้าย สำหรับ สาวโสด ขี้เหงา

keyboard_arrow_up