เลิกมโน เคล็ดลับหลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความกดดัน

เลิกมโน
เลิกมโน

เลิกมโน เคล็ดลับหลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความกดดัน

เคยเป็นไหมในช่วงเวลาคับขัน เรามักจะชอบจินตนาการถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หากเราไปไม่ทัน “เวลา” จนทำให้เราหัวเสียพาลเหวี่ยงใส่คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว เรามีงานวิจัยเกี่ยวกับช่วงเวลาแห่งความกดดันมาฝาก เชื่อว่าเมื่ออ่านแล้วจะทำให้หลายคน เลิกมโน ไปถึงผลลัพธ์สุดเลวร้ายต่างๆ กันได้แล้ว

ในปีค.ศ.1977 วิทยาลัยศาสนศาสตร์พรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ทำการทดลองด้านจิตวิทยา โดยมีเหล่านักศึกษาเป็น
กลุ่มตัวอย่าง ตอนนั้นนักศึกษากำลังเตรียมตัวสอบนำเสนอหัวข้อ “ลักษณะของพลเมืองดี” ก่อนที่พวกเขาจะย้ายไปยังห้องประชุม เพื่อเข้าสอบกลุ่มที่ 1 จะได้ยินคนพูดประโยคว่า “เลยเวลาที่กำหนดไว้แล้ว” ส่วนกลุ่มที่ 2 จะได้ยินประโยคว่า “ยังพอมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย แต่เริ่มย้ายห้องได้แล้ว”

ขณะที่นักศึกษากำลังเดินไปยังห้องประชุมได้พบคนป่วยล้มหมดสติระหว่างทาง นี่คือสถานการณ์ที่เตรียมจัดฉากขึ้นเพื่อทดสอบบรรดานักศึกษา เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีการสอบรออยู่ข้างหน้า บรรดานักศึกษาที่เข้าเรียนในวิทยาลัยศาสนศาสตร์เพื่ออุทิศตนต่อผู้อื่นจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรกัน

ผลลัพธ์เป็นที่น่าตกใจ นักศึกษาส่วนใหญ่ที่ได้ยินเสียงพูดว่ายังพอมีเวลาเหลือได้เข้าไปช่วยคนที่หมดสติ แต่บรรดานักศึกษาที่เข้าใจว่าตนอยู่ในภาวะวิกฤตจำนวน 90 เปอร์เซ็นเดินผ่านคนคนนั้นไปเฉยๆ การทดลองนี้ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างมาก แต่เมื่อตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกเวลาบีบบังคับ พวกเขาเลือกที่จะแก้ปัญหาให้ตนเองก่อนที่จะช่วยผู้อื่น!!

ขณะที่พวกเราวิ่งไล่ตามเวลา พวกเราจะรู้สึกกังวล หัวใจเต้นรัว มือไม้สั่น รวมทั้งมองไม่เห็นสถานการณ์รอบข้าง สาเหตุที่เรารู้สึกถึงความกดดันเช่นนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะเราขาดแคลนเวลา เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น แล้วเราจะต้องกลัวอะไรกัน

พวกเรามักจะรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างเรื่องการทำข้อสอบไม่ได้จึงได้คะแนนแย่ เรื่องนี้จะทำให้ชีวิตเราเป็นลบ ในที่สุดเราจึงไปไม่ถึงเป้าหมาย หรือชีวิตเราจบลงที่ความล้มเหลว พวกเราหวาดกลัวสิ่งเหล่านี้ และสุดท้ายแล้วก็ตายไป

เราคิดว่าเวลาไม่พอทำให้การสอบล้มเหลว และคิดเชื่อมโยงไปจนถึงความตาย… บางคนอาจคิดว่านี่เป็นคำพูดสุดโต่งมากเกินไป แต่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้คือลักษณะสำคัญของความหวาดกลัว

เมื่อเวลาไล่กวดเรา ยิ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมากเท่าใดก็จงให้ความสำคัญกับเวลา ณ ขณะนี้ให้มากกว่าเวลาที่เหลืออยู่ และเคล็ดลับที่จะหลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความกดดันได้ก็คือ การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับปัจจุบันเท่านั้นก็พอ

ถ้าอยากรู้เคล็ดลับในการบริหารจัดการเวลาเพิ่มเติม อ่านต่อได้ใน หนึ่งวันทำอะไรได้ตั้งเยอะ สำนักพิมพ์ Springbooks


บทความที่น่าสนใจ

4 ขั้นตอนง่าย ๆ จัดระเบียบความคิด ให้ชีวิตลงล็อก!

จัดการกับ ความขัดแย้ง กับคนอื่นอย่างสร้างสรรค์

5 เทคนิค พูดให้ประสบความสำเร็จ เคล็ดลับดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

keyboard_arrow_up