7 ทริค เพิ่มรอยหยักสมอง

7 ทริค เพิ่มรอยหยักสมอง

ช่วงที่มีการเจริญเติบโตของสมองจะอยู่ที่ช่วงอายุ 3 – 16 ปี และหลังจากนั้นก็จะอยู่ในสภาวะที่คงที่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถ เพิ่มรอยหยักสมอง ได้อีก เพราะศักยภาพของสมองสามารถพัฒนาได้ ด้วยงานอดิเรกทั้ง 7 นี้ ที่ทำได้ง่ายๆ ช่วยให้คุณได้ฝึกสมอง แถมยังได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย

1.ฉลาดด้วยเสียงดนตรี

ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ช่วยปลุกอารมณ์และสภาพทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน เราจึงขาดความสุขที่สร้างโดยเสียงดนตรีไม่ได้ มีผลการวิจัยค้นพบว่า ทั้งการฟังเพลงและการเล่นดนตรีจะช่วยเพิ่มทักษะด้านความจำ เพิ่มพลังจินตนาการ และทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น จังหวะและโทนเสียงที่ผสมผสานกับอารมณ์ทำให้คนฟังนำเสียงที่ได้ยินมาแปล ส่งผลให้สมองได้รับการกระตุ้นด้วยเสียงเพลง จึงเกิดเป็นการเรียนรู้ขึ้น

 

2.คาร์ดิโอ้ช่วยให้สมองดีขึ้น

สมองเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อในร่างกายเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ดังนั้นการมีร่างกายที่แข็งแรงจะทำให้สมองแข็งแรงไปด้วย การออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้สมองทำงานได้ตามปกติ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง ทำให้สมองมีการทำงานที่ดีขึ้น “คาร์ดิโอ้” เป็นหนึ่งในวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างหัวใจและสมองให้แข็งแรง โดยคนที่ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ้เป็นประจำ จะมีประสิทธิภาพการทำงานของสมองดีกว่าคนที่ออกกำลังกายแบบอื่น เพราะคาร์ดิโอมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคสมองเสื่อม และป้องกันความเสื่อมของสมองในส่วนการตัดสินใจ

3.บริหารสมองด้วยเกมสร้างสรรค์

การบริหารสมองเป็นการออกกำลังกายสมองอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหมากรุก หมากล้อม เกมปริศนา หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดในทางที่สร้างสรรค์ และควรเล่นให้สนุกสนาน ไม่ใช่เล่นแล้วรู้สึกกดดันหรือเครียด การบริหารสมองทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้เซลล์สมองมีการเจริญเติบโต ทำให้ความจำดีขึ้น เพราะสมองได้ทำการเชื่อมโยงกันตลอดเวลา

 

4.เพิ่มพูนความรู้ด้วยการอ่าน

ปัจจุบันเราสามารถอ่านหนังสือได้ง่ายขึ้นทั้งในมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บแล็ต การอ่านเปรียบเสมือนการออกกำลังกายสมองที่ดีอย่างหนึ่ง แถมยังช่วยยกระดับความคิด ยิ่งอ่านหนังสือที่เราชอบเยอะๆ ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน และทำให้กล้ามเนื้อสมองส่วนต่างๆดีขึ้น การนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ด้วยความรู้สึกสงบ เป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น เป็นการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ไปในตัว

 

5.หมั่นทำสมาธิ

การนั่งสมาธิในตอนเช้าและตอนเย็นเป็นวิธีบริหารสมองง่ายๆ เพียงแค่หลับตา กำหนดลมหายใจ เท่านี้ก็เป็นการเพิ่มพลังสมองอย่างดีเยี่ยม เพราะการทำสมาธิ สมองจะได้พัก และเกิดจินตนาการที่สร้างสรรค์ มีผลการวิจัยค้นพบว่า การมีสมาธิที่ดีเป็นการเพิ่มความหนาของสมองในส่วน Cerebral cortex ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจ ความจำ และการมีสตินึกคิด ทำให้เรารับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เราสามารถจัดการความคิดของตัวเองได้ดี สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการควบคุมสติของตัวเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราฉลาดขึ้น เป็นการจัดการความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่าน ความคิดเป็นระบบ สมองเป็นระเบียบ ส่งผลให้การวางแผนต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.แบ่งเวลาออกไปเที่ยว

หลายคนคิดไม่ถึงว่าการได้เดินทางออกไปยังที่ใหม่ๆ จะเป็นการช่วยให้เราฉลาดขึ้นได้อย่างไร เพราะการออกไปเที่ยวมีแต่จะทำให้เสียเงิน และได้แค่ความสนุกสนาน จนมองข้ามไปว่า สิ่งสำคัญที่เราจะได้จากการเดินทางนั้นคุ้มค่ากว่าสิ่งใด เพราะการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เจอสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้คน อาหาร วัฒนธรรม และสังคม เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง และเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหามากขึ้น

 

7.ปลุกพลังสมองซีกขวาด้วยการ Contour drawing

จริงๆ แล้วการฝึกสมองซีกขวาเป็นเรื่องเข้าใจยาก เพราะคนเรามีความสามารถในการคิดวิเคราะห์แตกต่างกัน กิจกรรมที่ปลุกพลังสมองซีกขวาได้ดีมักเป็นกิจกรรมประเภทศิลปะ อย่างเช่น Contour drawing คอนทัวร์ ดรอว์อิ้ง คือการวาดเส้นโดยประสาทสัมผัส เป็นการใช้ตามองที่แบบที่เรานำมาวาดตลอดเวลา โดยไม่มองที่กระดาษ ทำการวาดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แบบไม่ยกดินสอขึ้น กระบวนการนี้เป็นการเชื่อมโยงประสาทสัมผัสที่เรารับรู้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้สมองซีกขวาได้พัฒนา

การฝึกสมองด้วยการทำงานอดิเรกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะหรือด้านวิชาการ ล้วนเป็นวิธีสร้างและขยายเซลล์ในสมอง สิ่งที่เราจะได้รับเมื่อรอยหยักในสมองเพิ่มขึ้น คือ ความฉลาด ความแข็งแรงของสมอง นอกจากศักยภาพการทำงานของสมองที่ดีขึ้นแล้ว งานอดิเรกยังทำให้เราได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังรู้สึกสนุกสนาน และสร้างความบันเทิงให้เราอีกด้วย วิธีแสนง่าย แถมประโยชน์ล้นเหลือ ลองทำกันดูนะคะ เพื่อสมองที่ดีของคุณ

เรื่องโดย ภภรกัญ สุวรรณฉิม


บทความที่น่าสนใจ

มาวัดระดับ ความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ของตัวเองกันเถอะ!

สมาธิบำบัด 7 เทคนิค พัฒนาร่างกายให้เยียวยาตัวเอง

keyboard_arrow_up