เทคนิคเนียนบอกเรื่องน่าอาย โดยไม่ให้เพื่อนเสียหน้า

เรื่องน่าอาย
เรื่องน่าอาย

เทคนิคเนียนบอก เรื่องน่าอาย โดยไม่ให้เพื่อนเสียหน้า

ต่อให้เรากับเพื่อนซี้กันขนาดไหน แต่บางทีคนเราก็มีช่วงเวลาอึดอัดใจที่จะพูดความจริงบางอย่างออกมา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่รู้ๆ กันอยู่แล้วว่า พูดออกไปเพื่อนต้องเสียหน้าแน่ๆ เอาอย่างนี้สิ…ลองหาวิธี “เนียนบอก” เรื่องน่าอาย เหล่านี้ ให้เพื่อนๆ รู้ดีไหมล่ะคะ

เพื่อนมีกลิ่นปาก

ต้องเข้าใจก่อนว่า กลิ่นปากมีที่มาจากหลายสาเหตุ ถ้าเป็นเพราะเพื่อนเราหลงรักการกินอาหารกลิ่นแรงๆ อย่างกะปิ ปลาร้า หรือสะตอ แล้วกลิ่นติดปาก ก็ลองชวนกันไปแปรงฟันกันดีกว่า โดยอาจจะบอกเพื่อนว่า การแปรงฟันหลังมื้อเที่ยง นอกจากจะทำให้สดชื่นสบายปากแล้ว ยังช่วยลดการกินขนมจุบจิบช่วงบ่ายได้ด้วย (เพราะเราจะขี้เกียจแปรงฟันใหม่อีกครั้งหลังกินขนมไงล่ะ)

แต่ถ้าเพื่อนมีกลิ่นปากอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับอาหารการกิน ง่ายที่สุดเลยก็คือยึดคติ “เจอทีไรให้ลูกอม” แจกไปเลยค่ะวันเม็ด ชอบกลิ่นไหนก็ซื้อตุนไว้เยอะหน่อย นอกจากคุณจะหอมสดชื่นเวลาคุยกับเพื่อนแล้ว เพื่อนยังจะมองว่าคุณเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจใช้ได้เลย

แต่ถ้าหากคุณห่วงใยอยากให้เพื่อนมีลมหายใจหอมสดชื่นตลอดไป ลองชวนเพื่อนไปตรวจสุขภาพช่องปากดีกว่า เพราะจริงๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปาก อาจเกิดจากฟันผุ มีแผลในปาก เป็นโรคเหงือก หรือมีปัญหากับระบบย่อยอาหารก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่กล้าบอกเพื่อนตรงๆ ก็อาจหาโปรโมชั่นคลินิกหมอฟันมาฝากเพื่อน แล้วก็จูงมือเข้าไปตรวจพร้อมกันโลด

เพื่อนมีกลิ่นตัว

ถ้าเพื่อนเป็นคนเหงื่อออกง่าย พอตกบ่ายหรือเจออากาศร้อนเข้าหน่อย กลิ่นตัวก็เริ่มโชยไปกวนคนข้างๆ แล้ว หลังเลิกงาน ลองชวนเพื่อนไปช้อปปิ้ง แล้วแวะเข้าไปลองน้ำหอมหรือเทสต์กลิ่นโรออนดูสิคะ ถ้าคุณมีกลิ่นที่ชอบหรือยี่ห้อที่ถูกใจอยู่แล้ว ก็ช่วยเพื่อนเลือกไปเลยก็ได้ และที่สำคัญอย่าลืมชมเพื่อนด้วยว่า “กลิ่นนี้เหมาะกับเธอสุดๆ”

หรือถ้าไม่มีโอกาสได้ไปช้อปด้วยกันสักที ก็ลองหาโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด หรือวันปีใหม่ ซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกายให้เพื่อนเป็นของขวัญ พร้อมคำอวยพรแสดงความปรารถนาดีอย่าง “ขอให้ชีวิตหอมสดชื่น” ถ้าเพื่อนไม่ยอมใช้ ก็อาจจะแอคติ้งน้อยใจไปสักหน่อยก็ได้ว่า “ของที่ซื้อให้ ไม่เห็นเธอใช้ให้ชื่นใจสักครั้งเลย” (พร้อมทำหน้าหงอย)

แต่ถ้าเพื่อนงัดเอาสารพัดของหอมมาประโคมหมดตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว แต่ปัญหายังไม่หมดไป ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากเสื้อผ้าของเพื่อนอับชื้น โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกวันเว้นวันอย่างนี้ ทำให้ผ้าไม่แห้ง และเป็นสาเหตุให้มีกลิ่นตัว ถ้าอย่างนั้นลองชวนเพื่อนมาจับเข่าคุยกันเรื่องงานบ้านงานเรือน และหาจังหวะเหมาะๆ วกเข้ามาเรื่องการซักผ้า อาจเปิดประเด็นว่า  “แกๆ ช่วงนี้ฝนตกหนัก แกตากผ้ายังไงอ่ะ” และในระหว่างการคุยก็ลองเนียนๆ ให้ความรู้เพื่อนไปเลยว่า การซักผ้าไม่ให้เหม็นอับควรทำอย่างไร

เพื่อนหน้าเทา

ถ้ารักเพื่อนอย่าปล่อยให้เพื่อนใช้รองพื้นผิดเบอร์อยู่เลยค่ะ ปัญหาเรื่องนี้ต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน วิธีที่ง่ายที่สุดและเร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอให้แป้งหมดตลับซะก่อน คือหยิบมือถือขึ้นมาแล้วถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนเลยค่ะ กฎข้อสำคัญคือต้องถ่ายด้วยกล้องหลังเท่านั้น และอย่าลืมเปิดแฟลช! หลังจากนั้นก็เช็ครูปดู รับรองว่า ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ หน้าเพื่อนจะลอยเด่นเด้งกว่าใครในแก๊ง คราวนี้คุณก็ลองทักเพื่อน (ด้วยความใสแบ๊ว) ว่า “ทำไมรูปนี้เธอดูหน้าขาวจังเลย” ตอนนั้นแหละ เพื่อนต้องเริ่มเอะใจอะไรบ้างแล้ว

แต่ถ้ารักเพื่อน ไม่อยากให้เพื่อนแก้ปัญหาเพียงลำพัง ก็ลองชวนกันไปช้อป แล้วช่วยเพื่อนเลือกรองพื้นไปเลย อย่าลืมย้ำกับเพื่อนไปว่า “แป้งเบอร์นี้ เธอใช้แล้วเกิดสุดๆ”

อีกวิธีคือ ลองเพื่อนชวนดูคลิปสอนแต่งหน้าจากบิวตี้บล็อกเกอร์เก่งๆ หรือไม่ก็ขยันชมคนแต่งหน้าสวยๆ ให้เพื่อนฟัง (โดยเฉพาะผู้หญิงผิวสองสีที่แต่งหน้าเก่งๆ) เชื่อเถอะว่า ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย ก็อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยกับเขาเหมือนกัน…จริงไหมล่ะ

เพื่อนสายปอบ

ที่ทำงานของคุณมีเพื่อนสายปอบที่คอยจก คอยจิ๊กของกินในตู้เย็นอยู่ใช่ไหมคะ ถึงจะรู้ตัวว่าเป็นใคร แต่จะให้ไปพูดตรงๆ ก็เชื่อว่าหลายคนยังใจไม่กล้าพอ เพราะกลัวเพื่อนอายและกลัวทะเลาะกัน หรือถ้าจะให้แก้เผ็ดแรงๆ ก็ไม่เอาอยู่ดี เพราะเราเป็นคนสายซอฟท์ ถ้าอย่างนั้นเขียนชื่อแสดงความเป็นเจ้าของแปะไปเลยค่ะ แต่ไม่ใช่ชื่อเรานะคะ เขียนชื่อหัวหน้าไปเลย…ใครจะกล้ากินล่ะ จริงไหม (แต่อย่าลืมเตี๊ยมกับหัวหน้าก่อนนะ)

อีกวิธีที่ได้ผลไม่แพ้กัน คือ ติดป้ายคำว่า “ใช้เพื่อการทดลองเท่านั้น” เชื่อสิ ใครมาเห็นเข้าก็ต้องคิดว่าเป็นของอันตรายแน่ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีน่าสนใจ คือเปลี่ยนภาชนะอาหารให้ดูไม่น่าค่อยน่ากินเท่าตอนซื้อมา เช่น ถ้าคุณซื้อน้ำผลไม้ราคาแพงมา คุณก็แค่นำมาเปลี่ยนใส่ในขวดขุ่น หรือซื้อน้ำพริกหนุ่มเจ้าดังมาจากเชียงใหม่ คุณก็แค่นำเปลี่ยนจากกระปุกมีราคาออกมาใส่ถุงแกงธรรมดา เชื่อเถอะว่า ความน่ากินจะลดลงไปอีกเท่าตัว คราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครแย่งไปกินแล้ว

เพื่อนสายเกษตร

ถ้าหวังดีกับเพื่อน อย่าปล่อยให้เพื่อนแจกยิ้มทั้งๆ ที่ยังทำการเกษตรหรือทำปศุสัตว์บริเวณซอกฟันอยู่เลยค่ะ ในกรณีที่คุณเพิ่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกัน ก็หยิบทิชชู่และไม้จิ้มฟันยื่นให้โดยด่วนได้เลย เชื่อเถอะว่าไม่น่าเกลียดหรอก เพราะใครๆ ก็ต้องเคลียร์ฟันก่อนลุกจากโต๊ะกันทั้งนั้น

แต่ในกรณีที่คุณไม่มีอุปกรณ์ช่วย ก็ลองหันไปถามเพื่อนว่า “มีอะไรติดฟันเราไหม” รับประกันได้เลยว่า หลังจากนั้นไม่นาน เดี๋ยวเพื่อนก็จะหันกลับมาถามคุณเหมือนกันว่า “แล้วฟันเพื่อนล่ะ มีอะไรติดบ้างหรือเปล่า”

อีกกรณีคือคุณไม่ได้กินข้าวด้วยกันมา แต่ดันไปเจอรอยยิ้มออร์แกนิคของเพื่อนระหว่างนั่งประชุมหรืออยู่ต่อหน้าสาธารณชน ก็ลองบอกเพื่อนเป็นรหัสลับน่ารัก ที่คิดขึ้นมาเอง เช่น พิกกี้ แปลว่า พริกติด, พิชชี่ แปลว่า ผักชีติด เชื่อเถอะค่ะ คนรอบข้างไม่เข้าใจหรอกว่าคุณคุยเรื่องมุ้งมิ้งอะไรกัน

สุดท้าย วิธีที่น่าจะดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์คือ การพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา แค่เลือกใช้คำพูดให้เหมาะ แสดงถึงความปรารถนาดี จริงใจ ไม่ให้เพื่อนรู้สึกว่าเราล้อเลียนหรือหลอกด่า…เชื่อเถอะว่า แค่นี้ก็ได้ใจเพื่อนไปเต็มๆ แล้ว


บทความน่าสนใจ

พูดแบบไหนให้ชีวิต เข้าใกล้ความสำเร็จ 4 เทคนิคดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

6 เคล็ดลับ ชื่นชมอย่างจริงใจ พูดอย่างไรไม่กลายเป็นคนเฟค!

พูดหลายภาษา รักษา โรคหลอดเลือดสมอง

keyboard_arrow_up