7 พฤติกรรมกำกวม ที่อาจคิดไปเองได้ว่าอีกฝ่าย “มีใจ”

7 พฤติกรรมกำกวม ที่อาจคิดไปเองได้ว่าอีกฝ่าย “มีใจ”
7 พฤติกรรมกำกวม ที่อาจคิดไปเองได้ว่าอีกฝ่าย “มีใจ”

พฤติกรรมกำกวม

ยุคนี้ใครๆ ต่างก็ต้องเคยคุยหรือทำความรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์มาแล้วทั้งนั้น ซึ่งผลร้ายของการคุยกันผ่านตัวอักษรแบบนี้ รู้มั้ยว่า สามารถทำให้เกิด “ พฤติกรรมกำกวม ” จนมักทำให้หลายคนเข้าใจผิด และคิดเข้าข้างตัวเองขึ้นมาได้เลย !

เพราะตัวอักษรในแต่ละคำ หรือแต่ละประโยคที่ใช้คุยกัน ไม่สามารถส่งความรู้สึกในขณะที่พิมพ์ผ่านเข้าไปได้ นี่จึงอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนมักเกิดความเข้าใจผิด จนถึงขั้นคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ลึกๆ ว่า คนที่กำลังคุยด้วยอยู่นั้น แอบมีใจให้เราเหมือนกันใช่หรือเปล่า !?

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ขอออกตัวแรงเตือนไว้ก่อนเลยว่า อย่าเพิ่งคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปจะดีกว่า เพราะทุกคนบนโลกคงไม่มีใครใจตรงกับเราไปจนหมด ซึ่งในบางครั้งทุกการกระทำก็ย่อมมีเหตุผลในตัวมันเองเสมอ

ดังนั้น จงตั้งสติและควรระมัดระวังกับพฤติกรรมเหล่านี้ ที่อาจมีส่วนทำให้ต้องกลับมานั่งซ่อมแซมหัวใจ เพราะความคิดไกลของตัวเราเอง

1.คุยด้วย

มารยาทบนโลกออนไลน์ เมื่อมีคนทักมาเพื่อพูดคุย ในบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงในการโต้ตอบได้ เพราะเราต่างก็ไม่รู้ว่า การทักทายของหลายๆ คนมีจุดประสงค์หรือต้องการได้รับความช่วยเหลือในเรื่องอะไร

ดังนั้น การตอบรับคำทักทายของบางคนจึงอาจเป็นการตอบไปตามมารยาท และอยากทราบถึงความต้องการของคนถาม ไม่ใช่การตอบเพราะอยากคุยนั่นเอง

2.ถามมา – ถามกลับ

เป็นการกระทำเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า ตัวเองต้องพูดคุยอยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าในบางครั้งตัวคนถามกลับ อาจจะไม่ได้อยากรู้คำตอบของอีกคนก็ตาม แต่เพื่อมารยาทบนโลกออนไลน์ และภาพพจน์ในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี จึงอาจต้องมีถามมาถามกลับกันบ้างเป็นธรรมดา

หรือในบางกรณี สำหรับบางคนอาจจะเป็นคนเคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อไม่ได้คุยกันในระยะเวลานานๆ ก็อาจจะอยากรู้ถึงความเป็นไปของกันและกันได้

3.แสดงความห่วงใย

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชั้นสูงที่มีความรักและความอบอุ่นซึ่งกันและกัน ทำให้ย่อมมีความห่วงใยต่อกันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะฉะนั้น การแสดงถึงความห่วงใยอาจเป็นการรู้สึกห่วงในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง และอาจไม่ได้คิดเกินเลยไปมากกว่านี้ ซึ่งควรต้องพิจารณาให้ดีและชัดเจนว่า ห่วงใยเพราะรู้สึกดีด้วย หรือห่วงใยเพราะความเป็นเพื่อนกันแน่

4.“ Voice ” แทนการพิมพ์

บางครั้งการสื่อสารผ่านตัวอักษรอาจทำให้ไม่สามารถอธิบายบางสิ่งให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน จึงอาจจำเป็นต้องใช้เสียงพูดในการอธิบายแทน ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ อาจมีส่วนทำให้หลายคนเกิดความเข้าใจผิด คิดลึกไปเกินเหตุว่า อีกฝ่ายต้องการคุยด้วยมากถึงขนาดต้องส่งเป็นเสียงให้ได้ยิน แต่รู้มั้ยว่า ในบางครั้งพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดมาจากการขี้เกียจพิมพ์ หรือขี้เกียจอธิบายก็เป็นไปได้นะ

5.ถ่ายรูปส่งให้

เพราะภาพเป็นตัวสื่อความหมายได้หมดทุกอย่าง จึงไม่แปลกที่บางครั้งคนเราจะถ่ายรูปเพื่อบอกถึงความรู้สึกที่เป็นอยู่ ซึ่งพฤติกรรมการส่งรูปให้ดูก็เช่นเดียวกัน สำหรับบางคนอาจเกิดจากการขี้เกียจพิมพ์หรือขี้เกียจอธิบายบางสิ่งบางอย่างด้วยประโยคที่ยืดยาว จึงใช้ภาพเป็นตัวบ่งบอกความหมายให้แทน

ดังนั้น อย่าเพิ่งหลงเผลอคิดไกล หรือเข้าใจผิดว่าคนที่ส่งรูปให้ดูคือคนที่ให้ความสำคัญกับคุณอยู่เชียวนะ

6.ตอบแชทเร็ว

มีอยู่หลายเหตุผลในการที่คนๆ หนึ่งจะตอบแชทของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักๆ แล้ว น่าจะเกิดมาจากการที่คนสองคนอยากคุยกัน แต่สำหรับบางคน อาจเกิดมาจากความผิดพลาดโดยการกดผิดไปโดน ทำให้ต้องตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือสำหรับบางคนอาจจะกำลังว่างหรือออนไลน์อยู่พอดี จึงมีเวลาในการตอบกลับ ไม่ใช่ตอบเร็วเพราะอยากคุยด้วย

7.กดไลค์บ่อย

บนโลกออนไลน์มีคนจำนวนอยู่ไม่น้อยที่มักชอบกดไลค์ให้กับเพื่อนทุกคนบน facebook ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก หากคุณจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกดไลค์บ่อยๆ เพราะอีกฝ่ายอาจทำแบบนี้ให้กับทุกคน ไม่ใช่แค่เฉพาะกับคุณคนเดียว ดังนั้น สังเกตดูให้ดีก่อน จะได้ไม่เผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลนะจ๊ะ

พฤติกรรมกำกวม

โดย : sineenow

 

keyboard_arrow_up