โปรดเลี่ยง! 5 พฤติกรรมทำเพื่อน Unfriend

unfriend
unfriend

โปรดเลี่ยง! 5 พฤติกรรมทำเพื่อน Unfriend

การ Unfriend ในโลกออนไลน์ ก็ไม่ต่างอะไรกับการ “เลิกคบ” ในชีวิตจริง ถ้าไม่อยากให้เพื่อนหนีจากเราไปไหน ลองเช็กดูหน่อยว่า คุณกำลังทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่รึเปล่า

1.เอะอะก็เซลฟี่: ใครๆ ก็เคยโพสต์ภาพเซลฟี่ลงบนโซเชียลกันทั้งนั้น แต่ถ้าคุณเอะอะก็เซลฟี่ทั้งวันล่ะก็ ฟันธงได้เลยว่า คุณเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองต้องการคำชื่นชมจากเพื่อนๆ เพื่อเติมเต็มความมั่นใจนั้น รู้ไหมว่า พฤติกรรมแบบนี้อาจสร้างความเบื่อหน่ายให้เพื่อนๆ ได้ เอาเป็นว่า อย่าโพสต์จนถี่เกินไป หาอะไรมาโพสต์แปลกใหม่ หรืออัพเดตชีวิตตัวเองแบบอื่นบ้างก็ได้

2.อวดชีวิตดี: หลายคนชอบสร้างภาพให้ชีวิตของตัวเองดูสมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่อง ทั้งกินหรู อยู่แพง ถือของแบรนด์เนม เที่ยวต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งโพสต์ภาพเงิน หรือตัวเลขในบัญชี พร้อมแคปชั่นเก๋ๆ อวด “ชีวิตดี” ทั้ง ๆ ที่บางคนชีวิตจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอดเวลา ทำแบบนี้บ่อยๆ อาจชวนให้เพื่อนคน รู้สึกหมั่นไส้เอาได้ ลองเปลี่ยนมาเป็นโพสต์การทำความดีเพื่อคนอื่นดูบ้างก็ไม่เลวนะคะ

3.ชีวิตนี้มีแต่เรื่องร้าย: บางคนหาเรื่องบ่นระบายหรือด่าทอคนอื่นได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะรถติด เจ้านายเรื่องเยอะ ฝนตก พนักงานร้านอาหารมารยาทแย่ หรือบางคนก็สามารถพร่ำเพ้อถึงอดีตอันแสนเลวร้ายได้ทุกวี่วัน รู้ไหมคะว่า ไม่มีใครอยากได้รับ “พลังลบ”เหล่านี้หรอกค่ะ หากคุณกำลังเป็นแบบนี้อยู่ ลองเปลี่ยนมาโพสต์สิ่งดีๆ ที่คุณเจอในแต่ละวันดูบ้าง รับรองว่ายอด like กระจาย ไม่แพ้กัน และคุณจะเปลี่ยนเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีขึ้นมาทันตาเห็นเลย

4.แชร์แบบขาดสติ: การแชร์โพสต์ประเภทข่าวปลอม ความเชื่องมงายอย่าง “งูเก้าหาง” “คนปีขาลห้ามออกจากบ้านในคืนวันเพ็ญ” รวมถึงรูปภาพศพ อุบัติเหตุ หรือรูปภาพสยดสยอง อาจได้ความสะใจหรือสบายใจของคนแชร์ แต่รู้ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเสพเรื่องราวเหล่านี้ บางคนอาจนอนไม่หลับไปอีกหลายวันเพราะเลื่อนฟีดมาเจอภาพเหล่านี้ก็ได้

ฉะนั้นก่อนจะแชร์อะไร อย่าลืมใช้สติกำกับและถามตัวเองดีๆ ว่า สิ่งที่แชร์ออกไปน่าเชื่อถือพอหรือไม่วิธีที่ดีที่สุดคือ การพิจารณาและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้หลัก “กาลามสูตร”และคิดให้ถี่ถ้วนว่า เพื่อนๆ จะได้ประโยชน์อะไรจากโพสต์ของเรา

5.ไม่ยอมรับความคิดต่าง:เชื่อว่าหลายคนเป็นคอการเมือง มีอุดมการณ์จัดในด้านในด้านหนึ่ง หลายคนก็มีความเชื่อด้านศาสนาอย่างสุดขั้ว จนไม่ยอมเปิดรับความเชื่อหรือความเห็นที่แตกต่าง ทั้งๆ ที่เฟซบุ๊กเป็นพื้นที่สำหรับแชร์ความคิด ความเห็นต่างๆ ร่วมกัน แล้วแบบนี้ใครจะอยากคุยกับคุณกันล่ะคะ

ลองฝึกมองโลกหลายๆ มุมบ้าง อย่างที่พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เคยกล่าวไว้ว่า หนึ่งคนสองตาสามารถเห็นได้แค่สองมุม แต่ถ้าร้อยตาพันตาก็จะเห็นทั้ง 360 องศา

เล่น Social แบบพอดี แล้วจะค้นพบกับความสุขที่แท้จริง


บทความน่าสนใจ

เทคนิค สร้างภูมิคุ้มกันใจ ให้อยู่บนโลกออนไลน์โดยไม่จิตตก

6 วิธีฝึกจดจ่อ เพิ่มไอคิว (ลดไฮเปอร์เทียม) เพื่อคนออนไลน์

10 Checklists หาข้อมูลสุขภาพของแท้ ก่อนแชร์ในโลกออนไลน์

ระวัง 5 พฤติกรรมโลกออนไลน์ ทำร้ายสุขภาพ

keyboard_arrow_up