เงินเดือนน้อยก็รวยได้ ด้วย 5 เทคนิคออมเงิน ที่เศรษฐีขอแชร์ต่อ

เทคนิคออมเงิน
เทคนิคออมเงิน

เงินเดือนน้อยก็รวยได้ ด้วย 5 เทคนิคออมเงิน  ที่เศรษฐีขอแชร์ต่อ

คนจะรวยเป็นมหาเศรษฐีได้ ใครว่าต้องเกิดมาบนกองเงินกองทอง หรือต้องทำงานได้เงินเดือนหลายแสน คนฐานะปานกลาง เงินเดือนหลักหมื่นอย่างเราๆ ก็สร้างเนื้อสร้างตัวให้รวยอย่างเขาได้ แค่รู้จักออมเงินเท่านั้น ลองอ่าน เทคนิคออมเงิน ของเศรษฐีเหล่านี้ดูนะคะ

1.แบ่งรายรับเป็นสัดส่วน

มหาเศรษฐีฮ่องกง Lee ka shing แนะนำเทคนิคการออมเงินที่เขาใช้แล้วได้ผลจริงไว้ว่า ให้แบ่งเงิน 30% เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง แบ่ง 20% เป็นค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างมิตรภาพ เขาแนะนำว่า ให้เอาไปเลี้ยงข้าวคนอื่นซะ โดยเฉพาะคนรวยกว่าเรา เพราะวันหนึ่งเราจะได้ความช่วยเหลือจากเขา แบ่ง 15% เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการเรียนรู้ นำไปสมัครคอร์สอบรมสัมมนา หรือซื้อหนังสืออ่าน แบ่ง 10% เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว ให้รางวัลกับตัวเอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ และเก็บ 25% ไว้เป็นเงินออม อาจนำไปลงทุนค้าขาย หรือจะนำไปลงทุนในตลาดหุ้นก็ได้

หรือถ้าคุณคิดว่า วิธีนี้โหดร้ายเกินไปหน่อย อาจลองใช้กฎ 50-30-20 ของ Kyle Taylor เศรษฐีวัย 30 ผู้ก่อตั้ง บริษัท The Penny Hoarder เขาแนะนำว่า ให้แบ่ง 50% ของเงินเดือน เก็บเข้าธนาคาร บัญชีฉุกเฉิน หรือบัญชีออมทรัพย์ระยะยาวของคุณ แบ่ง 30% เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และอีก 20 % ที่เหลือเก็บไว้ใช้เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานให้กับชีวิต

2. สร้างระบบการออมอัตโนมัติ

การออมภาคบังคับ โดยการให้บริษัทหักเงินเดือนของคุณออกไปในบัญชีออมทรัพย์ นับเป็นการสร้างวินัยการออมที่ได้ผลดีเยี่ยม David Bach เศรษฐีชาวอเมริกันที่สร้างเนื้อสร้างตัวให้ร่ำรวยขึ้นมาด้วยตัวเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้วิธีนี้ เขาบอกว่า การสร้างระบบการออมอัตโนมัติ เป็นวิธีที่ช่วยการันตีได้ว่า คุณจะไม่มีวันล้มเหลวทางการเงินอย่างแน่นอน และคุณจะไม่มีวันใจอ่อน แอบหยิบเงินเก็บของตัวเองมาใช้จ่ายแน่ๆ เนื่องจากว่า คุณจะไม่มีทางได้เห็นเงินก้อนนี้อยู่ในบัญชี และจะไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วคุณมีเงินก้อนนี้อยู่ในมือ (จนกว่าจะลาออกจากงาน)

3. รับจ๊อบ และออมเงินก้อนใหญ่

Jay Leno นักแสดงตลก Standup comedy และพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวอเมริกัน ที่โด่งดังและร่ำรวยมากๆ แนะนำว่า ในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา เขามักจะหารายได้จากสองทางเสมอ และเขาจะเลือกเก็บออมเงินก้อนใหญ่ไว้ในบัญชี ส่วนรายได้ก้อนที่น้อยกว่าก็จะนำมาจับจ่ายใช้สอย เขาเล่าว่า เขาทำอย่างนี้อยู่เสมอ แม้ในช่วงที่เขาโด่งดังจากรายการ The Tonight Show อยู่ เขายังคงรับจ๊อบงานแสดงตลกถึง 150 งานต่อปี และจนถึงวันนี้ เขาก็ยังไม่เคยแตะเงินรายได้จากรายการ Tonight Show ของเขาเลย

4.ใช้จ่ายให้ท้าทายมากขึ้น

Bob Weidner และ Angela Marchi ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น คู่รักมหาเศรษฐีสุดประหยัด แม้พวกเขาจะร่ำรวยเงินทองขนาดไหน แต่พวกเขากลับชื่นชอบไปช้อปปิ้งตามร้านเอาท์เล็ต เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงๆ ซื้อเสื้อผ้าเพียง 2 ครั้งต่อปี ตอนที่แบรนด์โปรดลดราคา และก่อนที่พวกเขาจะไปช้อปปิ้งแต่ละครั้ง พวกเขาก็มักจะตั้งโจทย์สนุกๆ ขึ้นมาเสมอ เช่น วันนี้เราจะซื้อของได้กี่ชิ้นในจำนวนเงินไม่เกิน 100 ดอลลาร์? วิธีนี้นอกจากจะช่วยเติมความสนุกสนานท้าทายให้การช้อปปิ้งแล้ว ยังช่วยให้เก็บเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5.ให้เงินทำงานแทน

เศรษฐีที่สร้างฐานะขึ้นมาด้วยตัวเองหลายคนบอกไว้ว่า เคล็ดลับสำคัญของการเป็นมหาเศรษฐี ไม่ใช่การทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินเดือนมหาศาล แต่คือการนำรายรับที่มีมาต่อยอด ด้วยการลงทุนให้งอกเงยขึ้นมา  ไม่ว่าจะด้วยวิธีนำเงินไปฝากธนาคาร เพื่อรับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย นำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อหาผลตอบแทนในรูปเงินปันผล หรืออาจนำไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าเช่า

เหมือนอย่าง Brandon Sutherland ชายหนุ่มที่สามารถเกษียณตัวเองได้ตั้งแต่อายุเพียง 32 จากอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แบรนด์ดอนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยโดยที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าเพื่อนๆ ในรุ่น มีแค่เพียงความมุ่งมั่นที่จะแบ่งเงินจากรายได้กว่า 70% ของเขาไปลงทุน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ใจต้องการ เร็วกว่ามนุษย์เงินเดือนคนอื่นๆ … และในที่สุดเขาก็ทำได้จริงๆ

ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปทำดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่า แม้เงินเดือนน้อย ก็รวยได้ไม่ยากเลย


บทความน่าสนใจ

7 เคล็ดลับ เก็บเงินให้ได้เร็วๆ เทคนิคที่ใครๆ ก็นึกไม่ถึง

จากศูนย์เป็นมหาเศรษฐี  ลี กา ชิง ซูเปอร์แมนแห่งเมืองฮ่องกง

แนวคิดสู่ความสำเร็จของ อิงวาร์ คัมพราด มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งอาณาจักร IKEA  

7 คมความคิดของแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีผู้ประสบความสำเร็จระดับโลก

keyboard_arrow_up