มน Room 39 สาวห้าวกับมุมธรรมะในหัวใจ

มน
มน

มน Room 39 สาวห้าวกับมุมธรรมะในหัวใจ

ถึงจะดูเป็นสาวร่างเล็ก บอบบาง จนเจ้าตัวยังนิยามว่าลุคส์ของตัวเองนั้นออกจะดูแบ๊วๆ แต่ถ้าใครได้มาพูดคุยกับ มน – ชุติมน วิจิตรทฤษฎี แห่งวง Room 39 จะรู้เลยว่าเธอเป็นสาวห้าวและเปรี้ยวเต็มขั้น

จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางนักร้อง

“เริ่มจากการที่เราได้ฟังเยอะๆ ตั้งแต่เด็ก เวลาเดินทางไปไหนคุณพ่อก็จะเปิดเพลงให้ฟังบนรถ โดยเฉพาะเพลงสากลของวง Carpenter จนเราเริ่มซึมซับไปกับมัน อย่างเพลง Yesterday once more เนี่ยจำได้ขึ้นใจ ด้วยความที่ฟังเยอะทำให้จำท่วงทำนองและเนื้อร้องได้ ถึงแม้ตอนเด็กๆ จะยังไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลยแต่ก็ร้องไปเรื่อย จนพ่อบอกว่ามั่วสุดๆ แต่เขาก็เริ่มเห็นแววแล้วว่าเราคงจะชอบด้านนี้”

พ่อของมนที่เห็นแววศิลปินในตัวเธอ เลยแอบส่งใบสมัครให้ลูกสาววัย 9 ขวบเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตกับไมเคิล แจ็คสัน โดยขั้นตอนการคัดเลือกนั้นคัดจากผู้สมัครเป็นพันๆ คน จนมนกลายเป็นเด็ก 1 ใน 40 คนที่ได้ไปอยู่บนเวทีนั้นกับศิลปินระดับโลก มนเชื่อว่าด้วยจังหวะและโชคชะตาคงลิขิตให้เราได้ก้าวไปอยู่ในจุดนั้น

นานทีเดียวกว่ามนจะได้เข้ามาสัมผัสกับชีวิตนักร้องอีกครั้ง หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วกลับมาทำงานเซลล์ขายอาหารเสริมในบริษัทญี่ปุ่น ทำอยู่สักพัก เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว อยากจะทำอะไรที่มันตื่นเต้นมากกว่านั้น เลยคิดเรื่องเรียนต่อแล้วมองหาเส้นทางเดินใหม่ให้กับชีวิต ด้วยการไปเริ่มต้นใหม่ที่อเมริกา จนได้รวมตัวกับพี่โอ – โอฬาร ชูใจและทอม – อิศรา กิจนิตย์ชีว์ กลายเป็นวง Room 39

แนวเพลงที่ชอบและผลงานล่าสุด

ส่วนตัวชอบเพลงมันส์ๆ อย่างเพลงร็อค เวลาเล่นโชว์เล่นสดเราก็จะเป็นฝ่ายบิวท์คนดู แต่พอโตขึ้นมาแนวเพลงที่ชอบก็เริ่มปรับตาม เราจะใช้อารมณ์เข้าไปตีความกับเพลงมากขึ้น อย่าง “อย่าให้ฉันคิด” นี่เราตั้งใจร้องมาก จำได้ว่าวันแรกเข้าห้องอัดแต่ถูกโปรดิวเซอร์ไล่กลับบ้าน เพราะบอกว่าอารมณ์ยังไม่ได้ (ยังไม่ถึง) ให้ไปปรับมาใหม่

เพลงในอัลบั้มนี้พูดถึงในชีวิตของเราไม่จำเป็นว่าต้องมีแค่ด้านเดียว ความรักมันอาจจะมีหลายด้านก็ได้ คนคนเดียวสามารถเกิดความรักขึ้นได้หลายครั้งตลอดชั่วชีวิต พูดถึงแง่มุมของความรักที่ซ่อนอยู่ เราอยากเอามันมาตีแผ่ ผ่านบทเพลง ทั้ง “ความจริง” “อย่าให้ฉันคิด” และ “เป็นทุกอย่าง” ที่มันเกี่ยวข้องกัน แต่เราไม่ได้จัดลำดับเหตุการณ์ให้อะไรเกิดก่อนหรือเกิดหลัง สุดท้าย “รักตัวเอง” จะเป็นซิงเกิ้ลปิดอัลบั้มที่ 2 เป็นเพลงต่อเนื่องจาก เป็นทุกอย่าง แต่จะเป็นความรักอีกด้านนึงที่ต้องรอติดตาม

มุมมองความรัก

มนเชื่อว่าความรักที่แท้จริงจะเกิดกับคนที่ใช่ในเวลาที่ถูกต้อง เราไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงหรือพยายามอะไรเลย เพราะในเมื่อคุณทำไม่ดี คุณก็จะได้ในสิ่งนั้น

ตอนนั้นเราเลยลองชิลล์ๆ กับความรักดู จะมาก็มา จะไม่มีก็ไม่เป็นไร จนวันนึงเป็นวันที่เราไม่มีใครและเค้าก็ไม่มีใคร เราเลยลองคุยกันดู ปรากฎว่าเค้าก็สเปคเราเราก็สเปคเค้า บทจะใช่ทุกอย่างมันกลับง่ายมาก โดยที่เราไม่ต้องไปพยายาม ไม่ต้องไปดันทุรังให้ใครเขารัก

“ที่ผ่านมาที่เราพยายามคืออะไร เราก็เริ่มรู้สึกว่าเราไปดันทุรังเองทั้งนั้นเลย ไปโผล่หน้าให้เค้าเห็น แต่พยายามมากๆ เข้าก็เหมือนไม่ใช่ความรัก เป็นความหลง เพราะฉะนั้นลองถอยออกมาก้าวนึงแล้วลองมามองดูว่า เฮ้ยทำอะไรอยู่ เรากำลังทำอะไรอยู่”

แล้วทุกวันนี้กับคนที่ใช่ เรารู้สึกสบายใจ ไม่ต้องคอยตามเช็คว่าเธอต้องอย่างนั้นเธอต้องอย่างนี้ เพราะเชื่อใจกันและกัน เอาเวลาไปใช้ชีวิตทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

แรงบันดาลใจและสิ่งที่คาดหวังไว้ในอนาคต

คนที่เป็นแรงบันดาลใจในอาชีพคืออลิเซีย คีย์ส (Alicia Keys) เธอเป็นคนเขียนเพลงเก่งมาก เราอยากเขียนเพลงและถ่ายทอดเพลงของตัวเองให้ได้อย่างนั้นบ้าง ศิลปินไทยก็มีพี่ดา เอ็นโดรฟิน เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์และพี่ปาล์มมี่ ที่มีคาแรคเตอร์ชัดเป็นของตัวเอง

ด้านแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ต้องยกให้พี่โอ-แว่นใหญ่ พี่เค้าทำให้เราเลิกซ่า เลิกเหล้า บุหรี่ได้เลย เพราะเค้าให้ธรรมะกับเรา ทำให้เราเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม อยากให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

เราไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนดี เราเป็นคนไม่ดี แต่เราพยายามที่จะทำดี ถึงจะทำยาก
แต่ก็ต้องทำ” 

Room 39 เราคุยกันตลอดว่าเรามองมันไปถึงจุดไหนเหรอ คือเราเป็นวงที่ไม่เก่ง เป็นวงที่มาจากก็องแก๊งๆ อยากร้องก็ร้อง อยากทำอะไรก็ทำ เราก็เลยยึดหลักที่ว่าอะไรที่เราทำแล้วมีความสุข เราก็ทำ แต่เราก็ไม่อยากให้คนมองว่า Room 39 มีแค่นี้ อย่างตอนนี้เป็นขั้นที่ 2 แล้ว ที่พี่โอ – แว่นใหญ่ เริ่มแต่งเพลงเองได้ ขั้นต่อไปคือเราอยากทำอัลบั้มที่ดี ที่คนจดจำ ซื้อไปแล้วไม่เสียดายเงิน แถมยังสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ด้วย Room 39 อยากจะไปให้ได้ไกลกว่านี้ ถ้าเราไม่วาดให้มันไปไกลๆ เราก็จะอยู่แค่นี้ เราอยากรู้ว่ามันจะไปได้แค่ไหน

สุดท้ายนี้มนฝากบอกเพื่อนๆ ว่าอย่าหยุดทำตามความฝัน ถ้าวันนั้นเราทิ้งความฝันไว้ข้างทาง ทุกวันนี้เราอาจยังเป็นเซลล์ฯ หรือร้องเพลงกลางคืนอยู่ก็ได้ แต่เราทำมันไปเรื่อยๆ แล้วต่อยอด “ถ้าคุณมีความฝันอยากจะทำอะไรก็ให้ศึกษา ฝึกซ้อม แล้วทำมันเต็มที่ ลุยกับมันดูสักตั้ง ถ้ามันไม่เวิร์คก็ถอยกลับมาดูว่าเพราะอะไร”

 

บทความที่น่าสนใจ

Born To Be Ben ฉันเกิดมาเพื่อร้องเพลง” เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ

ปาน-ธนพร แวกประยูร นักร้องเสียงสวยผู้ไม่ต้องการกลับมาเกิดอีก

keyboard_arrow_up