ชีวิตยังมี ทางเลือก เสมอ

ทางเลือก
ทางเลือก

ทางเลือก
โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 

หนังเรื่อง สไลดิ้งดอร์ส (Sliding Doors) เป็นตัวอย่างที่ดูง่ายสำหรับการทำความเข้าใจเรื่อง ทางเลือก หนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ.1998 โดยปีเตอร์ โฮวิตต์ เป็นผู้กำกับการแสดง และนำแสดงโดยกวินเน็ธ พัลโทรว์ หนังเล่าเรื่องของหญิงสาวที่วิ่งขึ้นรถไฟฟ้าไม่ทัน ประตูรถไฟฟ้าปิดใส่หน้าเธอเสียก่อน ทำให้ต้องรอขึ้นรถไฟขบวนถัดไป

หนังสองชั่วโมงเล่าเรื่องของเธอในสองเงื่อนไขควบคู่กันไป เงื่อนไขที่หนึ่งคือ เธอขึ้นรถไฟฟ้าทันแล้วกลับบ้านก่อนเวลาและทันเห็นว่าสามีมีชู้ เงื่อนไขที่สองคือ เธอขึ้นรถไฟไม่ทันจึงกลับไปไม่ทันเห็นว่าสามีมีชู้ ชีวิตสองแบบของเธอจะคู่ขนานกันไปเรื่อยจนหนังจบ

ชีวิตของเราก็เป็นอย่างที่เห็น นั่นคือเราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไป

ปีที่หนังเรื่องนี้ออกฉายครั้งแรก คนไทยอาจยังไม่คุ้นเคยกับรถไฟฟ้า มาถึงปีนี้เราถูกประตูรถไฟฟ้าปิดใส่หน้ากัน
เสมอๆ มีคำถามว่า ถ้าเราขึ้นทันจะพบอะไร เพราะเราขึ้นไม่ทันจึงพบอะไร อะไรที่ดีกว่ากัน

คำตอบคือ ไม่มีใครรู้หรอก

ชีวิตมีทางให้เลือกเสมอในทุกวันที่ผ่านไป ในทุกชั่วโมงที่ผ่านไป เรามีหน้าที่เลือกทางเดินแล้วยอมรับผลที่จะตามมาเสมอ ใครคิดเช่นนี้ออกก่อนก็จะเป็นบุคคลที่เข้าใจชีวิตก่อนและไม่เครียดกับอะไรมากจนเกินไป

ต้องเครียดบ้างเป็นธรรมดาของคน แต่เพราะเข้าใจว่า “ชีวิตเป็นเช่นนี้เอง” จึงยอมรับได้ทุกเรื่อง ยิ่งถ้าเข้าใจว่า “ชีวิตเป็นอนุกรมของความทุกข์” ก็จะยิ่งทำใจได้เร็ว ยามสุขก็ไม่หลงระเริง ยามทุกข์ก็รู้จักอดทนให้ผ่านไป

ดังนั้นเมื่อเราเครียด ขอให้รู้ว่าเราเลือกทางเดินมาทางนี้เองไม่ต้องโทษใคร

เมื่อหญิงสาววิ่งเข้าประตูรถไฟฟ้าไม่ทัน เป็นเพราะเธอโอ้เอ้ก่อนหน้านั้น ไม่ใช่เพราะประตูปิดเร็ว การโอ้เอ้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งคือเลือกจะโอ้เอ้ ก็ทำให้ได้พบเหตุการณ์หนึ่ง ถ้าไม่โอ้เอ้ก็จะเข้าไปในรถไฟฟ้าทัน แต่กลับบ้านไปพบสามีมีชู้ จึงว่าโชคดีที่โชคร้าย

กล่าวคือ โชคร้ายที่เข้าประตูไม่ทัน โชคดีที่ไม่ต้องรู้ว่าสามีมีชู้ แต่ใช่โชคดีแน่หรือเพราะถึงอย่างไรสามีก็มีชู้ หรือว่าที่จริงนี่เป็นโชคร้ายที่โชคดี คือ โชคดีที่วิ่งเข้าประตูไม่ทัน จึงไม่ต้องกลับไปเห็นสามีมีชู้ แต่โชคร้ายที่รู้ช้าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาอีกก็ไม่รู้ หนังจึงฉายสองเหตุการณ์ให้เราดูพร้อมๆ กัน ไม่รู้อะไรจริงหรือไม่จริงกันแน่

หากคิดมาก สองเหตุการณ์ที่คู่ขนานยังเต็มไปด้วยทางแยกและทางเลือกอีกไม่รู้กี่ทาง ประเด็นคือ ชีวิตมีทางไปตลอดเวลา ถ้าเข้าใจเราก็ไปได้ตลอดเวลาเหมือนกัน

เป็นความจริงที่ว่า ณ ปัจจุบันเรากำลังเครียด แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราเครียดที่ระดับไหนกันแน่ เพราะทุกทางเลือกมีความเครียดรออยู่ทั้งนั้น เชื่อหรือไม่ว่า คนจะแต่งงานเครียดเท่ากับคนจะตกงาน

วิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดคือยอมรับว่าชีวิตต้องเครียด คำว่า “ยอมรับ” นั้นพูดง่าย แต่ทำยาก เป็นอีกทักษะที่ต้องฝึกซ้ำๆ แล้วจะเข้าใจเองว่า “ยอมรับ” แปลว่าอะไร

“ยอมรับ” ไม่ได้แปลว่า “ยอมแพ้”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือบำบัดเครียด สำนักพิมพ์อมรินทร์

 

บทความที่น่าสนใจ

เมื่อลูกสมาธิสั้น และคุณพ่อไม่พร้อมดูแล อีกทางเลือกสำหรับคุณแม่จะหย่าก็รีบหย่า

เลี้ยงลูกแบบไหน ได้ลูกแบบนั้น

เปลี่ยน ความเครียดในการทำงาน เป็นวันแสนสุข

keyboard_arrow_up