หยุดทำตัวเป็น คนงี่เง่าในที่ทำงาน เถอะนะ!

คนงี่เง่าในที่ทำงาน
คนงี่เง่าในที่ทำงาน

หยุดทำตัวเป็น คนงี่เง่าในที่ทำงาน เถอะนะ!

หลายคนมักจะมองเห็นความงี่เง่าหรือพฤติกรรมแย่ๆ ของคนอื่นเสมอ แต่กลับไม่เคยรู้เลยว่า แท้จริงแล้วตัวเองก็แอบทำตัวเป็น คนงี่เง่าในที่ทำงาน เหมือนกัน

เช็คพฤติกรรมแบบคนงี่เง่าในที่ทำงาน คุณงี่เง่าแน่…ถ้าทำสิ่งต่อไปนี้

  • เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการขอสิ่งที่คุณต้องใช้หรืออยากได้จากคนอื่น แทนที่จะเป็นฝ่ายเสนอให้
  • กล่าวโทษคนอื่นและแก้ตัวเมื่อเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าจะสนใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองที่มีส่วนก่อปัญหา หรือสนใจหาทางช่วยแก้ปัญหา
  • จริงจังกับตัวเอง แต่ไม่จริงจังกับพันธะหน้าที่เสมอไป
  • ทำตลกล้อเลียนหรือด่าทอคนอื่น
  • ขัดจังหวะหรือไม่ตั้งใจฟังเวลาคนอื่นพูด
  • ตั้งข้อสังเกตทางลบในเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น
  • วิพากษ์งานคนอื่นอย่างแข็งกร้าว แต่ไม่เคยนำเสนอความคิดเห็นในทางที่เป็นประโยชน์
  • สนใจแง่มุมลบของสถานการณ์โดยไม่เคยอาสาช่วยทำให้อะไรดีขึ้น
  • ปฏิเสธ ขโมย หรือยึดความดีความชอบจากความสำเร็จของคนอื่น
  • บันดาลโทสะหรือขึ้นเสียง แม้จะเป็นการ “พูดกับตัวเอง” ก็ตาม

ถ้าคุณจับได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรบางอย่างเหล่านี้ คุณก็รู้ตัวแล้วว่า คุณอาจกำลังทำตัวงี่เง่าในที่ทำงาน และถ้าใช่ นั่นจะทำให้คุณถอยหลัง รีบกำจัดเสีย

กลายเป็นคนงี่เง่าไปแล้ว…แก้ไขอย่างไรดี

ผู้ที่มีทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลดีและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างมีสติรู้ตัว จะประสบความสำเร็จได้ดีกว่ามาก เราจะพัฒนา “ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลที่ดี” และ “ปฏิสัมพันธ์อย่างมีสติรู้ตัว” ได้อย่างไร

1.เริ่มความสัมพันธ์ทุกครั้งด้วยการพิจารณาว่าคุณมีอะไรให้คนอื่นบ้าง เริ่มจากการกำหนดคุณค่าที่คุณอยากเพิ่มเติมในความสัมพันธ์นั้น ทั้งที่ทำได้ทันทีหรือภายในช่วงเวลาที่สมเหตุผล ถ้าคุณไม่กำหนดคุณค่าที่ตัวเองเต็มใจและสามารถเพิ่มเข้าไปในสถานการณ์ทุกอย่าง คุณก็ไม่มีทางทำให้ใครเห็นคุณค่านั้นได้เลย

2.เป็นต้นแบบของความไว้ใจได้ ถือทุกคำที่คุณพูดและทุกสิ่งที่ทำเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว โทษตัวเอง และห้ามแก้ตัวเมื่อทำผิดโดยเด็ดขาด ถ้าทำผิด แค่กล่าวคำขอโทษและพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด

3.สลัดอัตตาให้ได้ อย่ายึดมั่นในตัวเองมากไป แต่ให้ยึดมั่นในพันธกิจและหน้าที่รับผิดชอบให้มากเสมอ อ่อนไหวทางอารมณ์มากขึ้นได้ แต่อย่าลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวเอง

4.ฟังอย่างตั้งใจ อย่าขัดจังหวะหรือใจลอยเวลาคนอื่นพูด ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด เมื่อถึงคราวของคุณ ให้ตั้งคำถามปลายเปิดก่อน และตอบคำถามไปตรงๆ ต่อเมื่อเรามั่นใจว่าเข้าใจประเด็นหรือมุมมองของอีกฝ่ายดีเท่านั้น

5.เห็นอกเห็นใจ พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่เสมอ ถามตัวเองว่า คุณจะรู้สึกและคิดอย่างไรถ้าคุณเป็นคนนั้น จากนั้นก็แสดงออกอย่างเหมาะสม และพูดสิ่งที่เราเองจะอยากฟังถ้าต้องตกอยู่ในถสานการณ์เดียวกันนั้น

6.แสดงความเคารพและเมตตา รักษามารยาทให้จงหนัก ถ้าคิดว่าคนอื่นมีเวลาไม่มาก ก็พูดให้กระชับ ถ้าคิดว่าเขาอาจมีปัญหาบางอย่าง ถามว่าคุณจะช่วยอะไรได้บ้าง (แต่อย่าไปกดดัน) อย่าเอ่ยข้อสังเกตใด ที่อาจเป็นการดูถูกใคร และอย่ารีรอที่จะเอ่ยคำชม

7.พูดสิ่งที่คิดและทำให้คนเข้าใจคุณ ถ้าไม่พูดสิ่งที่คิดออกไป คุณก็ไม่มีโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับใคร ทำให้ใครๆ เห็นความสนใจของคุณ มีอิทธิพลต่อความคิดใครๆ หรือโน้มน้าวให้ใครทำตามแนวทางของคุณได้เลย แน่นอนว่าบางครั้งการอยู่เงียบๆ สักครู่ เพื่อทบทวนสิ่งที่อยู่ในใจให้กระจ่างกับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ หากมีสิ่งที่พึงแบ่งปันให้ผู้อื่นรับรู้ ควรหยุดตริตรองหาถ้อยคำและวิธีนำเสนอสารนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

8.เป็นผู้ผลักดัน นึกถึงผลลัพธ์ในเชิงบวก กระตือรือร้นและแบ่งปันวิสัยทัศน์นั้น อย่าพูดถึงปัญหา เว้นแต่คุณจะคิดหาทางออกที่เป็นไปได้ไว้แล้วอย่างน้อยหนึ่งวิธี

9.เฉลิมฉลองความสำเร็จของคนอื่น ให้เครดิตผู้อื่นเสมอ ในสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด และพยายามอย่างยิ่งที่จะมองหาคนทำถูกทำดีให้พบ

ที่มาจากบทความ “อย่าเป็นคนงี่เง่าในที่ทำงานเสียเอง” จากหนังสือ “หัวใจการทำงานคือการใช้หัวหน้าทำงาน”

รู้หรือไม่ว่า เป็นลูกน้องก็ต้องบริหารจัดการหัวหน้า เพราะคุณเองเป็นคนกุมอำนาจออกแบบความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดแล้วในหน้าที่การงาน เพื่อให้ได้สิ่งที่คุณควรได้ และอาชีพก้าวหน้าอย่างที่ต้องการ หากอยากรู้เทคนิคดีๆ เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ในหนังสือ “หัวใจการทำงานคือการใช้หัวหน้าทำงาน” เขียนโดย บรูซ ทัลแกน แปลโดย ศรรวริศา เมฆไพบูลย์ สำนักพิมพ์ Amarin How to สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/209500

บทความที่น่าสนใจ

เทคนิคง่ายๆ สำหรับรับมือ เจ้านายไร้เหตุผล 

เคล็ดลับแก้อาการ เบื่องาน เบื่อออฟฟิศ

5 เทคนิค รับมือเจ้านาย ที่เป็นฝันร้ายของลูกน้อง!

ค้นหาความสุข ในการทำงาน

keyboard_arrow_up