ก็เพราะเราคิดไม่เหมือนกัน…เราจึงต้องแยกกัน – แม่ชีศันสนีย์ กับข้อคิดดีๆ

แม่ชีศันสนีย์ กับข้อคิดดีๆ
แม่ชีศันสนีย์ กับข้อคิดดีๆ

ก็เพราะเราคิดไม่เหมือนกัน…เราจึงต้องแยกกัน แม่ชีศันสนีย์ กับข้อคิดดีๆ

แม่ชีศันสนีย์ กับข้อคิดดีๆ : เหตุผลคนเราไม่เท่ากัน การที่เราคิดต่างกัน ไม่ได้หมายความว่า คนที่คิดต่างเราจะเป็นฝ่ายผิด เพราะเราก็มีเหตุผลของตัวเอง แน่นอนว่า เราคิดกันคนละแบบ เรายืนกันคนละจุด

เหมือนอย่างกรณีที่เป็นปัญหาของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กราบเรียนถาม แม่ชีศันสนีย์ เรื่องมีอยู่ว่า………..

ผู้หญิงผู้มีปัญหาด้านการสมรส : ดิฉันกำลังจะแต่งงาน ทุกอย่างก็ได้เตรียมไว้หมดแล้ว ครอบครัวของฝ่ายชายเขายินดีรับหน้าที่เป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะดิฉันเป็นลูกกำพร้า คุณยายเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ฐานะทางบ้านปานกลาง ไม่ได้ขัดสนอะไร ทางบ้านเขาก็ดีกับดิฉันมาตลอด แต่เมื่อไม่นานดิฉันพึ่งทราบว่าคุณแม่ของเขาไม่ให้เราจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อถามเหตุผล เขาก็เงียบ แล้วก็บอกว่า ‘ไม่เป็นไรหรอก ทะเบียนสมรสก็แค่กระดาษแผ่นเดียว ถ้าเราสองคนรักกัน จดทะเบียนหรือไม่จดก็ค่าเท่ากัน’ แต่สำหรับดิฉัน ค่ามันไม่เท่ากันค่ะ”

แม่ชีศันสนีย์ ให้ข้อคิดไว้ว่า : การสมรส…คือการที่เราได้มีใครอีกคนเข้ามาแชร์ชีวิตกับเรา ดูแลเรา…คือแคร์ และเรสเป็กต์…คือเคารพซึ่งกันและกัน แคร์ แชร์ และเรสเป็กต์ คือการแบ่งปัน การดูแลกัน การเคารพกันและกัน

แต่ถ้าคุณให้น้ำหนักของการสมรสว่าเป็นการผูกมัดกันด้วยกระดาษแผ่นหนึ่ง ก็อาจจะนำมาซึ่งความอึดอัดคับข้อง กระดาษหนึ่งแผ่นคือทะเบียนสมรสนั้น เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เห็นว่ามีความสำคัญอะไรเท่ากับการได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีการแคร์ แชร์ และเรสเป็กต์

แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองด้อย คุณรู้สึกว่าสิ่งนี้สำคัญ เพราะคิดว่าชีวิตของคุณเคยเติบโตมาจากความขาด ข้าพเจ้าก็ขอเตือนว่า แม้คุณจะเติบโตมาจากการเริ่มต้นที่ไม่มีอะไร แต่การที่คุณเติบโตมาถึงวันนี้ได้ แสดงว่าคุณมีตัวเองซึ่งมีความกตัญญูต่อโอกาสเป็นเพื่อน   คุณแม่ของว่าที่สามีจะคิดอย่างไร คุณไม่จำเป็นต้องรู้ แต่คุณควรจะรู้ว่า ว่าที่สามีของคุณอึดอัดอย่างไรในสภาวะเช่นนี้ แล้วถ้าคุณรักใครสักคน คุณก็น่าจะแคร์ความรู้สึก แชร์ความรู้สึก และเรสเป็กต์ คือเคารพความรู้สึกของเขา จนกระทั่งคุณไม่มีอะไรที่รู้สึกว่าเป็นปมด้อยที่ไม่ได้รับเกียรตินั้น ๆ

คุณอาจจะไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการในวันนี้ แต่คุณได้รับโอกาสแล้วในการที่จะเข้าไปพิสูจน์ว่าคุณ สามารถเป็นลูกสะใภ้ที่มีควาเคารพในการตัดสินใจที่เห็นต่าง

ข้าพเจ้าคิดว่าคุณใช้โอกาสนี้เข้าไปพิสูจน์ดีกว่า อย่าเพิ่งใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อต่อรองจนกระทั่งคุณไม่ได้สมรส หรือทำให้การสมรสมีปัญหาเลย เพราะคนที่อึดอัดคือคนที่คุณรัก มองทุกอย่างอย่างที่มันเป็นเถอะค่ะ และถ้าใจของคุณไม่เป็นทุกข์ โอกาสของการได้พิสูจน์จะเริ่มต้นขึ้นทันที ข้าพเจ้าไม่ตำหนิที่คุณคิดอย่างนั้น

แต่ขอเตือนในฐานะของคนที่เคารพการตัดสินใจที่แตกต่างเสมอว่า ถ้าตราบใดที่คุณยังมีโอกาสได้พิสูจน์ คุณจงใช้โอกาสนั้นพิสูจน์ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณได้มากกว่าทะเบียนสมรส นั่นคือคุณจะได้ใจคุณแม่ของคนที่คุณรัก รวมทั้งได้ความเข้าใจจากคนที่คุณรัก และนั่นหมายถึงการสมรสที่เป็นการแคร์ แชร์ และเรสเป็กต์กันและกันอย่างแท้จริง


เรื่องจาก : นิตยสาร Secret คอลัมน์  Family Issue


บทความที่น่าสนใจ

Dhamma Daily : จะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่เราคบหาอยู่นั้น เหมาะสมเป็นเนื้อคู่กัน 

ไขข้อสงสัย? ชาติที่แล้วทำอะไร ชาตินี้จึงได้เกิดมาเป็น  เนื้อคู่ 

6 ความเชื่อ เรื่อง ชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนใช่

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ทุกข์ใจและ เจ็บปวดกับความรักมาก ควรทำอย่างไรดีคะ

keyboard_arrow_up