หยุดความคิด สร้างปัญญา เมื่อการเจริญสติภาวนาส่งผลถึงเซลล์สมอง

หยุดความคิด สร้างปัญญา เมื่อการเจริญสติภาวนาส่งผลถึงเซลล์สมอง
หยุดความคิด สร้างปัญญา เมื่อการเจริญสติภาวนาส่งผลถึงเซลล์สมอง

ในสมัยพุทธกาล เทวดาองค์หนึ่งเข้าเฝ้าเพื่อถามพระพุทธเจ้าว่า เพราะเหตุใดพระองค์จึงทรงมีผิวพรรณผ่องใส แม้จะบริโภคอาหารเพียงวันละหนึ่งมื้อ พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า ไม่เศร้าโศกถึงเรื่องที่ล่วงมาแล้ว ไม่กังวลหวังเรื่องที่ยังไม่มาถึง มีชีวิตอยู่ด้วยขณะปัจจุบันหรือด้วยปัจจุบันธรรมเพราะเหตุนั้นผิวพรรณจึงผ่องใส

เพราะกังวลถึงเรื่องในอนาคต เพราะเศร้าโศกถึงอดีตคนเขลาทั้งหลายจึงซูบซีด เศร้าหมอง เหมือนไม้อ้อสดที่ถูกตัดแล้ว ซึ่งมีแต่จะเหี่ยวแห้งไป

 ดร.ณัชร สยามวาลา เผยในหนังสือ “สำเร็จทางโลก เพราะสุขทางธรรม” ด้วยว่า ทั่วโลกยอมรับว่าการเจริญสติ ส่งผลต่อคุณภาพของสมอง และกระบวนการทางความคิดอย่างเป็นระบบ และส่งผลโดยตรงต่อความสุขในชีวิตประจำวัน  ทีมวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้วิจัยถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 พบว่าสมองของผู้ทดลองฝึกเจริญสติติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ มีความหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั้นก็มีทีมวิจัยจากทั่วโลกศึกษาผลของการเจริญสติที่มีต่อสมองกันมาอย่างต่อเนื่อง ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเคมนิทซ์ได้รวบรวมข้อมูลจากงงานวิจัย 20 เรื่องและพบว่าการเจริญสติมีผลต่อสมองที่เกี่ยวข้องในการควบคุมตนเอง รวมถึงด้านอารมณ์และความจำ ขณะที่นักประสาทวิทยายังพบว่า

การเจริญสติเป็นประจำ ส่งผลดีต่อการรับรู้ การตระหนักรู้ทางร่างกาย ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความเข้าใจ ความคิดและความรู้สึกของตนเอง การคิดแบบลึกซึ้ง และการรู้จักตนเอง

นักวิทยาศาสตร์ทำการวิจัยผลดีของการเจริญสติภาวนาที่มีต่อสมอง โดยนำผู้ที่ไม่เคยเจริญสติมาทดลองปฏิบัติเจริญสติ ปรากฏว่าสมองบางส่วนเชื่อมต่อกันหนาแน่นมากขึ้นและมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีขึ้น ทั้งสมองส่วนอินซูลาร์ (Insular) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับรู้ทางประสาทสัมผัสมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อข้อมูลข่าวสารที่มาจากโลกรอบตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  การรับรู้ดีขึ้น จึงทำให้มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นได้ดีขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ยังนิมนต์พระภิกษุทิเบตที่เจริญสติมากกว่าหมื่นชั่วโมงขึ้นไป มาแสกนสมองด้วยเครื่อง FMRI (Functional Magnetic Resonance Imaging) สิ่งที่ค้นพบคือ พระทิเบตเต็มไปด้วยสมองส่วนที่มีสมาธิจดจ่อได้ดีกว่าคนทั่วไปมาก มีความจำดี สามารถฟื้นจากภาวะที่เคร่งเครียดได้เร็วกว่าและดีกว่าคนทั่วไป  สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์เชิงบวกทำงานอย่างคึกคักกว่า และสมองส่วนที่ควบคุมสตินั้นทำงานดีกว่า จึงสามารถไปยับยั้งสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ด้านลบได้ด้วย

อารมณ์เชิงลบหมดฤทธิ์ อารมณ์เชิงบวกบวกก็เพิ่มกำลัง และนั่นก็หมายถึง “ความสุข” นั่นเอง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล

หนังสือสำเร็จทางโลก เพราะสุขทางธรรม โดย ดร.ณัชร สยามวาลา  สำนักพิมพ์อมรินทร์

 


บทความอื่นน่าสนใจ

หากเจออย่างนั้น ให้คิดอย่างนี้ ! ข้อคิดสู่ชีวิตเป็นสุข จาก ท่านว.วชิรเมธี

12 ข้อคิด ทุกข์ เพราะโง่ โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

9 คติธรรมนำชีวิต จาก “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ”

Dhamma Daily : กฏแรงดึงดูด ในพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร

Dhamma Daily : ทุกข์เพราะตามใจลูกจนเสียคน ทำอย่างไรดี

คนเราเลือกเกิดได้ ทุกนาทีที่ยังมีลมหายใจ กิ๊ก - มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

12 ชั่วโมงแห่งการ “ คิดเป็น ” มองโลกใหม่กับใจที่เป็นสุข โดยท่าน ว.วชิรเมธี

จิบชาแบบสโลว์ไลฟ์ ณ ชาปัญญา

 

keyboard_arrow_up