5 ความเชื่อผิดๆ ในการ ใช้ชีวิตคู่

ใช้ชีวิตคู่
ใช้ชีวิตคู่

5 ความเชื่อผิดๆ ในการ ใช้ชีวิตคู่

ความเชื่อมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันชีวิตไปสู่ทิศทางใดก็ได้ ดังนั้นก่อนจะเชื่ออะไร เราจึงต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะบางเรื่องแม้จะจำฝังใจว่า “เป็นความจริง” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ในที่สุดประสบการณ์ชีวิตก็อาจจะทำให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดทุกครั้ง ความเชื่อเกี่ยวกับการ ใข้ชีวิตคู่ ก็เช่นเดียวกัน บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ คุณควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน 5 ข้อต่อไปนี้คือความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตคู่ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง  ก่อนจะเอ่ยคำว่า ”ฟันธง!

ความเชื่อ 1  ชีวิตคู่ต้องเปิดเผยจริงใจ

หลายต่อหลายคู่คิดว่าการแต่งงานคือการยินยอมให้แต่ละฝ่ายแสดงความคิดเห็นของตนอย่างอิสระ เลิกเกรงใจกันอีกต่อไป รวมทั้งการพูดถึงข้อบกพร่องของอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยๆ อย่างตรงไปตรงมา เช่น แก่ อ้วน ดูไม่ดีหรือทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้

ขอให้คุณคิดใหม่ว่า เรื่องที่ฟังแล้วเสียดแทงใจ ไม่ว่าจะออกจากปากฝ่ายไหน ก็ยังเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายไม่อยากฟังอยู่นั่นเอง ดังนั้น เรื่องใดที่คุณคิดว่าคู่ชีวิตจะไม่สบายใจเมื่อได้ยินก็ควรหาทางหลีกเลี่ยง ไม่ทำและไม่พูดถึงจะดีกว่า จำไว้ว่าการเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นเรื่องที่ต้องทำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน

ความเชื่อ 2  บ้านที่สมบูรณ์พร้อม ต้องมีพ่อ แม่ ลูก

ไปงานแต่งงานครั้งไหน หนีไม่พ้นต้องได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่อวยพรให้บ่าวสาวมีทายาทไวๆ คล้ายกับว่าถ้าไม่มีลูก บ้านจะเป็นบ้านที่สมบูรณ์ไปไม่ได้

แต่เชื่อไหมว่า ”การมีหรือไม่มีลูก  เป็นคำถามที่หลายต่อหลายคู่ต้องมาถกเถียงกันภายหลังและเรื้อรังกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ คำถามนี้จึงต้องได้คำตอบก่อนแต่งงาน เพราะการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้ดีพร้อมทั้งกายและใจใน พ.ศ.นี้ ต้องอาศัยความทุ่มเททั้งกายและใจมหาศาลแม้แต่ความหวานชื่นระหว่างคู่รักก็จะต้องเปลี่ยนไปจากเธอ – ฉันเป็นพ่อจ๊ะ – แม่จ๋า พร้อมกับความรับผิดชอบที่ตามมาอีกเต็มบ่า

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเชื่อ 3 งานบ้านต้องหารสอง

แม้ผู้ชายสมัยใหม่จะนับถือความเสมอภาค แต่อย่าคิดเชียวว่า เขาจะมีความสุขกับการทำ งานบ้านเสมอไป ถ้าคุณแต่งงานแล้วลองสังเกตดูว่าสาเหตุของความหงุดหงิดของคุณพ่อบ้านเกิดจากงานบ้านหรือเปล่า ถ้าใช่ ลองให้เขาออกเงินพึ่งพาบริการต่างๆ เช่น ผูกปิ่นโตกับร้านข้าวแกงปากซอยหรือใช้บริการซักอบรีดบ้าง อาจทำให้ชีวิตคู่มีความสุขมากกว่า แต่ถ้าคุณยังโสด…ถามเจ้าบ่าวในอนาคตดูก่อนไหมว่า เขายินดีจะปัดกวาดเช็ดถู ซักผ้าทำกับข้าวมากน้อยแค่ไหน

ความเชื่อ 4 ดีกว่าถ้ามีญาติผู้ใหญ่ช่วยเลี้ยงลูก

หลายครอบครัวเลือกที่จะปลูกบ้านในบริเวณเดียวกับพี่ๆ น้องๆ เพราะหวังจะให้ปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยงหลานและประหยัดเงินจ้างพี่เลี้ยง แต่ความจริงแล้ว การอยู่รวมกันในครอบครัวใหญ่อาจนำปัญหาจุกจิกกวนใจมาให้มากมาย เป็นต้นว่า การเขม่นกันระหว่างครอบครัวพี่ – น้อง หรือย่ายายเลี้ยงด้วยไม้เรียวแบบคนสมัยก่อนในขณะที่พ่อแม่ชอบเลี้ยงแบบสมัยใหม่ เป็นต้น จะไม่ดีกว่าหรือถ้าคุณจะวางระเบียบครอบครัวของตนให้ดี แล้วให้ครอบครัวเดิมเป็นเพียงที่พักใจ ที่แวะไปเยี่ยมเมื่อไรก็ชื่นใจทุกครั้ง

ความเชื่อ 5 คู่ชีวิตสมัยใหม่ต้องให้อิสระแก่ลูก

เด็กสมัยใหม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นพ่อแม่ที่ดีจึงควรให้ลูกมีเสรีภาพทางความคิดให้มากเข้าไว้

แต่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ”เสรีภาพเกินอัตรา ต่อให้เป็นเทวดาก็เสียนิสัย  กันบ้างไหม พ่อและแม่คือครูคนแรกของลูก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณทั้งคู่ต้องเห็นพ้องตรงกันว่า บทบาทสำคัญที่สุดของพ่อแม่ก็คือ การอบรมสั่งสอนเพื่อให้ลูกเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องดังนั้นแม้ลูกจะแสดงท่าทีไม่ยอมรับกฎเกณฑ์บางอย่างที่วางไว้ คุณก็ต้องหนักแน่น อย่าเผลอตามใจและปล่อยให้ลูกมีเสรีภาพทางความคิดเกินขอบเขต คุณทั้งคู่ต้องหมั่นเตือนตัวเองเสมอว่า สิ่งที่ปลูกฝังลูกในวันนี้จะเป็นต้นทุนอันมีค่าต่อชีวิตเขาในอนาคต หรือจะผลัดกันสวมบทบาทคนหนึ่งดุ คนหนึ่งปลอบก็ย่อมได้ ขอเพียงทั้งสองฝ่ายต้องรู้จักถ่วงดุลกันอย่างเหมาะสม โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของลูกและเหตุผลอันสมควร

การสร้างครอบครัวให้มีความสุขและยั่งยืนนั้นยากแสนยาก ดังนั้นอย่าปักใจเชื่อจนกว่าคุณจะประเมินเหตุและผลตามสถานการณ์ที่เป็นจริง และจำไว้ว่าเหรียญทุกเหรียญมีสองด้านเสมอ

ที่มาจากบทความ “ 6 ความเชื่อ เรื่องชีวิตคู่ที่ดูเหมือนใช่” เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Secret คอลัมน์ Life Management โดย โอโตริ

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up