6 เทคนิคปั้นฝันให้เป็นตัว…อย่าให้ฝัน หยุดอยู่เพียงแค่ฝัน

ปั้นฝันให้เป็นตัว
ปั้นฝันให้เป็นตัว

6 เทคนิค ปั้นฝันให้เป็นตัว …อย่าให้ฝัน หยุดอยู่เพียงแค่ฝัน

ใครอยากมีฝันล้อมวงตรงเข้ามา มีฝันที่ว่าแบบหรูเลือกดูกัน คนที่ไม่มีฝันไกล ใครไม่กล้าจะฝันกัน ขายถูกๆเท่านั้น ไม่เอาแพงเลย… ปั้นฝันให้เป็นตัว

ได้ยินเพลงเร่ขายฝัน ของวงเฉลียงดังมาทีไร ใจที่เปี่ยมไปด้วยความฝันก็รู้สึกฮึกเหิมอยากจะลุกไปสานต่อความฝันที่วาดไว้ค้างๆคาๆให้เป็นจริงขึ้นมาเสียที แน่นอนว่า ความฝันเป็นสิ่งที่พูดได้ไม่รู้จักจบ เพราะเราทุกคนย่อมมีความฝันต่างกันไปร้อยแปด แต่ในความเป็นจริงกลับมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างฝันให้เป็นจริงขึ้นมาได้ อะไรคือสาเหตุให้ฝันยิ่งใหญ่กลายเป็นเพียงฝันกลางวัน และอะไรคือเทคนิคในการปั้นฝันให้เป็นตัว คุณพรหมมาตร์ ชายสิม เด็กวัดผู้สามารถสร้างฝันให้เป็นจริง จนกลายเป็นนักธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนปีละหลายสิบล้าน ทั้งยังเป็นเจ้าของหนังสือสูตรลัดความสำเร็จ 100คนคิด 10คนทำ 1คนสำเร็จ ที่มียอดพิมพ์ถึง 10 ครั้งภายใน 3 ปีมีคำตอบมาฝากแฟนๆโดยเฉพาะ

1. จงกล้าที่จะฝันให้ใหญ่ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม สิ่งแรกที่จะต้องมีคือ“ความฝัน”เพราะความฝันเปรียบได้กับเป้าหมาย แรงผลักดัน กำลังใจ และเข็มทิศให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเพื่อเดินไปให้ถึงฝั่งฝันได้อย่างตรงจุด เมื่อกล้าที่จะฝันแล้ว อีกสิ่งที่จะลืมไม่ได้คือ จงอย่ากลัวที่จะฝันให้ใหญ่ ตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ หลายคนกลัวการตั้งเป้าหมายให้สูง เพียงเพราะกลัวเจออุปสรรคขนาดใหญ่ หรือกลัวว่าจะล้มลงมาเจ็บหนักกว่าสร้างความฝันในระดับมือเอื้อม ทั้งที่ความจริงแล้ว อุปสรรคหรือความล้มเหลวเป็นเหมือนกำไรให้เราได้ค้นหาหนทางใหม่ๆ ที่สำคัญการฝันให้ใหญ่นั้นถ้าทำไม่ได้ อย่างน้อยก็ถือว่าเราได้มาถึงครึ่งทางแล้ว

Don’t : อย่ากลัวที่จะฝัน แต่จงกลัวหากคุณไม่เคยคิดจะฝันเลยสักนิดเดียว

2. 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน กฎข้อต่อมาที่ต้องจำให้ขึ้นใจในการสร้างฝันให้เป็นจริงคือ หยุดโทษดินฟ้า โอกาส หรือโชคชะตาที่ไม่ส่งฉันไปเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดี การศึกษาดี หรือพร่ำบ่นอยู่นั่นว่าทำไมไม่มีโอกาสดีๆ เข้ามา
ในชีวิต จริงอยู่ว่าแต่ละคนย่อมมีชะตาฟ้าลิขิตที่ต่างกันไป แต่ขอให้คิดเสียว่านั่นเป็นเพียง30เปอร์เซ็นต์ของชีวิตที่เหลืออีก70เปอร์เซ็นต์ให้มองเสียใหม่ว่า ต่อให้รวยล้นฟ้า จนแสนจน เรียนเก่ง หรือสอบตกซ้ำชั้น แต่เราทุกคนก็มี1สมอง2มือ และ24ชั่วโมงเท่ากัน นั่นหมายความว่า ตัวเรานี่แหละที่จะเป็นผู้ลิขิตทางเดินชีวิตของตัวเอง คนรวยกับคนจนมีความฝันที่จะเปิดร้านกาแฟได้เหมือนกัน ในขณะที่คนรวยทุ่มเงินเปิดร้านกาแฟภายในเวลา1เดือน(แต่ไม่เคยศึกษาเรื่องกาแฟเลย) ตรงกันข้าม คนไม่มีเงินกลับใช้เวลาเป็นปีๆในการฝึกงานอยู่ในร้านกาแฟจนเชี่ยวชาญ เมื่อเขาสามารถเก็บเงินจนเปิดร้านกาแฟได้ คุณว่าลูกค้าจะเลือกเข้าร้านไหน และร้านไหนจะมั่นคงกว่ากัน ระหว่างร้านกาแฟที่ตกแต่งสุดโมเดิร์น ทว่าชงกาแฟรสชาติไม่ได้เรื่อง กับร้านเล็กๆริมทางที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยมคุณภาพไม่เคยตก เชื่อสิว่าถึงคุณจะโชคดี แต่โชคจะช่วยก็ต่อเมื่อคุณพยายามและลงมือทำอย่างถึงที่สุดเท่านั้น

Don’t : อย่าแข่งขันกับผู้อื่น แต่จงกล้าที่จะแข่งขันกับตัวเอง

3. แผนที่ดีช่วยคุณได้ เมื่อค้นหาเป้าหมายในชีวิตได้ชัดเจนแล้ว สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ความฝันก่อรูปร่างได้ง่ายขึ้นก็คือ การวางแผน เพื่อให้รู้ว่าจะเดิน จะก้าว จะแก้อย่างไร การวางแผนนั้นควรระบุลงในสมุดบันทึกตัวใหญ่ๆไปเลย
ว่า ฝันครั้งนี้จะลงมือทำเมื่อใด มีระยะเวลาเท่าไร ต้องเริ่มต้นสิ่งไหนก่อน-หลัง รวมทั้งต้องไม่ลืมใส่วันสิ้นสุดโครงการแนบลงไปด้วย เพราะแผนการเหล่านี้จะช่วยให้นักล่าฝันมีเข็มทิศที่มั่นคงในการเดินทาง อีกทั้งไม่เสียเวลาทำอะไรวกไปวนมา การวางแผนล่าฝันนั้นเปรียบได้กับการสำรวจตัวเองว่าเรามีจุดด้อยต้นทุนทางความคิด รวมทั้งอุปสรรคที่ต้องเผชิญมากน้อยแค่ไหน เช่น หากฝันจะเปิดร้านกาแฟสักร้าน แน่นอนว่าเราต้องเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ การชงกาแฟ ประสบการณ์เรื่องการจัดการร้านอาหาร การจัดหาแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งถ้าเราไม่มีแผนงานที่ชัดเจน เราจะไม่รู้เลยว่าควรจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน-หลัง แต่ละขั้นตอนจะต้องใช้เวลานานเท่าไร รวมทั้งไม่รู้เลยว่าเมื่อไรฝันนั้นจะเป็นจริงขึ้นมา
Don’t : อย่านิ่งนอนใจกับแผนงานหลักของชีวิตเพียงแผนเดียว แต่จงเตรียมแผนสำรองไว้เสมอเผื่อกรณีฉุกเฉิน

คลิกเลข 2 ด้านล่างเพื่ออ่านหน้าถัดไป

4. “รอ” คำพูดของคนสิ้นหวัง คำว่า“รอ”คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความฝันไม่คืบหน้าสักที หลายคนรอโอกาสทั้งที่ไม่รู้เลยว่าโอกาสมีได้ทุกเมื่อบ้างก็รอเวลา ทั้งที่การรอทำให้เวลาชีวิตหมดลงไปทุกวัน บางคนรอเงินทุน แต่ไม่เคยคิดที่จะเก็บออม จำไว้ว่า การรอคอยไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ แต่การรอคอยคือคำแก้ตัวชั้นเยี่ยมของคนสิ้นหวัง

Don’t : อย่าตั้งหน้าตั้งตารอความฝัน เพราะความฝันไม่เคยรอคอยใคร

5. หมั่นเติมพลังใจให้เต็มเสมอ ในกระบวนการไล่ล่าความฝัน กำลังใจ เป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญปัญหา ความทุกข์ ความล้มเหลวหรืออยู่ในภาวะวิกฤติ กำลังใจที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะช่วยให้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆไปได้ โดยกำลังใจที่ว่าไม่จำเป็นต้องรอคอยจากใครคนหนึ่งคนใด แต่เราต้องรู้จักสร้างกำลังใจให้ตัวเราเองเสียก่อน เมื่อล้มให้คิดอยู่เสมอว่าพรุ่งนี้ยังมีหวัง ต้องเชื่อมั่นว่าความสำเร็จกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า ส่วนใครที่รู้สึกหดหู่สุดๆ จนไม่สามารถสร้างกำลังใจให้ตัวเองได้แล้ว แนะนำว่า ให้ลองมองดูชีวิตคนอื่นว่าทุกคนล้วนต้องผ่านความลำบากมาด้วยกันทั้งสิ้น?พร้อมทั้งคิดถึงเป้าหมายในอนาคตเข้าไว้ เพื่อจะกระตุ้นให้ลุกขึ้นสู้ต่อไป สุดท้ายถ้ารู้สึกเหนื่อยล้าและท้ออย่างถึงที่สุด ครอบครัวนี่แหละคือแหล่งกำลังใจชั้นเยี่ยมที่จะมอบพลังให้แก่คุณได้อย่างน่าอัศจรรย์

Don’t : อย่าตำหนิตัวเองเมื่อเจอข้อผิดพลาด แต่จงเรียนรู้ข้อผิดพลาดเพื่อหาโอกาสก้าวไปข้างหน้า

6. เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ความฝันจะเป็นจริงไม่ได้เลยหากเราตั้งเป้าไว้สูง วางแผนไว้อย่างสวยหรู มีต้นทุนพร้อมสรรพ มีกำลังใจเต็มเปี่ยม ทว่าไม่ยอมลงมือทำ คนที่ดีแต่คิดแล้วไม่ลงมือทำนั้น เขาเรียกว่า ฟุ้งซ่าน มีแต่คนจริงเท่านั้นที่วาดฝันให้ใหญ่แล้วพุ่งเข้าชนเป้าหมายด้วยการลงมือทำ และเมื่อลงมือทำแล้วต้องไม่ถอย ต้องทำด้วยความต่อเนื่อง อดทนสู้จนถึงที่สุด เมื่อสู้ไม่ถอยเสียอย่าง ความสำเร็จจะเป็นของคุณอย่างแน่นอน

วัคซีนป้องกันความล้มเหลว

•เวลาเจองานหนัก ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองในการเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

•เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

•เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะชีวิต

•เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิต

•เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำเป็นอันขาด

•เวลาเจอวิกฤติ ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรมที่ว่า“ในวิกฤติย่อมมีโอกาส”

เรื่อง:ศรัณยู นกแก้ว จากคอลัมน์ Life Management นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up