5 วิธี เนรมิตหุ่นสวย ด้วยพระธรรม พุทธวิธีในการลดหุ่นที่ต้องบอกต่อ

เนรมิตหุ่นสวย
เนรมิตหุ่นสวย

5 วิธี เนรมิตหุ่นสวย ด้วยพระธรรม พุทธวิธีในการลดหุ่น

ถึงแม้ทางพระพุทธศาสนาจะสอนว่าไม่ให้ยึดติดกับรูปกายภายนอก…แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเป็นคน “อวบระยะสุดท้าย” มักสร้างปัญหาให้เจ้าของร่างกายมากนักโดยเฉพาะเรื่องโรคต่างๆ ที่พากันเดินพาเหรดเข้ามาหา ฉะนั้น Secret จึงขอนำพุทธวิธี เนรมิต หุ่นสวยมาฝาก

1. มารักษาศีล 8กันเถอะ รู้ไหมว่า มีศีลอยู่ 2 ข้อที่หากปฏิบัติตามแล้ว สามารถทำให้น้ำหนักลดได้อย่างง่ายดาย ได้แก่

ศีลข้อ 5 เว้นจากของเมา นอกจากเมรัยหลายชนิดจะมีแคลอรีสูงแล้ว น้ำหวานที่นำมาผสมกับเหล้าก็มีน้ำตาลสูงไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นท่องให้ขึ้นใจ… “กินเหล้า = อ้วน”

ศีลข้อ 6 เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเว้นจากการทานอาหารตั้งแต่หลังเที่ยงจนถึงรุ่งอรุณ ซึ่งระหว่างนี้หากใครทนหิวไม่ไหว อาจทดแทนด้วยการดื่มน้ำปานะแทนได้

ผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า การทานอาหารเย็นแล้วเข้านอนเลยภายใน 5 - 6 ชั่วโมง จะทำให้เราอ้วนเร็วกว่าคนปกติ 2 เท่า หากเข้านอนภายใน 2 - 3 ชั่วโมง จะทำให้เราอ้วนเร็วมากกว่าคนปกติ 3 - 4 เท่า เพราะอาหารยังย่อยไม่ทัน ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้งานใดๆ ได้ จึงสะสมตัวในรูปของไขมันทันที

 

2. พิจารณาอาหารก่อนทาน ก่อนทานอาหารทุกครั้ง ลองน้อมพิจารณาว่า เราจะกินเพื่ออยู่ เพื่อให้ร่างกายมีกำลังในการประกอบความดีเท่านั้น

นอกจากนี้ลองฝึกพิจารณาอาหารให้เป็นของน่าเกลียดหรือที่เรียกว่า “อาหาเรปฏิกูลสัญญา” โดยพิจารณาอาหารที่เรากินว่า อาหารเป็นของปฏิกูล ไม่ได้สะอาดจริง ทั้ง ไก่ หมู กุ้ง ปู และสัตว์ต่างๆ ล้วนเป็น ”ศพ” ของสัตว์ ซึ่งหากปล่อยไปตามกาลเวลา ศพนั้นก็จะเน่าเหม็น มีน้ำเหลืองไหลย้อย มีหนอนชอนไชไปตามเนื้อหนังที่พองบวม

 

3. ฝึกสติทุกช่วงเวลาแห่งการกิน เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหรือจิตใจเรา ก็ให้ ”รู้”  หิวก็รู้ พอหิวแล้วมีความพอใจหรือไม่พอใจเกิดขึ้นก็รู้ ก่อนกินก็รู้ ขณะกินก็รู้ หลังกินก็รู้ ให้มีสติกำกับทุกการเคี้ยวและควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพราะจะทำให้อาหารย่อยง่ายขึ้น เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง จิตจะไม่ติดในรสอาหาร อาการอยากกินจุบกินจิบจะเบาบางลง ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

 

4. ฝึกสมาธิลดความอยาก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า การนั่งสมาธิสามารถลดความดันโลหิต ทำให้หลอดเลือดมีสุขภาพดีขึ้น จิตใจดีขึ้น หากใครถนัดแบบใดก็ให้ทำสมาธิในแบบที่ตนถนัด อาทิ การกำหนดดูลมหายใจ ดูท้องพอง - ยุบ หรือท่องคำบริกรรม วิธีนี้จะใช้ได้ผลหากทำวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 15 - 30 นาที

ถ้าไม่อยากนั่งสมาธิ การเล่นโยคะร้อนเป็นประจำก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานมากขึ้นแทนการออกกำลังกายหนักๆ โดยฝึกพลังกล้ามเนื้อจากการเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับฝึกจังหวะหายใจให้ถูกต้อง ถ้าทำได้ต่อเนื่อง จะช่วยในเรื่องระบบการควบคุมอาหารโดยอัตโนมัติ กินได้น้อยลง และการเผาผลาญอาหารดีขึ้น

 

5. เดินจงกรมย่อยอาหาร

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ที่ทานอาหารจนอิ่มเดินย่อยอาหารให้ได้ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ดังนั้นไหนๆ ต้องเดินย่อยอาหารแล้ว ลองเดินจงกรมไปด้วยก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย…

การเดินจงกรมทำได้ไม่ยาก อาจเริ่มจากการบริกรรม ซ้าย - ขวา ย่างหนอ ดูลมหายใจ ดูเท้าที่ยกขึ้น เคลื่อนไปและวางลงบนพื้น ทั้งนี้ต้องไม่ลืมที่จะเอาสติมาจับอยู่ที่ทุกความเคลื่อนไหวของกาย

 

พุทธวิธีทั้ง 5ข้อนี้นอกจากจะทำให้ท่านผู้อ่านลดน้ำหนักได้แน่ๆแล้วยังสามารถทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดสมาธิและสติมากพอที่จะรับมือกับสิ่งกระทบที่เข้ามากระแทกใจในแต่ละวันซึ่งเป็นสาเหตุของความเครียดจนต้องหาอะไรเข้าปากได้อีกด้วย

 

ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ Life Manegement

 

keyboard_arrow_up