Life Plan วางแผนชีวิต อย่างไร ให้ทั้ง สุข และ สำเร็จ (แบบสุดๆ)

วางแผนชีวิต
วางแผนชีวิต

วางแผนชีวิต ให้สุขและสำเร็จแบบสุดๆ กันไปเลย

หลายคนมีการ วางแผนชีวิต ไว้อย่างมีจุดหมาย แต่สำหรับบางคนอาจไม่มีการวางแผนใด ๆ ไว้ล่วงหน้า เพราะยึดหลักที่ว่า “ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง จะวางแผนไปเพื่อสิ่งใดกันเล่า ขอใช้ชีวิตไปวันต่อวันก็พอแล้ว”

อันที่จริงความคิดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่อาจไม่ถูกทั้งหมด เพราะอย่างที่เรารู้ดีว่า“เวลาเป็นของมีค่า” ผ่านไปแล้วไม่อาจเรียกกลับคืน ดังนั้นการใช้ชีวิตโดยไม่วางแผนอาจทำให้เราใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ไม่คุ้มค่า หรือกว่าจะรู้ตัวอีกที ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่สามารถทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จเสียแล้ว


รู้หรือไม่!

ชาวอินเดียโบราณแบ่งช่วงชีวิตคนเราออกเป็น 4 ช่วงซึ่งอาจใช้เป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตได้เป็นอย่างดี คือ

25 ปีแรก ศึกษาหาความรู้ 25 ปีที่สอง สร้างเนื้อสร้างตัว 25 ปีที่สาม คืนให้กับสังคม 25 ปีสุดท้าย เตรียมตัวตายอย่างสงบ


Step 1 : มองเห็นข้อดีของการวางแผนชีวิต

 

หากถามว่า ทำไมคนเราจึงควรวางแผนการใช้ชีวิต คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ เพื่อเราจะได้อยู่อย่างสง่าและตายอย่างสงบ และสำหรับคนอย่างเรา ๆ ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพการรู้จักวางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้ามีข้อดีคือ

ทำให้ชีวิตมีเป้าหมาย เมื่อรู้แน่ชัดว่าชีวิตต้องการสิ่งใด ก็จะกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

ทำให้ชีวิตมีคุณค่า หากเรารู้จักใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ แสวงหาความรู้ที่จะช่วยยกระดับสติปัญญาของตนและช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังความสามารถเราก็จะเป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมและโลก

ทำให้ชีวิตสมดุล หากรู้จักจัดสรรเวลาให้สมดุล เราก็จะประสบความสำเร็จในทุกด้าน เช่น ครอบครัว การงาน สังคมชีวิตส่วนตัวหรืออื่น ๆ

ทำให้เกิดความสุขและความพึงพอใจในชีวิต คนที่รู้จักบริหารชีวิตคือคนที่รู้จักใช้เวลาให้มีคุณค่าอย่างสูงสุด แต่ละวันจึงไม่มีอะไรให้เสียดายหรือเสียใจ และนี่เองคือที่มาของความสุข

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

Step 2 : ค้นหาวิธีไปให้ถึงเป้าหมาย

การวางแผนชีวิตให้ประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารเวลาในแต่ละวันให้มีคุณค่ามากที่สุด Secret มีเคล็ดลับที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จในทุกช่วงวัย ด้วย 7 ขั้นตอนอันเรียบง่าย คือ

  1. ตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าต้องการอะไร ลองถามตัวเองให้แน่ชัดว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร เช่น อยากเป็นนักธุกิจที่มีชื่อเสียงอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง อยากมีสุขภาพที่ดี อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น ฯลฯ
  2. เขียนลงบนกระดาษ เขียนเป้าหมายที่ต้องการลงบนกระดาษ (หรือจะพิมพ์ลงในคอมพ์ก็ได้ไม่ว่ากัน) ให้ชัดเจนขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เช่น จะลดน้ำหนักให้ได้ จะทำคะแนนสอบให้ดีขึ้น จะรักษาสุขภาพเพื่อให้ความดันลดลง ฯลฯ
  3. กำหนดเส้นตาย เป้าหมายที่ไม่มีเส้นตายจะไม่มีวันถึงเส้นชัย ดังนั้นกำหนดให้เป๊ะ ๆ ไปเลยว่า 10 ปีข้างหน้าจะเก็บเงินให้ได้ 1 ล้าน 1 เดือนข้างหน้าจะลดน้ำหนักให้ได้1 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย เป็นต้น
  4. ระบุถึงสิ่งที่ต้องทำเป็นข้อ ๆ เมื่อนึกอะไรใหม่ ๆ ได้ก็ให้เขียนแตกแขนงออกมาเรื่อย ๆ เช่น เป้าหมายคือแบ่งเวลาทำงานจิตอาสามากขึ้น สิ่งที่ต้องทำ เช่น พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจิตอาสา พยายามไปร่วมกิจกรรมจิตอาสาต่าง ๆ ให้ได้อาทิตย์ละหนึ่งวัน ฯลฯ
  5. เรียงลำดับความสำคัญ ลองตรองดูว่า เป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้น สิ่งใดต้องทำทันที สิ่งใดเก็บไว้ทำทีหลังได้
  6. ลงมือทำตามแผนทันที ทั้งนี้เพราะไม่มีอะไรจะทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จได้เท่ากับการลงมือทำอีกแล้ว
  7. ลงมือทำบางอย่างเพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกวัน ที่สำคัญคือ ต้องทำให้เป็นกิจวัตร เช่น อ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 5 หน้าเพื่อให้การเรียนดีขึ้น ออกกำลังกายทุกวัน  วันละ 30 นาที  เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น

 

Step 3 : มองหาแบบอย่างของการใช้ชีวิต

คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตด้านอื่นล้มเหลวนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต การใช้เวลาอย่างมีคุณค่ามากที่สุดคือการรู้จักจัดสรรเวลาในชีวิตได้อย่างสมดุล

ตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล เช่น

สมเด็จย่า พระองค์ท่านทรงถือเป็นแบบอย่างของบุคคลที่ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในหนังสือ เวลาเป็นของมีค่า พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เล่าว่า สมเด็จย่าใช้เวลาทุกนาทีในการทำประโยชน์ต่าง ๆ งานอดิเรกของสมเด็จย่ามีทั้งงานปั้น งานวาดภาพ ปักผ้า และงานประดิษฐ์ โดยทรงนำดอกไม้แห้งมาทำเป็นที่คั่นหนังสือเพื่อพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆนับเป็นของขวัญที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกทำให้ผู้รับมีความสุข ขณะที่คนทำก็สุขใจ

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า เมื่อรู้ดีว่าวันหนึ่งจะต้องตาย ก็ต้องคิดว่า ทำอย่างไรเราจึงจะใช้ชีวิตให้คุ้ม ทางที่ถูกคือ เราจะต้องใช้ชีวิตประหนึ่งว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย เพื่อจะได้ไม่ประมาทในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำทุกคำที่พูด เวลาทำงาน เราก็จะได้ทำงานชิ้นนั้นอย่างดีที่สุด เวลาอยู่กับใคร เราจะอยู่กับคนคนนั้นอย่างดีที่สุด เมื่อใช้เวลา เราก็จะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด “ถ้าสังเกตจะเห็นว่า อาตมาไม่เคยปฏิเสธใครเลย ทุกคนที่อยากพูดคุย อยากถ่ายรูปด้วย ต้องได้ถ่ายอาตมาจะเคารพทุกความสัมพันธ์ เพราะเราไม่รู้ว่านั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในเอกภพนี้ที่เราจะได้พบกัน”

ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอนก็จริง แต่การวางแผนชีวิตจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ และสามารถทำในสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จตามกำหนด…คุณตั้งใจอะไรไว้ มาเริ่มต้นทำกันเลยดีกว่า 


ส่วนหนึ่งจากบทความเรื่อง “Life Plan วางแผนชีวิตอย่างไร ให้ทั้ง สุข และ สำเร็จ” คอลัมน์ Feature นิตยสาร Secret โดย เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ

keyboard_arrow_up