เอนกายคุยกันแบบ สบาย สบาย กับพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

เอนกายคุยกันแบบ สบาย สบาย กับพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

แทบไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้… ธงไชย แมคอินไตย์ หรือ “พี่เบิร์ด” ของแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

 เรื่องเล่าจากบ้านใบไม้

 “วันนี้เราจะคุยเรื่องอะไรกันดี”

เสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นระหว่างที่เรานั่งอยู่บนโซฟาแสนสบายในห้องรับแขกฉ่ำแอร์คอนดิชั่น ช่วยให้ความร้อนอ้าวภายนอกห้องคลายลงได้อย่างชะงัด

น้ำเสียงอบอุ่นนั้นสื่อถึงความเป็นคนจิตใจดีอย่างชัดเจน ภาพของนักร้องหนุ่มที่มีเสียงไพเราะโดดเด่นคนนี้ได้กลายเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ประทับใจคนทั้งประเทศตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่า แทบไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้…ธงไชย แมคอินไตย์ หรือ “พี่เบิร์ด” ของแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

แม้จะมีผลงานเพลงและคอนเสิร์ตออกมาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีผลงานถ่ายปกนิตยสารเป็นระยะ ๆ แต่น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นซูเปอร์สตาร์คนนี้ให้สัมภาษณ์สื่อแบบจริง ๆ จัง ๆ แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นวาระพิเศษที่ Secret ครบรอบ 6 ปี พี่เบิร์ดจึงให้เกียรติเป็นแบบปกอีกครั้ง

แม้จะเพิ่งเสร็จสิ้นจากการถ่ายแบบซึ่งกินเวลานานพอสมควร แต่พี่เบิร์ดก็ยังดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า พร้อมทั้งยินดีสละเวลาพูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเอง…(มาก)

เรานั่งคุยกันบนโซฟาในห้องรับแขกของ “บ้านใบไม้” ที่แสนร่มรื่น โดยพี่เบิร์ดกึ่งถามกึ่งทักทายประโยคข้างต้นด้วยท่าทีสบาย ๆ…

 

พี่เบิร์ดเคยให้สัมภาษณ์กับ Secret ว่า “การเป็นชาวพุทธ อย่าอายที่จะปฏิบัติ” แล้วพี่เบิร์ดมีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้างครับ

“ส่วนใหญ่เบิร์ดจะสวดมนต์ แล้วก็ทำบุญครับ เราทำบุญกันตลอด ทุกเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นทำบุญปีใหม่ ทำบุญสงกรานต์ รวมถึงการทำบุญให้แม่ ทำบุญวันเกิดแม่ ทำบุญครบรอบวันหลับของแม่ ผ้าป่าเอย สังฆทานเอย ปกติเวลาสวดมนต์เบิร์ดจะขึ้นมาสวดในห้องพระ สวดธรรมจักรฯ สวดพระไตรปิฎก สวดโพชฌงค์ ประมาณนี้ แต่ความที่กลัวผี ถ้าต้องขึ้นมาห้องพระคนเดียว เวลานั่งสมาธิเบิร์ดก็จะหันหลังให้พระ เพราะเคยมีคนถามว่า ถ้าระหว่างนั่งวิปัสสนาอยู่แล้วผีโผล่มาข้างหลังจะทำยังไง (หัวเราะ) เบิร์ดเลยหันหลังให้พระ จะได้สบายใจว่ามีพระอยู่ข้างหลัง

“แต่ถึงแม้จะกลัว การนั่งเงียบ ๆ คนเดียวก็ทำให้เบิร์ดมีความสุขมาก…มากจนเรายอมแลกนะ ตอนนี้เบิร์ดจะนั่งสมาธิทุกวัน วันละ 3 – 5 นาที นั่งไปคุยกับตัวเองไป วันนี้ทำอะไร เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม หรืออย่างเวลาก่อนขึ้นเล่นคอนเสิร์ตก็จะมานั่งหลับตา นึกถึงท่าเต้น ไม่ใช้วิธีการจำ แต่พิจารณาแล้วให้มันอยู่ในนิมิต พอเล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็กลับมานั่งใหม่ ละลายให้หมดเลย ลืมไปให้หมดเลย พยายามทำให้สมองโล่ง ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ นี่คือวิธีการนั่งสมาธิตามแบบของเบิร์ด”

 

อยากให้พี่เบิร์ดแนะนำคนที่ไม่ค่อยสวดมนต์ไหว้พระ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาสักหน่อยครับ

“ต้องทำด้วยความสบายใจ อย่าไปเคร่งครัดจนเกินไป จะได้ไม่รู้สึกว่าต้องพยายามทำ วันไหนที่เราไม่พร้อม ก็แค่กราบหมอนไปทางทิศที่หัวนอน กราบเทวดาใต้ดินที่เราไม่รู้ว่านอนทับที่ใครอยู่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างบนข้างล่าง นึกถึงผู้มีพระคุณของเรา อย่างเบิร์ดก็นึกถึงแม่อุดม พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) บอกเขาว่าเราจะนอนแล้วนะ แค่นี้เองครับ”

 

กว่าจะมีพร้อมทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเริ่มจากศูนย์ อยากทราบว่า สิ่งที่พี่เบิร์ดใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตจนมีวันนี้ได้คืออะไรครับ

“พ่อแม่และครอบครัวคือสมบัติล้ำค่าที่ทำให้เบิร์ดมาไกลถึงขนาดนี้ได้” พี่เบิร์ดตอบอย่างภูมิใจ “นอกจากนั้นก็รวมถึงความลำบากในอดีตด้วย แม้ว่าชีวิตเราจะเริ่มต้นจากระดับที่อยู่ใต้ศูนย์ลงไปเพราะบ้านเราอยู่ในสลัม แต่ก็โชคดีที่ในระดับใต้ศูนย์นั้นเบิร์ดยังมีพ่อ มีแม่ และมีครอบครัวที่ให้ความรักกับเราเสมอมา”

หากพิจารณาถึงสถานภาพในปัจจุบันคงยากที่จะนึกภาพออกว่า ครั้งหนึ่งพี่เบิร์ดมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นเด็กที่เติบโตมาในชุมชนแออัด แวดล้อมด้วยน้ำครำ และมีวิถีชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เขาจะสามารถมีวันนี้อย่างที่เป็นอยู่ได้

 

การเติบโตในชุมชนแออัดมีความเสี่ยงที่จะเสียคนสูงมาก สิ่งที่ทำให้พี่เบิร์ดผ่านจุดนั้นมาจนประสบความสำเร็จได้คืออะไรครับ

“คงเพราะตลอดเวลาลูก ๆ ทุกคนได้เห็นถึงความรักระหว่างป๋า (เจมส์ – จิมมี่ แมคอินไตย์) และแม่ ซึ่งต่างกับรอบ ๆ บ้านเราที่มีแต่ครอบครัวที่ด่ากัน ตีกัน ซึ่งพอเห็นแบบนั้นป๋ากับแม่ก็จะคอยสอนว่า ‘เห็นไหม รอบบ้านเราเป็นยังไง เราต้องไม่เป็นแบบนั้นนะลูก’ สิ่งที่ท่านสอนทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองจะต้องไม่เป็นเหมือนคนเหล่านั้นและจะต้องไม่ทำให้ป๋ากับแม่เสียใจ”

คำตอบนี้ทำให้เรารู้ว่า นอกจากสภาพแวดล้อมอันสุ่มเสี่ยงจะไม่สามารถดึงดูดให้คนบางคนเสียคนได้แล้ว ชีวิตอันยากลำบากก็มีส่วนเป็นแรงผลักดันให้พี่เบิร์ดมีกำลังใจก้าวไปถึงความฝันจนได้

“ความฝันของเบิร์ดช่วงที่เริ่มโตเป็นหนุ่มก็คือ อยากให้ป๋ากับแม่ได้รับสิ่งที่ดี วันหนึ่งเบิร์ดกลับมาจากกองถ่ายละครเรื่องแรกคือ น้ำตาลไหม้ เบิร์ดต้องแบกเสื้อผ้ากลับมาบ้านด้วย ระหว่างที่เดินอยู่บนสะพานไม้ที่พาดผ่านน้ำครำจะเข้าบ้าน เบิร์ดก็บอกกับตัวเองว่า ‘คอยดูนะ เบิร์ดจะทำให้ป๋ากับแม่และทุกคนสบายให้ได้ สาธุ สาธุ’

“ความลำบากในอดีตเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เบิร์ดได้รู้ว่า จริง ๆ แล้วเรามีศักยภาพอะไร…แค่ไหน รวมทั้งทำให้เรารู้ถึงคุณค่าของวันนี้ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงต้องรักษาวันนี้ไว้ให้ดี อย่าทำลายเป็นอันขาด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราจะได้ไม่กลับไปเป็นแบบวันนั้นอีก”

ถึงตอนนี้ความสำเร็จที่ได้รับและคงอยู่มาตลอดหลายต่อหลายปีก็ได้กลายเป็นบทพิสูจน์อย่างดีถึงความมุมานะในคืนวันเหล่านั้น แม้จะเคยมีคำกล่าวว่า “การสร้างความสำเร็จเป็นเรื่องยาก แต่การจะรักษาความสำเร็จไว้ให้ยาวนานนั้นยากยิ่งกว่า” ทว่าหลังจากเข้าวงการมาจนถึงวันนี้พี่เบิร์ดก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กระแสความนิยมของเขามิใช่ได้มาและผ่านไปเพียงแค่ชั่วข้ามคืน หากเขาสามารถรักษาระดับความสำเร็จเอาไว้ได้อย่างยาวนาน โดยที่ยังคงมีชีวิตส่วนตัวที่สงบสุขจวบจนปัจจุบัน

 

พี่เบิร์ดมีวิธีจัดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับเรื่องงานอย่างไรครับ

“เบิร์ดก็ไม่ถึงขนาดจัดสมดุลนะครับ โดยทั่วไปแล้วพี่น้อยจะเป็นคนดูแลทั้งหมด” พี่เบิร์ดให้เครดิต คุณนกน้อย – พรพิชิต พัฒนถาบุตร ผู้จัดการส่วนตัว

“สำหรับพี่น้อย เราอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเกือบ 30 ปีแล้ว เราเรียนรู้ทุกอย่างมาด้วยกัน ได้พบได้เจอเรื่องราวและผู้คนมากมายมาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนจะเป็นนักร้องที่แกรมมี่ เราก็อยู่ด้วยกันและช่วยเหลือกันมาตลอด สิ่งไหนที่เบิร์ดไม่เข้าใจ พี่น้อยสามารถให้คำแนะนำได้ด้วยวัยวุฒิและประสบการณ์ที่เยอะกว่า แม้แต่เวลาที่เบิร์ดเริ่มคิดไม่ดีหรือทำไม่ถูก พี่น้อยก็จะคอยเตือนเสมอว่า ‘ไม่เอา…เบิร์ด ไม่คิดอย่างนี้ครับ’”

 

พี่เบิร์ดผูกพันกับคุณแม่มาก ตอนที่ท่านจากไปคงทำใจยากเหมือนกันนะครับ

“ใช่ครับ ตอนนั้นเบิร์ดเสียใจแบบถล่มทลายเลย ใจเหมือนเป็นฟองน้ำที่ยุ่ยไปหมด แต่พอผ่านไปสักพักเราก็รู้สึกว่าจะปล่อยตัวแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว แม่ต้องไม่ชอบแน่ ๆ ขนาดเพลงเศร้ายังไม่ค่อยอยากร้องเลย เบิร์ดก็เลยคุยกับแม่ว่า ‘แม่…เบิร์ดจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้นะ เบิร์ดต้องกลับมาคึกให้เร็วที่สุด แม่คอยดูเบิร์ดนะ’ แล้วหลังจากนั้นเราก็ฮึดกลับมาทำงานอย่างจริงจังอีกครั้ง และสุดท้ายอัลบั้มที่ออกหลังจากการหลับของแม่ก็คือชุด แฟนจ๋า ซึ่งกลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของเบิร์ด”

อัลบั้มนี้มียอดขายซีดีสูงสุดของไทยคือกว่า 5 ล้านแผ่น ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าพี่เบิร์ดยังคงครองตำแหน่งนักร้องชายอันดับหนึ่งของไทยอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพลงมากมายที่พี่เบิร์ดร้องล้วนแต่มีคุณค่าและอยู่ในหัวใจแฟนเพลงเสมอมา รวมถึงเพลง บ้านหลังน้อย จากฝีมือการแต่งของคุณพ่อเจมส์ ซึ่งเขามักร้องเพลงนี้ร่วมกับคุณแม่และพี่น้องร่วมสายเลือดอยู่หลายครั้ง

 

อยากให้พี่เบิร์ดช่วยแนะนำเรื่องของการปรับใจเมื่อต้องสูญเสียคนที่เรารักด้วยครับ

“การทำใจแม้ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก แต่ทุกคนก็จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้ว่าท่านจะจากไปแล้ว แต่เราก็ยังสามารถทำความดีเพื่อให้พ่อแม่ได้รับรู้ว่าเราเป็นลูกที่ดีของท่านอยู่เสมอ สำหรับคนที่ยังมีพ่อแม่อยู่ครบก็ควรใช้โอกาสอันมีค่านี้ปรนนิบัติและดูแลท่านให้ดีที่สุด ตอนที่แม่ยังอยู่ เบิร์ดจะชอบเล่นกับแม่ บางครั้งก็เอาน้ำฉีดกันสนุกมากแต่ตอนจบเบิร์ดจะล้างเท้าให้แม่แล้วเอาเท้าท่านมาเช็ดที่หัว ให้ผมของเราทำความสะอาดฝ่าเท้าให้ท่าน ซึ่งความรู้สึกที่ได้ทำแบบนั้นเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้เราก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้”

พี่เบิร์ดถือเป็นศิลปินคนดังที่เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความกตัญญู ซึ่งไม่เพียงแต่คุณแม่เท่านั้น พี่เบิร์ดยังดูแลพี่น้องและคนในครอบครัวทุกคนเป็นอย่างดีตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ สมดังที่เขาเคยตั้งใจเอาไว้

 

วันนี้ความสุขของพี่เบิร์ดอยู่ที่ไหนครับ

“ความสุขของเบิร์ดก็ยังคงเป็นการทำงานนี่แหละครับ ถึงตอนนี้เรายังรู้สึกว่าเวลาทำงานแล้วเราสนุกอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าเริ่มหมดสนุกเมื่อไหร่ก็ต้องมาคิดกันใหม่ว่าจะทำอะไรต่อไปดี” พี่เบิร์ดตอบพร้อมกับยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวที่แฟน ๆ จดจำได้เป็นอย่างดี…

กว่าชั่วโมงแล้วที่เรากลับออกมาจาก “บ้านใบไม้” และต้องติดอยู่บนถนนท่ามกลางสภาพการจราจรอันแน่นขนัด…ทว่าสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากการคุยกับพี่เบิร์ดทำให้มุมมองที่มีต่อสิ่งรอบ ๆ ตัวเริ่มเปลี่ยนไป

“เราต้องพยายามเข้าใจในสิ่งที่เจอให้มากที่สุด”

แง่คิดดี ๆ จากพี่เบิร์ดยังคงแจ่มชัดอยู่ในสมอง

ถึงตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า…ทำไม ธงไชย แมคอินไตย์ จึงยังคงความเป็นซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งได้อย่างเหนียวแน่น

 

 

เกี่ยวกับบ้านใบไม้

“พี่คิดว่าคงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พี่เบิร์ดได้มาอยู่ที่นี่ เพราะตอนที่คิดกันว่าจะซื้อบ้าน พี่คุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่การบินไทยตอนที่อยู่ในลิฟต์ ขอให้เขาช่วยหาบ้านให้ แล้วก็จากกันไป ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็โทร.มาบอกว่า เจ้าของบ้านนี้บอกขายเอาไว้ พอพี่เบิร์ดมาดูสถานที่จริงก็ชอบและตัดสินใจซื้อเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และมีหลายอย่างที่ไม่น่าเชื่อ อย่างตอนจ่ายค่าบ้าน ด้วยความที่เจ้าของคนเก่าเป็นชาวต่างชาติ เราเลยต้องจ่ายเป็นเงินสกุลดอลลาร์ตามที่เขาต้องการ ปรากฏว่า หลังจากวางเงินได้ 2 วันเท่านั้น รัฐบาลก็ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยนพุ่งขึ้นไปถึง 2 เท่าตัว! ถึงแม้เจ้าของเก่าจะขอให้ช่วยจ่ายเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรและสมเหตุสมผล โดยรวมแล้วก็ถือว่าเราได้บ้านหลังนี้มาแบบโชคช่วยจริง ๆ เหมือนปาฏิหาริย์จริง ๆ”
นกน้อย – พรพิชิต พัฒนถาบุตร ผู้จัดการส่วนตัว

 

ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ Secret of Life ::: สบาย ๆ ณ บ้านใบไม้ กับ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

เรื่อง พีรภัทร โพธิสารัตนะ ภาพ สุเมธ วิวัฒน์วิชา

นิตยสาร Secret ฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม 2557


บทความน่าสนใจ

บทสวดมนต์ก่อนนอน แบบสั้น เพื่อสร้างสมาธิและจิตใจผ่องใส

10 อันดับของใช้จำเป็นสำหรับพระสงฆ์ (ตัวเลือกในการจัดสังฆทาน)

ความสุขจากคำขอบคุณ บทความที่คนกำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานควรอ่าน

keyboard_arrow_up