เจสัน ยัง กับการเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อพบธรรม

เจสัน ยัง
เจสัน ยัง

เจสัน ยัง กับการเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อพบธรรม

สำนักข่าวแทบทุกสำนักต่างมุ่งหน้าไปยังโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองเพื่อทำข่าวประเด็นร้อนที่สุดในเวลานั้น นั่นคือข่าวการตัดสินใจบวชแบบไม่มีกำหนดสึกของนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ เจสัน ยัง

 

27 มิถุนายน 2555

หลังจากที่เขาเพิ่งผ่านพ้นพิธีหมั้นกับแฟนสาวไปไม่นานนัก ทิ้งคำถามไว้มากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ เนื่องจาก พระเจสัน ปิยาจาโร ถือสันโดษที่วัดป่าและได้เดินทางไปพำนักที่วัดราชธรรมวิริยาราม 3 เมืองเอดมันตัน ประเทศแคนาดา เป็นเวลาหลายเดือน

 

ปลายเดือนมกราคม 2557

มีข่าวลือหลายกระแสว่า พระเจสัน ปิยาจาโร ลาสิกขาแล้ว มีผู้พบเห็นเขาเดินทางไปทำใบขับขี่รถยนต์ที่สำนักงานขนส่งปราณบุรี เรื่องราวของเขากลายเป็นประเด็นร้อนและมีคำถามมากมายตามมาอีกครั้งเกือบสองปีผ่านไป ในที่สุดคำถามทั้งหมดก็กำลังจะได้รับคำตอบแล้ว…

 

สาเหตุที่ทำให้อยากบวชเรียนอย่างจริงจังคืออะไรครับ

การบวชทำให้เราได้ไปเรียนรู้ในสิ่งใหม่ แล้วผมก็อยากจะบวชอุทิศให้คุณแม่และคุณพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้ท่านได้ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีว่า การบวชนั้นส่งผลบุญมหาศาล แต่เมื่อเข้าไปบวชเรียนได้เดือนหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่ายังเรียนรู้ไม่พอ ยังห่มจีวรไม่เก่งเลยด้วยซ้ำ ก็เลยต้องเลื่อนออกไป ผมพยายามทุ่มเทฝึกตนอย่างเต็มที่จริงจัง แล้วก็ต่อระยะเวลามาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายผมก็ใช้เวลาบวชเรียนทั้งหมด 1 ปี 9 เดือน

 

สิ่งที่คุณรู้สึกประทับใจมากที่สุดในช่วงเวลา 1 ปี 9 เดือนที่ได้บวชเรียนคืออะไรครับ

มีเรื่องที่ผมรู้สึกประทับใจอยู่สองเรื่องด้วยกันนะครับ เรื่องแรกตอนฝึกปฏิบัติอยู่ที่วัดป่าห้วยส้มสุก จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งหนึ่งผมเดินจงกรมเกือบ 10 ชั่วโมง เดินตั้งแต่ฉันข้าวช่วงเช้าเสร็จเรื่อยไปจนพระอาทิตย์ตก เดิมทีก็ไม่ได้ตั้งใจจะเดินนานขนาดนั้น เราก็แค่เดินจงกรม ทำสมาธิ ดูกายดูใจของเราไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเดินให้ได้ครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เกิดความคิดว่า เราจะทำได้นานสักเท่าไหร่ ผมคิดแวบขึ้นมาว่า แม่ตั้งท้องเรามา 9 เดือน เราก็จะต้องเดินให้ได้ 9 ชั่วโมง เท่ากับที่ท่านเหน็ดเหนื่อยอุ้มท้องเรามา

เมื่อมีแรงศรัทธาและความปีติเกิดขึ้นเช่นนั้น เราก็สามารถเดินเพื่ออุทิศให้คุณแม่ได้จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ต้องปวดเท้ามาก แต่ในขณะที่ปวด เราก็พิจารณาความรู้สึกเหล่านั้นไป เปรียบเทียบกับตอนที่คุณแม่ตั้งท้องเราว่า ท่านต้องลำบากแค่ไหน ต้องเจ็บท้อง ปวดกระดูกกระเดี้ยวยิ่งกว่าเราหลายเท่า เราเดินแค่ 9 ชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่ท่านต้องทนทุกข์ทรมานนานถึง 9 เดือน เป็นพระคุณที่ยากจะตอบแทนได้เท่าเทียม เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า การตอบแทนพระคุณพ่อแม่นั้น ต่อให้ลูกเอาพ่อไว้บนบ่าหนึ่ง แม่ไว้อีกบ่าหนึ่ง ปรนนิบัติอย่างดี ให้ท่านอุจจาระปัสสาวะรดเราเป็นเวลาร้อยปี ก็ยังไม่อาจเทียบกับบุญคุณของท่านที่ได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรามาได้วิธีตอบแทนที่ดีที่สุดคือ ทำให้ท่านมีสัมมาทิฐิ ไม่ทุศีล ทำให้พ่อแม่ผู้ไม่มีศรัทธามีศรัทธา ซึ่งตอนที่คุณแม่ยังไม่จากไป ผมก็ได้ตอบแทนตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้ ประกอบกับคุณแม่ผมท่านมีพื้นฐานเรื่องธรรมะดีอยู่แล้ว พอท่านจากไปผมจึงไม่มีอะไรต้องห่วง

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจคือ คราวที่ได้ไปปรนนิบัติอุปัฏฐากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ที่ประเทศแคนาดา เป็นเวลา 8 เดือน ระหว่างนั้นผมได้ไปช่วยงานหลวงพ่อ สอนฝรั่งให้ฝึกทำสมาธิอย่างถูกต้อง มีผู้มาเรียนจากทุกศาสนา บางคนมาเรียนกับหลวงพ่อแล้วเอาวุฒิบัตรมาคืน เพราะรู้สึกว่าไม่ได้อะไรกลับไปเลย แต่พอวันต่อมาเขาก็มาขอวุฒิบัตรคืนกลับไปอีก หลวงพ่อถามว่าทำไม เขาบอกว่าเขารู้แล้วว่าตัวเองได้อะไรจากการฝึกสมาธิ เพราะเขาเพิ่งโดนคนขับรถตัดหน้า ซึ่งปกติเขาเป็นคนใจร้อน แล้วก็พกปืนไว้ในรถอยู่แล้ว พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ลงจากรถไปจะเอาเรื่อง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะยิงอีกฝ่ายไปแล้ว แต่ปรากฏว่าคราวนั้นจู่ ๆ เขาก็ได้สติและให้อภัยคู่กรณี เรื่องก็เลยจบลงด้วยดี

 

ช่วงบวชเรียน คุณได้ไปปฏิบัติธรรมที่ไหนมาบ้างครับ

ผมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำพระผาคอก จังหวัดเชียงรายครับ ต่อมาก็มาฝึกที่ วัดธรรมมงคล แบบเป็นกิจจะลักษณะจริงจังเลย เพราะเป็นหลักสูตรสอนสมาธินาน 6 เดือน เพื่อปูพื้นฐานให้แน่น แล้วก็เข้าใจหลักของการทำสมาธิว่าทำไปเพื่ออะไร จนถึงตอนนี้ก็ยังมีหลายคนมากที่ไม่เข้าใจว่าทำสมาธิไปเพื่ออะไร ผมก็ขออนุญาตหยิบยกสิ่งที่ได้เรียนมาจากหลวงพ่อวิริยังค์มาตอบคำถามนี้นะครับว่า

จุดประสงค์ของการทำสมาธิก็เพื่อสะสมพลังจิตนั่นเอง เหมือนเราสะสมทรัพย์สินเอาไว้ พอถึงเวลาเราก็สามารถนำมาใช้สอยได้ จิตเราจะแข็งแรงได้แค่ไหนก็อยู่ที่ว่าเราได้สะสมกำลังของจิต คือการทำสมาธิมามากน้อยแค่ไหน ถ้าเราปล่อยปละละเลย เมื่อถูกกระทบ สภาพจิตใจก็ย่อมจะย่ำแย่ แต่ถ้าเรามีพลังจิตสะสมไว้เยอะ เมื่อถูกกระทบเราก็สามารถผ่านพ้นและฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปได้อย่างตัวผมเอง พลังของจิตที่สะสมไว้ก็ช่วยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติชีวิตช่วงที่สูญเสียคุณแม่ไปได้ โดยช่วยให้เรามีสติเห็นตามความเป็นจริงได้ว่า นี่ไงคือการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

 

คุณมีแผนสำหรับชีวิตหลังจากนี้อย่างไรบ้างครับ

อย่างที่เล่าไปนะครับว่า พอตัดสินใจบวช ผมก็ยกทรัพย์สินเงินทองให้คนอื่นไปหมด ซึ่งผมก็ไม่ได้เสียดายหรืออาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งของรอบกาย อย่างที่บอกว่า เราได้เกิดใหม่ เราก็มาเริ่มต้นใหม่ นับหนึ่งใหม่ ก็ไม่มีปัญหา ชีวิตผมเกิดใหม่หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังโชคยังดีอยู่บ้างที่นอกจากจะได้รับความเมตตาเรื่องงานจากผู้ใหญ่ในวงการ ผมยังได้รับน้ำใจจากเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก ขอเอ่ยชื่อนะครับ เขาชื่อ เถกิง ลิ่มพันธุ์ เป็นเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนลาซาล เขารู้ว่าเรากำลังเริ่มต้นใหม่ ก็เลยหยิบยื่นน้ำใจความช่วยเหลือให้เราสามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกช่วงหนึ่ง ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งมากจริง ๆ ถือเป็นมิตรแท้ที่ทุกวันนี้หาได้ยากนะครับ

 

ถึงตอนนี้นิยามความสุขของคุณคืออะไรครับ

ความสุขก็คือการที่ผมสามารถเอาชนะใจตนเองได้ เมื่อมีความโลภ ความโกรธ ความหลงเกิดขึ้นภายในใจ แล้วผมเอาชนะได้ ผมจะรู้สึกมีความสุข เพราะเมื่อเอาชนะกิเลสเหล่านี้ได้ เราก็จะไม่เป็นคนที่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น แต่จะเป็นผู้ให้ประโยชน์กับคนรอบข้างและสังคม

สำหรับผม ความสุขไม่ใช่ของหายาก เพียงเราทำใจให้เป็น พระโพธิสัตว์ คือ รู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ ช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่เรามีโอกาสจะทำได้ ถ้าทุกคนมีใจเป็นโพธิสัตว์ สังคมเราก็จะน่าอยู่ขึ้น มองไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้ม แล้วความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละคนก็จะหลอมรวมกลายเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

 

ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ Secret of life ::: การเกิดใหม่อีกครั้งของ JASON YOUNG

เรื่อง พีรภัทร โพธิสารัตนะ ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

นิตยสาร Secret ฉบับวันที่ 26 มีนาคม 2557


บทความน่าสนใจ

สำนักปฏิบัติธรรมเสวตสมบูรณ์ ปล่อยวางทุกข์ไว้ที่ปลายนา

7 วิธี สลายความโกรธ

Dhamma Daily : วีธีจัดการกับ ความคิดด้านลบ

keyboard_arrow_up