“มุ่งมั่น แข่งขันกับตัวเอง” ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

“มุ่งมั่น แข่งขันกับตัวเอง” ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

“มุ่งมั่น แข่งขันกับตัวเอง” ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

การแข่งขันกับตัวเองในวิธีของปุ๊กลุกเป็นแบบไหนคะ

ปุ๊กถามตัวเองว่าวันนี้ทำดีหรือยัง มีอะไรผิดพลาดบ้าง คิดทุกวัน หาข้อผิดพลาดวันละหนึ่งข้อ จดใส่กระดาษแล้วแก้ไขให้ได้ทำให้เราทำงานแบบมีความสุขมากขึ้น เพราะไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใครนอกจากตัวเอง

อย่างเวลาถ่ายละครก็ต้องนั่งเช็กมอนิเตอร์ว่าดีหรือยัง ไปทำงานที่ต้องพูดบนเวทีก็ต้องกลับมาเช็กดูว่าพูดดีหรือเปล่า ควรแก้ไขอะไรไหม ไม่ใช่คอยนั่งดูว่าใครใส่ชุดสวยกว่า ถ้ามีแต่ความรู้สึกว่า “ฉันดีกว่าเธอ ฉันต้องดีกว่าเธอ” แบบนั้นทำให้เราทำงานอย่างไม่มีความสุข แล้วชีวิตเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

ในทางกลับกัน หากเราแข่งกับตัวเองทำให้เราเก่งขึ้น มีวินัยขึ้น มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น คนรอบข้างก็จะรักเรา เพราะเราไม่คิดแข่งขันกับใคร คิดแต่การสร้างวินัยให้ตัวเอง นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีงานอยู่เรื่อย ๆ จนทุกวันนี้

กว่าจะปรับวิธีคิดได้แบบนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้างคะ

หลังจากเป็นมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สชีวิตพลิกผันค่อนข้างเร็ว เปลี่ยนจากชีวิตนักศึกษาปี 1 มาเป็นนางงามระดับประเทศคนรู้จักเราในชั่วข้ามคืนจนตั้งตัวไม่ทัน เราใช้ชีวิตปกติ เป็นตัวเองมาก ๆ เคยทำแบบนี้ฉันก็จะทำแบบนี้ จึงเป็นเหตุให้มีข่าวออกมาว่าเราเป็นคนแรง ๆ

แรก ๆ ยอมรับว่ายังเด็กมาก พอเจอคนเยอะ ๆ ต้องตอบคำถามทุกวัน วันไหนที่เหนื่อยมาก ขี้เกียจยิ้มทั้งที่ไม่คิดอะไรเลยเขาก็เข้าใจว่าเราเหวี่ยง เพราะเราหน้าดุ พี่เอสเลยสอนว่า “สมมุติว่าปุ๊กชอบดาราคนหนึ่งรอคอยที่จะเจอเขา ไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้เขาไปเจออะไรมา แต่พอได้เจอ เขากลับทำหน้าเหนื่อยใส่ เราจะเข้าใจเขาไหม” เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ การปรับตัว ไม่ได้หมายความว่าเราเฟค แต่เป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ช่วงหนึ่งเจอมรสุมข่าวอย่างหนักจนรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ ไม่อยากอยู่วงการบันเทิงแล้ว ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้ ทั้งที่สิ่งที่เราเป็นก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายคนอื่น คิดว่าเราเป็นคนที่พ่อแม่รักก็พอแล้ว เพื่อรักก็พอแล้ว คนอื่นไม่รักเราไม่เป็นไร ไม่เข้าใจเราไม่เป็นไร

แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า เราเป็นคนของประชาชนจริง ๆ ปุ๊กได้รับความรักจากแฟนคลับเยอะมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องให้คืนพวกเขาคือความสุขจากรอยยิ้ม ต้องปรับทัศนคติตัวเอง จากเมื่อก่อนเคยพูดแบบไหนก็พูดแบบนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นเข้าใจเราด้วย บางคำพูดอาจถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจหลาย ๆ คน ก็ต้องระวัง ทุกคำพูดของเรามันมีผลตามมา

บางคำพูดอาจเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ใครหลาย ๆ คน อย่างเช่นการตอบสัมภาษณ์เราไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดมุมที่เราท้อใจหรือมุมที่เราเหนื่อยออกไป แต่สามารถสร้างกำลังใจผ่านทัศนคติที่ดีหรือคำตอบในแง่บวกได้ เช่น มีการพาดหัวข่าวแรง ๆ แล้วนักข่าวถามว่าปุ๊กรู้สึกอย่างไรกับพาดหัวข่าวนี้เราก็บอกได้เลยว่าไม่รู้สึกอะไร ไม่รู้สึกเกลียด ไม่ได้รู้สึกแย่ เพราะเข้าใจถึงวัฏจักรของข่าว  เมื่อเข้าใจมากขึ้น เราก็จะมีวิธีการใช้คำพูดที่ดีมากขึ้น

ปุ๊กลุกดูแอ๊คทีฟตลอดเวลา ไม่ทราบว่ามีช่วงเวลาที่อยู่นิ่ง อยู่ กับตัวเองบ้างไหมคะ

ปุ๊กเป็นคนทำอะไรเร็วมาก พูดก็เร็วโดนพี่เอสดุประจำว่าทำไมตอบสัมภาษณ์เร็วมาก (หัวเราะ) จริง ๆ แล้วปุ๊กเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก ไม่มีใครรู้เลยนอกจากคนใกล้ตัว ถ้ามีวันว่างจะไม่ไปไหนเลย ชอบอยู่บ้าน ชอบอยู่กับตัวเอง ไม่ชอบออกไปไหน ไม่ชอบกลับบ้านดึก ไม่ชอบปาร์ตี้นอนไม่เกินสี่ทุ่ม ชอบนอนเร็ว บางวันสองสามทุ่มก็นอนแล้ว และชอบตื่นเช้า ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี

การอยู่นิ่ง ๆ สำหรับปุ๊กคือการพักผ่อนทำกิจกรรมที่ชอบ นอนพัก เล่นอินสตาแกรมไม่แต่งหน้า ไม่ใส่รองเท้าส้นสูง ใครชวนออกจากบ้านได้ถือว่าเก่งมาก เพราะว่าปุ๊กชอบอยู่บ้านมาก ๆ

ทราบว่าทำงานดูแลครอบครัวมาตลอด และส่งพี่สาวเรียนจนจบจากอังกฤษ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

ฐานะทางครอบครัวเรียกได้ว่าพอมีพอกิน คุณพ่อคุณแม่ทำงานหนักเพื่อให้ปุ๊กกับพี่สาวได้เรียนโรงเรียนที่ดี ได้เรียนพิเศษ ใช้จ่ายไม่ขัดสน มีเงินนั่งแท็กซี่แต่ท่านเลือกโหนรถเมล์เพื่อเก็บเงินให้ลูกใช้เพราะฉะนั้นเราจะเห็นความลำบากของคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลา เห็นความอดทนของท่าน ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการเรียนหนังสือให้ดี และตั้งใจทำงานเพื่อดูแลท่าน

เมื่อก่อนเรา 4 คนนอนด้วยกันตลอดแทบไม่เคยแยกห้องนอนเลย บางวันอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงไม่ได้ออกไปไหน จนเข้าวงการบันเทิง เราต้องทำงานในเมือง จึงต้องแยกออกมาอยู่คอนโด แต่ก็ยังผูกพันและสนิทกันมาก

ช่วงเข้าวงการแรก ๆ ไม่ได้มีเงินเยอะมาก แต่คุณภาพชีวิตของเราเริ่มดีขึ้นแล้วตอนนั้นพี่สาวเรียนจบ ทำงานด้านการโรงแรมเราเห็นเขาตื่นตั้งแต่ตี 3 ต้องทำงานเป็นกะไปกลับไม่เป็นเวลา เงินเดือนก็ไม่มาก เราเห็นเขาเหนื่อยเลยอยากให้เรียนต่อเพื่อฝึกภาษาหรือมีโอกาสทำงานในต่างประเทศ แล้วเราก็ตัดสินใจถูก ตอนนี้พี่สาวเรียนจบ มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้ทำงานโรงแรมที่อังกฤษ มีเงินเดือนในระดับที่พอใจ เรารู้สึกโล่งอก วันที่พี่สาวเรียนจบปุ๊กร้องไห้เลยนะ เพราะดีใจที่ความเหนื่อยของเราประสบความสำเร็จ

ปุ๊กว่าสิ่งหนึ่งที่เรามอบให้คนอื่นได้คือให้ความรู้ ให้ความรัก ให้ความสุข เป็นสิ่งที่อยู่กับเขาได้ตลอดไป ถ้าเราให้แค่เงินมันก็จบแต่นี่เหมือนเราให้อนาคตเขา แต่หลังจากนี้พี่สาวจะมีชีวิตอย่างไรก็สุดแท้แต่เขาแล้วเพราะต้นทุนที่เราให้เขาไปดีที่สุดแล้ว

สำหรับปุ๊ก เราจะมีชีวิตอยู่ทำไม ถ้าเราไม่ได้อยู่เพื่อคนที่เรารัก หรือไม่มีเป้าหมายว่าจะทำเพื่อใคร การทำเพื่อตัวเอง มันก็เท่านั้น มันไม่มีแรงจูงใจมากพอ ฉันอยากมีบ้านหลังใหญ่ มีรถแพง ๆ ก็มีแล้ว แล้วยังไงล่ะ คือมันเท่านั้นจริง ๆ แต่กลับกันถ้าเรามีแรงบันดาลใจที่จะทำเพื่อคนที่เรารักทำเพื่อคุณพ่อคุณแม่ อยากเก็บเงินไว้ดูแลท่านยามเจ็บป่วย อยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่สุขสบาย มันจะมีพลังมาก

ปุ๊กลุกมีความสามารถหลายอย่างและมีพัฒนาการที่ดี ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องนั้นมาก่อน มีแรงบันดาลใจในการฝึกฝนตนเองอย่างไรคะ

คิดเสมอว่า ทุก ๆ วันที่มีโอกาสทำงานไม่ว่าจะร่วมงานกับใครก็ตาม อยากทำให้ดีที่สุด เขาจะต้องบอกว่าเราทำงานดี ทำงานเต็มที่ ทุ่มเท และมีวินัย ถ้าเราตั้งใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำจะต้องเป็นสิ่งที่ดี

บางทีต้องฝึกฝนหนักมาก เช่น ตอนประกวดเต้นลีลาศในรายการ Dancingwith the Stars ยอมรับว่าเหนื่อยมากมากกว่าตอนไปประกวดมิสยูนิเวิร์สอีกเพราะตอนนั้นมีถ่ายละครอยู่ 2 เรื่องถ่ายเสร็จก็ต้องไปซ้อม เราไม่ได้เป็นสายแดนเซอร์ แล้วต้องไปเต้นกับโปร แถมเปลี่ยนจังหวะทุกอาทิตย์ ถ่ายเสร็จก็ต้องไปซ้อม ตีสามตีสี่ยังซ้อมอยู่เลย ผลออกมาคือคนแปลกใจว่าเราทำได้ไง

หลายปีก่อนปุ๊กเล่นละครเรื่อง เพลงรักบ้านนา ตอนนั้นมีบางกลุ่มบอกว่าเราเล่นใหญ่มาก ทำไมตั้งใจขนาดนั้น ดูแล้วอึดอัดตอนนั้นไม่เข้าใจเลยว่าการตั้งใจเกินไปมันไม่ดีเหรอ แต่ก็สุดท้ายเมื่อมาเจอ พี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ) ผู้จัดละคร บอกว่า พี่ดูเธอนะเรื่อง เพลงรักบ้านนา พี่เห็นว่าเราตั้งใจสูงมาก ต่อมาจึงมีโอกาสได้มาร่วมงานกับพี่ธง ในละครเรื่อง เรือนกาหลง เป็นจุดที่เราได้พิสูจน์ตัวเองและทำให้คนรู้จักปุ๊กลุกมากขึ้น

ปุ๊กเชื่อว่าเราหว่านเมล็ดพืชแบบไหนต้นไม้ก็ขึ้นเท่าที่เราหว่าน เราหว่านวินัยไว้เท่านี้ เราหว่านการทำงานไว้เท่านี้ ผลลัพธ์ก็กลับมาเท่านั้นจริง ๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าถ้าทำดีจะไม่มีคนเห็น อย่าคาดหวังว่าผลลัพธ์จะต้องเห็นทันที เพราะมันอาจไม่ใช่ตอนนี้แต่ในวันข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอน

จงเชื่อมั่นว่า ความมุ่งมั่นนำความสำเร็จมาให้เสมอ

 

เรื่อง อุราณี ทับทอง, ชลิตา รักธรรมนูญ

ภาพประกอบ วิรัช จัตตุวัฒนา ผู้ช่วยช่างภาพ กรวิทย์ คงสิบ, ปรเมศฐ์ พิพิธชนินันท์

ภาพปกจาก WomenMThai, sudsapda.com

 

 


บทความน่าสนใจ

ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เรื่องราว “การปรับความคิด” ของดาราหนุ่มทั้ง 3 คน

10 อันดับ ข้อคิด เรียนรู้ชีวิตจากดารา ศิลปิน คนดัง นิตยสาร Secret

3 ดาราเอเชียใจบุญ นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up