แม้ล้มกี่ครั้งก็ลุกได้ ด้วยใจที่เข้มแข็ง อากี – ลี เหว่ย กี (Lee Wai Kei)

อากี
อากี

แม้ล้มกี่ครั้งก็ลุกได้ ด้วยใจที่เข้มแข็ง อากี ลีเหว่ยกี (Lee Wai Kei)

ชีวิตของ “ อากี ” เริ่มต้นจากศูนย์และไต่ขึ้นไปจุดสูงสุดด้วยความขยันขันแข็ง แม้วันหนึ่งชีวิตของเขากลับดิ่งลงมาที่ศูนย์อีกครั้ง แต่หัวใจเข้มแข็งของเขาไม่ยอมย่อท้อต่อโชคชะตา

20 กว่าปีที่แล้ว คนไทยที่ไปเที่ยวฮ่องกงแทบไม่มีใครไม่รู้จัก “ อากี ” เจ้าพ่อร้านเครื่องเสียงและเครื่องใช้ไฟฟ้าในฮ่องกง อากีเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ครอบครัวอพยพมาอยู่ที่ฮ่องกง ตั้งแต่เกิดเขาเห็นพ่อแม่ทำงานตัวเป็นเกลียวแม้พ่อจะตาบอด แต่ก็ทำมาหาเลี้ยงครอบครัวได้

อากีเรียนหนังสือถึงชั้น ป.5 จากนั้นก็ตามเพื่อนไปเป็นลูกจ้างทำงานในโรงงานผลิตกระเป๋า เก็บประสบการณ์ทำงานจนอายุ 19 ปี จึงเปิดโรงงานเย็บกระเป๋าเล็ก ๆ ในฮ่องกง และขยายกิจการใหญ่โตเพื่อส่งออกกระเป๋าไปขายที่สหรัฐอเมริกา แต่สุดท้ายกิจการนี้ต้องปิดตัวลงในขณะที่เขาอายุ 31 ปี เขากลับมาทำงานเป็นลูกจ้างอีกครั้งในร้านขายเครื่องเสียงและวีดิทัศน์ เวลานั้นธุรกิจนี้รุ่งเรืองมากในฮ่องกง ด้วยใจที่รักบริการ เขาจึงเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าชาวไทย

“เริ่มแรกผมทำงานอยู่หลังร้าน เมื่อรู้งานทุกอย่าง เถ้าแก่ก็ให้มาเป็นเซลส์หน้าร้าน ผมได้เจอลูกค้าคนไทยเยอะมาก จึงเริ่มเรียนภาษาไทยเพื่อคุยกับลูกค้าให้ได้ หลักการขายของผมเน้นความซื่อสัตย์และจริงใจ ไม่ฟันกำไร เพราะอยากได้ลูกค้าประจำระยะยาว บางทีลูกค้าถามแล้วไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร หรือถ้าลูกค้าอยากได้ของที่ร้านไม่มี ผมก็แนะนำร้านอื่นให้ ลูกค้าคนไทยจึงประทับใจถึงขนาดว่าทัวร์ไหนไม่พามาร้านอากี คนไม่ซื้อทัวร์”

การทำงานอย่างขยันขันแข็ง เจ้าของร้านจึงให้เขามีหุ้นในกิจการด้วย ต่อมาเจ้าของร้านมีเหตุต้องเลิกกิจการ อากีจึงได้รับช่วงเป็นเจ้าของเต็มตัว และขึ้นป้ายร้านเป็นภาษาไทยว่า อากีอยู่ที่นี่”

“ตอนนั้นคนไทยรู้จักผมเยอะมาก ขนาดที่รายการทีวีตามมาถ่าย กิจการก็รุ่งเรืองมาก มีเงินหมุนวันละ 5 – 10 ล้านเหรียญฮ่องกง ปีหนึ่งมีเงินหมุนคิดเป็นเงินไทยได้ประมาณพันล้านบาท เครื่องเสียงชุดละเป็นล้านบาทก็ขายได้ ถือเป็นช่วงสูงสุดในชีวิต ผมมีความสุขมากที่งานประสบความสำเร็จและได้รู้จักนักธุรกิจและคนมีชื่อเสียงในเมืองไทยซึ่งก็กลายเป็นเพื่อนหลายคน”

ต่อมาเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป แต่เขากลับมั่นใจในความสำเร็จและไม่ปรับตัว จนเป็นสาเหตุให้พบความล้มเหลว

“ช่วงนั้นมีคนเตือนเยอะ แต่ผมก็ไม่เชื่อ และยังมั่นใจว่าคนรุ่นอายุ 30 - 40 คงไม่ชอบของใหม่ ผมสต๊อกสินค้าไว้เยอะมากเหมือนเดิม เพราะกลัวว่าลูกค้ามาแล้วจะไม่มีขาย แต่พอเจอเศรษฐกิจต้มยำกุ้งทำให้เสียหายเยอะมาก ยอดตกลง ลูกค้าที่เคยปล่อยเครดิตให้ก็ไม่ยอมจ่ายช่วงนั้นก็ต้องขายบ้านเพื่อนำเงินมาหมุน

“ก่อนถึงวันที่ทุกอย่างพังลง มีลางบอกเหตุมากมายแต่ผมยังคิดบวก จนวันหนึ่งมีคู่ค้าธุรกิจเจ้าหนึ่งซึ่งค้าขายกันมาหลายสิบปีมาเอาเรื่องผมว่าเช็คเด้ง เช็คนั้นเป็นเงินเพียงหกหมื่นเหรียญฯเท่านั้น ตอนนั้นมีเซลส์หลายบริษัทนั่งอยู่เต็มร้าน เขาได้ยินก็กลัวจึงส่งข่าวกันและทยอยมาเอาของในร้านออกไปจนเกลี้ยง ผมได้แต่ยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าร้านใจหนึ่งก็เสียใจที่กิจการล้ม แต่อีกใจก็โล่งใจที่ไม่ต้องปวดหัวแล้ว วันนั้นแม้มีคนบอกให้สู้ต่อ แต่ผมไปไม่ไหวแล้ว

“ความผิดพลาดครั้งนี้สอนให้ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมบริหารชีวิตผิดไป ผมไม่เคยเก็บเงินไว้ หรือนำเงินไปลงทุนอย่างอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง วัน ๆ ก็ทำงานอยู่แต่ในร้าน ไม่กล้าคิดนอกกรอบ ส่วนหนึ่งเพราะไม่มั่นใจในตัวเอง คิดแต่ว่าเราเรียนหนังสือมาน้อย และกลัวว่าถ้าไปทำงานอื่นจะไม่สำเร็จเท่ากับงานที่ทำอยู่”

เมื่อธุรกิจล้ม อากีต้องกลับไปเป็นลูกจ้างร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกครั้ง เขาทุ่มเททำงานจนเป็นที่ไว้วางใจของเจ้านายและลูกค้า แต่สุดท้ายเจ้าของร้านก็ต้องปิดกิจการไปอีกอากีต้องตกงาน ซ้ำยังป่วยหนัก ช่วงนั้นสภาพจิตใจของเขาย่ำแย่จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป โชคดีได้พบกัลยาณมิตรที่ให้กำลังใจและชี้ทางออกสำคัญให้

“พอเพื่อน ๆ รู้ข่าวก็ชวนมาอยู่เมืองไทย พี่ชายที่มาขายอาหารที่นี่จนได้ดีก็ชวนมาทำงานกับเขา แต่ผมยังลังเล เพราะยอมรับว่าอายและยึดติดกับอัตตาที่คนเคยมองว่าอากีเป็นเจ้าพ่อเครื่องไฟฟ้า จนกระทั่ง คุณยงเกียรติ เกียรติเสริมสกุลมาเยี่ยมที่ฮ่องกง ผมเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง เขาก็บอกว่าต้องรีบมาเมืองไทยเลยก่อนที่คนจะลืม”

สามปีก่อนอากีตัดสินใจมาเมืองไทยและลงทุนเปิดร้านเป็ดพะโล้กับคุณอ้อยสุกัญญาหาญอนุชน เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน เมื่อเพื่อน ๆ รู้ก็มาอุดหนุนและสนับสนุนจนได้ออกรายการ เจาะใจ เวลานั้นลูกค้ามาแน่นร้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปยอดขายกลับลดลง ประกอบกับมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการร้าน จึงจำเป็นต้องปิดร้านไปถึง 5 เดือน

วันนี้อากีและคุณอ้อยเปิดร้านอีกครั้งและพร้อมสู้กับทุกปัญหา

“ที่ผ่านมาผมคิดถึงแต่เรื่องการจัดการ แต่ไม่ได้ลงมือลงแรงทำทุกขั้นตอน จึงเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด แต่ตอนนี้ผมพร้อมที่จะเรียนรู้งานทุกอย่าง เวลานี้กำลังใจดีมาก แม้อายุ 66 ปีแล้วต้องมาเริ่มใหม่อีกครั้งก็ไม่ท้อ เพราะชีวิตผมเริ่มจากศูนย์เมื่อลงมาศูนย์อีกครั้งก็ต้องสู้ และที่สำคัญต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนและให้กำลังใจผมมาตลอดด้วย”

ไม่ว่าแพ้มาแล้วกี่ครั้ง แต่อากียังคงมีพลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

เรื่อง: เชิญพร คงมา ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี สไตลิสต์: ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ 

ผู้ช่วยสไตลิสต์: วิศรุตา จือประสิทธิ์

ที่มา: นิตยสาร Secret

บทความน่าสนใจ

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของ จิ๋ม กนกลักษณ์ วุ่นทางบุญ (ตอนที่ 1)

วัลลี 2 อดีตเด็กหญิงผู้เอาชนะลิขิตฟ้า ด้วยมานะและความกตัญญู

ฟ้าหลังฝน ย่อมงดงามเสมอ จอยซ์ ไทรอัมพ์ส คิงดอม ตอน 1

10 เรื่องจริงของ สู่ขวัญ บูลกุล ยิ่งอ่านยิ่งรักผู้หญิงคนนี้ #ของมันต้องอ่าน

ผู้หญิงหัวใจแกร่ง บีม - วรานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ (1)

keyboard_arrow_up