กว่าจะเป็นลิปสติกแจ่ม สีสันบนเรียวปาก อัตลักษณ์ความงามแบบไทย

กว่าจะเป็นลิปสติกแจ่ม
กว่าจะเป็นลิปสติกแจ่ม

กว่าจะเป็นลิปสติกแจ่ม สีสันบนเรียวปาก อัตลักษณ์ความงามแบบไทย

ท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างรุนแรงของธุรกิจเครื่องสำอาง “แจ่ม” ลิปสติกชื่อไทยแท้ได้เปิดตัวอย่างเงียบ แต่กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันสั้น

คุณแก้ม - นันทิยา ปณชัยธนโชติ เจ้าของแบรนด์ลิปสติกน้องใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม จบการศึกษาด้านการจัดการธุรกิจจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า

“ที่บ้านของแก้มทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับเบาะรถยนต์และเต็นท์ผ้าใบ สมัยเรียนหนังสือแก้มมีโอกาสได้ทดลองงานต่าง ๆ หลากหลาย เริ่มจากขายขนมในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม ไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟ และงานแม่บ้านตอนไป work and travel ในต่างประเทศ กระทั่งค้นพบตัวเองว่าชอบการค้าขาย

“หลังจากเรียนจบ แก้มกลับมาช่วยที่บ้านทำธุรกิจคุณพ่อคุณแม่ให้แก้มทำทุกอย่างเหมือนเป็นลูกจ้างคนหนึ่งทั้งตัดเย็บเบาะและกางเต็นท์ผ้าใบ เพื่อให้เราเข้าใจระบบการทำงาน และเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่สั่งงานพนักงานเป็นเท่านั้น”

คุณแก้มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ชีวิตพลิกผันมาเป็นเจ้าของลิปสติกแบรนด์แจ่มว่า

“ลิปสติกแจ่มมีจุดเริ่มต้นจากการที่กวาง เพื่อนของแก้มขอให้ช่วยผลิตลิปสติกที่ติดทนและไม่เลอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า เพราะเห็นว่าแก้มมีเพื่อนที่เรียนจบด้านการทำเครื่องสำอาง เมื่อผลิตออกมาปรากฏว่า นอกจากกวางจะถูกใจแล้วลูกค้าในเพจขายเสื้อผ้าที่ได้เห็นสีลิปสติกเวลาที่กวางไลฟ์เฟซบุ๊กขายเสื้อผ้าก็ชื่นชอบไม่แพ้กัน หลังจากนั้นลูกค้าก็เริ่มสอบถามเรื่องลิปสติกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งกวางทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว จึงบอกให้แก้มผลิตลิปสติกออกมาขาย

“เราตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘แจ่ม’ เพราะอยากให้เป็นคำภาษาไทยที่ติดปาก ฟังแล้วจำง่าย เวลาที่คนส่วนใหญ่เห็นสีสดใส ก็มักจะพูดว่า ‘สีนี้แจ่ม’

“นอกจากนั้น แก้มสังเกตว่าแบรนด์เครื่องสำอางส่วนใหญ่มักตั้งชื่อสีเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งอ่านยากสำหรับคนไทย แก้มและกวางจึงเลือกตั้งชื่อสีต่าง ๆ เป็นภาษาไทยเพื่อให้เรียกง่าย และก็อยากให้ต่างประเทศรู้ว่า ไทยก็มีชื่อสีเฉดต่าง ๆ แต่เราไม่เรียกกันเอง เราอยากใช้ชื่อสีในสมัยก่อนแล้วได้ไปพบของ ‘ไทยโทน’ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยสีไทยและสร้างสรรค์ต่อยอดโดยอาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี อาจารย์พิเศษคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เราจึงติดต่อไปทางเฟซบุ๊กไทยโทนเพื่อขออนุญาตใช้ชื่อสี ซึ่งทางไทยโทนไม่อนุญาตให้ใช้ไทยโทนเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ แต่สามารถใช้ชื่อเรียกเฉดสีได้ เราจึงเลือกสีที่ชอบ และนำมาเทียบกับสีที่เรามี บางสีเราก็ตั้งชื่อเอง แต่ก็ยังยึดตามความเป็นไทย”

นอกจากความโดดเด่นในเรื่องอัตลักษณ์ความเป็นไทยแล้ว ลิปสติกแบรนด์แจ่มยังอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่แพ้แบรนด์เครื่องสำอางราคาแพงจากต่างประเทศ

“ลิปสติกของเราผลิตในห้องแล็บที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัย-นเรศวร เพราะฉะนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย เราเน้นเจาะกลุ่มหญิงไทยเป็นสำคัญ ดังนั้น เราจึงเลือกเฟ้นสีลิปสติกที่เหมาะกับสีผิวของผู้หญิงไทย ที่ไม่ว่าจะมีสีผิวใดก็สามารถทาได้ โดยกวางจะให้น้อง ๆ แอดมินเฟซบุ๊กที่มีสีผิวต่างกันทดลองทาลิปสติก และเปรียบเทียบความเหมาะสมสวยงามก่อนวางตลาด นอกจากนั้น ลิปสติกของเรายังไม่ทำให้ปากแห้งลอก ทาเพียงครั้งเดียว ก็ปรากฏสีชัดเจนแล้ว

“เรื่องราคา เรากำหนดราคาขายไม่ให้แพงเกินไปเพราะอยากให้ลิปสติกแจ่มไปอยู่ในกระเป๋าของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อได้ และเรายังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพียงแค่มีความตั้งใจเพราะอยากสร้างรายได้ให้คนที่ไม่มีเงินทุน และให้พวกเขาได้เริ่มต้นธุรกิจของตนเอง”

คุณภาพและความแตกต่างคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้“แจ่ม” เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นคง น่าติดตามว่าแบรนด์ไทยแบรนด์นี้จะก้าวไปได้ไกลเพียงใด 

เรื่อง Plumpyplum ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

ที่มา: คอลัมน์ Start Up นิตสาร Secret

บทความน่าสนใจ

รักในสิ่งที่ทำ วรวิทย์ ศิริพากย์ เจ้าของแบรนด์เครื่องหอมปัญญ์ปุริ

อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ เมื่อชีวิตพลิกจากนักธุรกิจสู่การเป็นหมอจิตอาสา

ไขเคล็ดลับความสำเร็จของ อามันซิโอ ออร์เตก้า เจ้าของอาณาจักรแบรนด์เสื้อผ้า “Zara”

 

keyboard_arrow_up