เรื่องจริงของชายมากรัก! ไม่มี เวรกรรม มีแต่ผลจากการกระทำของตัวเอง

เวรกรรม
เวรกรรม

ผมมักถามตัวเองบ่อยครั้งว่าความทุกข์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

เป็นผลจาก เวรกรรม หรือการกระทำของผมเอง

เรื่องจริงของชายมากรัก ไม่มี เวรกรรม มีแต่ผลจากการกระทำของตัวเอง

ผมเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนเรามีกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่ครอบครัวของเราไม่สมบูรณ์แบบเท่าใดนัก พ่อของผมติดสุราอย่างหนัก ส่วนแม่ก็เป็นผู้หญิงปากร้ายที่มักต่อว่าด่าทอพ่ออยู่เสมอ

ตอนผมเป็นเด็ก พ่อมักกลับบ้านมาด้วยสภาพเมามายและทำลายข้าวของจนแตกกระจาย ส่วนแม่ก็เอาแต่เท้าเอวด่าทอพ่อไม่ขาดปาก จนท้ายที่สุดความอดทนของพ่อก็หมดลง ท่านลงมือทำร้ายตบตีแม่จนได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปและไม่กลับมาหาเราสองแม่ลูกอีกผมจึงต้องอาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพังสองคน

เมื่อขาดเสาหลักของครอบครัว แม่จึงต้องออกไปทำงานหารายได้นอกบ้านด้วยการรับจ้างทำงานสารพัด เพราะมีความรู้แค่ชั้นประถม ทำให้ท่านไม่มีทางเลือกมากนักกระนั้นแม่ก็พยายามส่งเสียให้ผมได้เรียนหนังสือแม้ต้องทำงานสายตัวแทบขาด

เราทั้งคู่อาศัยอยู่ในย่านที่มีแต่เด็กเกเรทำให้ในวัยเด็กผมมีแต่เพื่อนที่ไม่รักเรียน หากมีเวลาว่างก็นัดกันเล่นเกม บ้างก็ชวนกันไปแกล้งคนอื่น ก่อความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน ตอนนั้นผมรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ช่างท้าทายและเท่เสียจริง เพราะทุกครั้งเวลาเกิดเรื่อง ผมและเพื่อน ๆ ก็จะได้รับความสนใจจากคนรอบข้างทุกครั้งไป

หนักข้อเข้าเพื่อน ๆ เริ่มชวนให้ผมลักเล็กขโมยน้อย แม้รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ถ้าปฏิเสธ ผมก็จะไม่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนจึงจำต้องทำตาม จากความจำยอมก็กลายเป็นนิสัย ผมเริ่มขโมยเงินแม่ไปเล่นเกมและซื้อบุหรี่มาสูบตามเพื่อน ผมเริ่มสูบบุหรี่และดื่มเหล้าตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นแต่แม่ไม่เคยทราบ เพราะมัวแต่วุ่นกับการทำงานหาเงิน

พอเข้าช่วงวัยรุ่น เพื่อน ๆ บางคนเริ่มมีมอเตอร์ไซค์ขี่ ผมก็อยากมีบ้าง จึงลองขอเงินแม่ แต่ผลก็เป็นอย่างที่คาด แม่ไม่อนุญาตพร้อมทั้งสาธยายถึงความยากลำบากของแม่ยาวเหยียด ด้วยความเลือดร้อนของวัยรุ่นในขณะนั้นผมจึงเดินหนี แต่แม่ก็ยังเดินตามมาด่าทอไม่หยุดหย่อน ผมรู้สึกรำคาญจึงผลักแม่ล้มลง ศีรษะของท่านไปกระแทกกับขอบโต๊ะจนเลือดไหลเป็นทาง ผมทำอะไรไม่ถูกจะก้มลงไปช่วยพยุงก็ถูกทิฐิสกัดไว้ จึงทำได้เพียงยืนกำมือมองใบหน้าแม่ที่มีน้ำตาคละกับหยดเลือดไหลอาบแก้ม

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เราสองแม่ลูกไม่ได้คุยกันมากนัก เพราะแม่ทำงานกลับดึกทุกวัน ส่วนผมก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะส่วนใหญ่ไปค้างบ้านเพื่อน

คลิกเลข 2 ด้านล่างเพื่ออ่านหน้าถัดไป

ผมใช้ชีวิตไปวัน ๆ ไม่มีจุดหมาย ตื่นสาย ไม่เข้าเรียน และตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อนในตอนเย็นบางวันก็ออกไปดูเพื่อนแข่งรถไม่นานนักผมก็ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง เธออายุน้อยกว่าผมหนึ่งปี เรารู้จักกันตอนที่ผมไปดูเพื่อน ๆ แข่งรถ เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักครอบครัวมีฐานะดี แต่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้เราจึงมักนัดเจอกันตอนกลางคืนบ่อย ๆ เราคุยกันได้ไม่นานก็ตกลงเป็นแฟนกัน

เธอดีกับผมมาก มักซื้อของใช้ราคาแพงให้ผมเสมอ เธอดูแลผมเป็นอย่างดีและคอยอยู่เป็นเพื่อนในยามที่ผมเจอเรื่องทุกข์ใจ ช่วงสองปีแรกความรักของเราหวานชื่น เราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ผมโทร.หาเธอตลอดเวลา แต่เมื่อเวลาผ่านไปการกระทำที่จำเจเช่นนี้กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ ผมรู้สึกว่าความรักของเราจืดชืด ไม่หวือหวา ผมเริ่มห่างจากเธอ เพราะรู้สึกว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างกายทำตัวงี่เง่า น่าเบื่อ ทั้งที่ในความเป็นจริง คนรักของผมไม่เคยเปลี่ยนไป มีเพียงใจของผมเท่านั้นที่ไม่เหมือนเก่า

ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่ผมเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย บรรยากาศใหม่ ๆ และเพื่อนใหม่ทำให้ผมลืมคนรักจนหมดสิ้น ผมได้เจอกับผู้หญิงคนใหม่ที่งดงามทั้งรูปร่างและหน้าตา เธอสนอกสนใจผมอย่างชัดเจน แล้วมีหรือที่ผู้ชายจะทนทานต่อความเย้ายวนที่มายั่วหยอกตรงหน้าได้

ผมสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่อย่างลับ ๆ โดยไม่ให้แฟนรู้ แม้ว่าเธอจับพิรุธได้บ้าง แต่ผมก็ปฏิเสธเรื่อยมา ในเวลาเดียวกันผู้หญิงคนใหม่เริ่มเรียกร้องขอสิ่งของเครื่องใช้ราคาแพงจากผมมากขึ้นโดยให้เหตุผลว่า เธอเห็นผมใช้แต่ของมีราคา น่าจะซื้อให้เธอบ้าง

เมื่อความรักบังตาและตัณหาบังใจจนมืดบอด ผมจึงไปหลอกเงินจากแฟนมาซื้อของใช้ปรนเปรอผู้หญิงคนใหม่ บางครั้งผมก็ขอเธอซึ่งหน้า แต่บางครั้งผมก็แอบหยิบฉวยมาตามนิสัยเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับหญิงสาวคนใหม่ไปได้สวยในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างผมและแฟนกลับแย่ลงเรื่อย ๆ เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง บางครั้งเมื่อหมดขีดความอดทน ผมก็ลงมือทำร้ายเธอทั้งทางร่างกายและทางคำพูด

ในที่สุด ฟางเส้นสุดท้ายของเธอก็ขาดสะบั้น เธอบอกเลิกผมทั้งน้ำตา แต่ผมกลับยิ้มและพูดกับเธออย่างโหดร้ายว่า

“ดี จบ ๆ สักที ต้องทนผู้หญิงน่ารำคาญแบบนี้มาตั้งนาน”

พูดจบผมเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมองผู้หญิงที่ดีกับผมและคอยให้อภัยผมเรื่อยมา

ผมมาอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ เรามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนเธอตั้งครรภ์ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบด้วยกันทั้งคู่ วันที่รู้เรื่องลูก ผมดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ และคิดเพียงแต่ว่าจะตั้งใจเรียนและทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อหาเงินมาสร้างครอบครัวกับคนที่ผมรัก แต่เธอกลับบอกว่าจะไปทำแท้งเพราะยังไม่พร้อมเป็นแม่คนและยังรู้สึกสนุกกับชีวิตอิสระ

เวลานั้นผมทั้งร้อนใจและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร ผมคุกเข่ากอดขาเธอพร้อมกับขอร้องไม่ให้เอาลูกออกหลังจากโต้เถียงกันสักพัก เธอก็ยอมคล้อยตามและบอกว่าผมต้องเป็นคนออกเงินค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูทั้งหมด ซึ่งผมก็ยินดี

ระหว่างนั้นผมเรียนและทำงานพิเศษควบคู่ไปด้วย เพื่อหาเงินมาเตรียมไว้สำหรับลูกที่กำลังจะเกิดมา หลังจากนั้นไม่กี่เดือนภรรยาของผมก็คลอดลูกชาย ผมดีใจมากเพราะคิดว่าลูกจะมาเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้เราทั้งคู่ แต่ผมคิดผิด

ภรรยาของผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคุยโทรศัพท์กับปลายสายปริศนาที่ผมไม่รู้ว่าใคร เพราะกว่าจะกลับมาเจอหน้าลูกเมียก็ค่ำมืดดึกดื่นแล้ว เธอไม่ได้ดูแลลูกดีอย่างที่คิด ทั้งยังปล่อยให้ห้องรกและสกปรก แต่ผมก็ยังทนอยู่เพราะคำว่ารัก

คลิกเลข 3 ด้านล่างเพื่ออ่านหน้าถัดไป

ช่วงหลังพอผมไม่มีเงินมาปรนเปรอเธอเหมือนเก่า เธอก็เริ่มเปลี่ยนไป เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น บางครั้งเธอถึงกับลงมือขว้างปาข้าวของโดยไม่คำนึงถึงลูกที่นอนมองดูเราทั้งคู่อยู่

แม้จะเหนื่อยกายจากงานนอกบ้านและเหนื่อยใจกับปัญหาในครอบครัว ผมก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงทำงานและสู้กัดฟันเรียนจนจบชั้นปริญญาตรี หลังจากนั้นผมก็ทำงานประจำในช่วงเช้าและทำงานพิเศษต่อในตอนเย็นเพื่อ หาเงินมาเลี้ยงดูลูกและภรรยา

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นวันหนึ่งผมลาหยุดงานช่วงเย็นเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบาย เมื่อกลับมาถึงบ้านผมก็ต้องประหลาดใจ เพราะเห็นรองเท้าผู้ชายที่ดูไม่คุ้นตาถอดอยู่หน้าห้อง หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำผมเปิดประตูห้องด้วยใจเต้นระทึกแล้วก็จริงดังคาด ผมเห็นภรรยาของตัวเองกำลังพลอดรักกับชายแปลกหน้าอยู่บนเตียงที่เรานอนอยู่ด้วยกันทุกคืน โดยมีลูกน้อยของเราคลานเล่นไปมาบนพื้น

ผมตัวสั่นเทา ความรู้สึกมากมายไหลหลั่งพรั่งพรู ทั้งโกรธ เดือดดาล เสียใจทุกความรู้สึกคละเคล้าปนเปจนผมหมดแรงทรุดลงกับพื้น ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากมีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับน้ำป่าในหน้าฝน

หลังจากดึงสติที่ดับวูบไปชั่วคราวกลับมาได้ ผมก็ขอให้ชายคนนั้นกลับไปเสีย ส่วนผมกับภรรยาก็นั่งเผชิญหน้าอยู่ในความเงียบผมไม่พูดอะไร ปล่อยให้ต่อมน้ำตาทำหน้าที่ของมันเสียให้พอ ก่อนจะเอ่ยถามภรรยาว่าจากนี้ชีวิตของเราทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อไป

“เลิกกันได้ก็ดี ฉันเบื่อเต็มทีที่จะต้องอยู่กับผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ”

คำพูดสุดท้ายหลุดออกจากปากผู้หญิงที่ผมรักและหวังจะใช้ชีวิตด้วยกันจนแก่เฒ่า ราวกับมีคนมากดปุ่มย้อนกลับไปในวันที่ผมเลิกกับแฟนเก่า เหตุการณ์และคำพูดช่างคล้ายคลึงกันเหลือเกิน ผิดกันตรงที่วันนี้เป็นผมเองที่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด เมื่อสุดมือจะไขว่คว้า ผมจึงยอมปล่อยเธอไปและเริ่มต้นหน้าที่พ่อเลี้ยงเดี่ยว

กระนั้นผมก็รู้ว่าตัวเองคงไม่สามารถดูแลลูกได้ดีพอ จึงพาเขากลับไปหาแม่ที่ผมไม่ได้กลับไปเยี่ยมนานแล้ว แม่ดูแก่ขึ้นมากทั้งร่างกายก็ดูซูบผอม แต่เมื่อเห็นหน้าลูกและหลานก็ยิ้มออก

ผมเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้แม่ฟังพลางร้องไห้แม่ไม่พูดอะไร เพียงแต่เอามือลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่างหายไปจากชีวิตผมมาเนิ่นนาน บัดนี้รู้สึกเหมือนกับได้เติมพลังเพื่อกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ผมกลับมาทำงานอีกครั้งและส่งเงินให้แม่ทุกเดือนเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูหลาน แต่กระนั้นผมก็ไม่ได้กลับไปเยี่ยมท่านบ่อยนักเพราะภาระงานที่หนักอึ้ง หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้เจอผู้หญิงคนใหม่

เราเจอกันในผับแห่งหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย เราพูดคุยกันได้เพียงไม่นานก็ตัดสินใจคบกัน เรานัดเจอกันที่ห้องของผมทุกคืน หลังจากนั้นผมก็จะไปส่งเธอหน้าปากซอยบ้านทุกวัน โดยที่เธอไม่เคยยอมให้ผมเข้าไปเห็นประตูบ้านของเธอเลยสักครั้ง

เราทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งโดยที่ผมไม่ได้ป้องกัน เพราะเชื่อในคำพูดของเธอที่บอกว่ายังบริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านมือชายคนไหน ความสัมพันธ์ของเราเป็นไปอย่างราบรื่น แต่แล้ววันหนึ่งผมก็ต้องประหลาดใจเมื่อมีผู้ชายมาขอพบผมที่ทำงาน เขาบอกว่าเป็นสามีของผู้หญิงที่ผมนอนด้วยทุกวัน ตอนแรกผมยังไม่ปักใจเชื่อ แต่เมื่อเขางัดหลักฐานเป็นรูปถ่ายขึ้นมา ผมก็ต้องยอมจำนน

คลิกเลข 4 ด้านล่างเพื่ออ่านหน้าถัดไป

ก่อนกลับเขาถามผมว่า ผมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของเขาหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดต้องโกหกจึงบอกความจริง เขาไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยว เพียงแต่บอกผมอย่างใจเย็นว่า

“คุณลองไปตรวจเลือดดูนะ ผมขอให้คุณโชคดี”

คำพูดเพียงสั้น ๆ แต่เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัว ผมมึนงงกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ผู้หญิงคนนี้หลอกผมไม่พอ ยังนำโรคมาสู่ผมอีกหรือ

หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไปหลายเดือน ผมก็ตัดสินใจไปตรวจเลือด และผลที่ออกมาก็ทำให้ผมแทบล้มทั้งยืน ผมติดเชื้อ HIV จากผู้หญิงคนนั้นเพียงเพราะกิเลสตัณหา ผมตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วกลับมาอยู่กับแม่และลูก พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวความผิดพลาดทั้งหมดให้แม่ฟัง

แม่ไม่รังเกียจผม แต่สอนผมว่าให้เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต และนำบทเรียนมาเตือนตนในปัจจุบันเพื่อทำอนาคตให้ดีขึ้น

        ทุกวันนี้ผมเปิดร้านขายของเล็ก ๆ ที่ทำให้มีเวลาดูแลแม่และลูกชายคนเดียว ซึ่งเป็นสองคนในโลกนี้ที่รักผมอย่างแท้จริง 


ข้อคิดจากพระมหาธนาธิปมหาธมฺมรกฺขิโต (ฮาดเนาลี)

เบื้องต้น ปัญหาที่ท่านประสบอยู่เราเรียกว่า ความทุกข์ก็ได้ ความทุกข์ตัวนี้เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวท่านเอง และผลที่ตามมาก็จะเป็นกรรม เพราะทุก ๆ ผลของกรรมล้วนมาจากการกระทำทั้งสิ้นชีวิตของมนุษย์บนโลกใบนี้ไม่ได้สวยหรูหรือราบรื่นมากนัก คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องต่อสู้ตามความต้องการและการอยู่รอดของตัวเอง ได้อ่านเรื่องราวของท่านก็เห็นใจและเข้าใจว่า ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเพราะเหตุและผลของเหตุเสมอ เรียกว่า อิงอาศัยกันเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา)

ท่านเกิดจากครอบครัวที่ไม่ต่างกับหลายครอบครัว ซึ่งมีปัญหาคล้ายกันก็เพราะพฤติกรรมต้นแบบมีความเปราะบางทางจริยธรรมและมีช่องโหว่ จึงก่อให้เกิดปัญหาอันไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราเอง โดยเฉพาะความไม่ลงรอยกันของพ่อแม่ ซึ่งท่านอยู่ในฐานะที่พึ่งโดยตรงของเรา ก็ยิ่งทำให้เราผู้ฝากความรัก ความไว้วางใจ หรือทุกอย่างไว้ย่อมต้องผิดหวัง และโศกตรมเพราะเหตุนี้ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ท่านจะมีพฤติกรรมเลียนแบบพ่อของตัวเอง กินเหล้า เมายาหรือแม้แต่ทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่รังเกียจคือ การมีพฤติกรรมรุนแรงต่อผู้บังเกิดเกล้าและสตรีทั้งหลาย

แม่เองก็ไม่มีเวลาดูแลความรู้สึกและความต้องการของลูก ปล่อยปละละเลยทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องแย่ไปหมด คนที่อยู่ใกล้ชิดมากที่สุดมักมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเด็กวัยรุ่น ดังนั้น เมื่อพวกเขาหาที่พึ่งไม่ได้ก็จำเป็นต้องพึ่งตนเอง แต่การพึ่งตนเองทั้งที่ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์ทำให้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและสังคมไม่ยอมรับ แต่พวกเขากลับรู้สึกว่า นั่นเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว เพราะทำชีวิตให้ไร้ราคาจึงไม่มองไม่เห็นค่าของคนรอบข้าง

แม้แต่ผู้หญิงที่รักและยอมอุทิศตนเพื่อเราแต่เราก็ไม่ให้ความสำคัญกับเธอ จึงมีอันต้องแยกขาดจากกัน ข้อนี้ต้องโทษการไม่ยั้งคิดของเรา เพราะคิดว่าสิ่งใหม่ ๆ มักดีกว่าของเก่าเสมอ แต่ไม่รู้ถึงคุณค่าของสิ่งเก่า จึงมีผลดังที่เป็น พอถึงวันที่เราต้องการเป็นคนดี แต่กลับทำความดีผิดคนผิดที่ ผิดเวลา ถามว่า เป็นเพราะเคยหักหลังความภักดีของคนรักเก่าใช่ไหมก็ต้องตอบว่า ใช่ เพราะผลกรรมไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร ดังนั้น จงจำไว้ว่า “เมื่อเราไม่เคยภักดีกับความรักและคนที่เรารักก็อย่าหวังที่จะมีรักแท้และได้รับความภักดีจากคนอื่นเลย”

อย่างไรก็ตาม ท่านเจ้าของเรื่องยังคงโชคดีที่มีแม่คอยเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาไม่คิดผลักไสลูกเหมือนกับที่ลูกผลักไสท่านในอดีต นับว่าท่านเป็นแม่ที่ประเสริฐคนหนึ่ง ดูเหมือนว่า ท่านเจ้าของเรื่องจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แต่ปัญหาที่ประสบอยู่ก็ไม่ได้ร้ายแรงต่างไปจากคนอื่นมากนัก ดังนั้น ก็อย่ากังวลให้มากนัก เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ทำชีวิตให้มีความหวังตั้งเป้าเป็นรายปี บอกตัวเองว่า เราต้องการทำอะไรเพื่อแม่ เพื่อลูก และเพื่อตัวเอง ให้คิดเสียว่า ชีวิตนี้น้อยนัก เรายังเหลือเวลาอีกเท่าไรที่จะทำประโยชน์แก่ตัวเองและสังคม อย่างน้อยที่สุดก็ได้ฝากผลงานชิ้นที่น่าภูมิใจที่สุดให้ตัวเอง เช่น การดูแลคุณแม่ให้ท่านมีความสุข การสอนบทเรียนที่ดีให้ลูก ไม่เอาพฤติกรรมในอดีตของแม่และพ่อมาใช้กับลูกของตัวเองที่เหลือก็ปล่อยให้ธรรมชาติทำหน้าที่ของมัน


เรื่อง วิน เรียบเรียง อิศรา ราชตราชู

บทความน่าสนใจ

เรื่องจริงของหญิงที่มี ตราบาปของความรัก

ในวันที่ ทุ่งกุลาไม่ร้องไห้ | เรื่องจริงของชายหนุ่มผู้จุดประกายความหวังให้พี่น้องชาวนา

 

keyboard_arrow_up