อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ เมื่อชีวิตพลิกจากนักธุรกิจสู่การเป็นหมอจิตอาสา

อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ
อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ

อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ เมื่อชีวิตพลิกจากนักธุรกิจสู่การเป็นหมอจิตอาสา

ผู้คิดค้นศาสตร์ผ่าตัดเทียมคนแรกและคนเดียวของประเทศไทย

เขาไม่เคยคิดถึงการให้ เพราะฝันอยากเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดจนกระทั่งโชคชะตาพลิกผันทำให้ อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณกลายมาเป็นหมอจิตอาสาที่มุ่งช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ชีวิตในวัยเด็กที่เรียบง่ายและคำสอนที่หล่อหลอมให้เป็นคนดี

คุณแม่ของผมเป็นแม่บ้าน คุณพ่อเป็นพนักงานขับรถให้สหประชาชาติ ทั้งสองท่านเลี้ยงดูผมด้วยกฎ 6 ข้อ คือ 1. ต้องประพฤติตนให้เป็นคนดี 2. ไม่เกเร 3. ห้ามลักขโมย 4. ห้ามโกหก 5. ช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสหรืออ่อนแอกว่า 6. รู้จักแบ่งปันสิ่งของกับคนอื่น เพราะตอนเด็ก ๆ ผมเป็นคนรักของเล่นมาก เมื่อมีของเล่นมักจะเก็บไว้ดูมากกว่านำมาเล่น พอมีญาติหรือเพื่อน ๆ ในละแวกบ้านมาเห็นของเล่น ผมมักเอาไปแอบที่ตู้กระจก จนคุณแม่ดุว่าจิตใจคับแคบ ผมจึงต้องแบ่งปันคนอื่นมากขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องโดนดุอีก หรือหากผมทะเลาะวิวาทกับเพื่อนโดยใช้กำลัง คุณแม่จะสอนเสมอว่า ถ้าผิดจริงเราต้องยอมรับ และหากมีการลงโทษท่านก็จะมีเหตุผลทุกครั้ง ชีวิตในวัยเด็กของผมเรียบง่าย เลิกเรียนแล้วก็กลับบ้าน ไม่ค่อยได้ไปเถลไถลที่ไหน ใช้เวลากับครอบครัว ชีวิตจึงไม่มีความหวือหวาเลย

ในวันที่ความฝันเปลี่ยน

ตอนเด็ก ๆ ผมฝันอยากเป็นทหาร และตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) เมื่อสอบติด ผมดีใจมาก เพราะความฝันอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่แล้วความฝันกลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อรู้ว่าครอบครัวไม่มีเงินส่งผมเรียนต่อในสถาบันที่ผมใฝ่ฝัน ผมไม่ทราบมาก่อนว่าครอบครัวมีปัญหาการเงิน คือในชีวิตประจำวันผมมีเงินจับจ่ายใช้สอย แต่หากต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากสำหรับค่าเทอมและอุปกรณ์การเรียนอื่น ๆ ครอบครัวของผมมีไม่มากขนาดนั้น และตอนนั้นยังไม่มีหน่วยงานที่ช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ผมผิดหวังอย่างรุนแรง เพราะตั้งใจอยากเป็นนายทหารมาก มันคือความฝันอันสูงสุดของชีวิตก็ว่าได้

ผมเคว้งอยู่ 1 ปี คิดไม่ตกว่าจะไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดดีไหม เพราะค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก หรือจะเลือกเดินเส้นทางไหนต่อระหว่างที่ผมหางาน กำลังตัดกระดาษหนังสือพิมพ์อยู่ ผมเจอข่าวการประกวดโดมอนแมนผมไม่เคยสัมผัสวงการนี้มาก่อน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คำว่านายแบบคืออะไร แต่ผมยังว่างอยู่ ไม่รู้จะทำอะไร จึงตัดสินใจไปประกวด มีการคัดเลือกที่ราชดำริอาเขต (ในสมัยนั้น) ผมผ่านเข้ารอบลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดได้รับรางวัล ผมจึงทำงานหาเงินต่อเพื่อเป็นทุนสำหรับเรียนปริญญาตรี โชคดีที่ผมมีงานเดินแบบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ทำงานในวงการบันเทิงอีกหลายอย่าง ทำให้มีเงินพอเรียนปริญญาตรีควบคู่ไปด้วย ระหว่างนี้มีเพื่อนที่เรียนปริญญาตรีด้วยกัน ชวนไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมใช้เงินที่หามาได้ส่งเสียตัวเองในการไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายครั้งใหม่กับการเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุด

ระหว่างเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมทำงานพิเศษในร้านอาหารไปด้วย ผมสนุกกับการใช้ชีวิต ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จนไม่ได้มองว่าการทำงานในขณะที่เรียนอยู่ทำให้เหนื่อยมากกว่าเดิม พอเรียนจบผมก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปทำอะไรต่อ

จนกระทั่งกลับมาประเทศไทย รู้จักกับที่ปรึกษาด้านการเมืองท่านหนึ่ง ท่านแนะนำให้รู้จักกับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน อยากให้ผมลองทำการตลาดให้ ผมจึงคิดเปลี่ยนความฝัน ผมอยากเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุด จึงตกลงทำการตลาดให้เขา ตอนนั้นหากจะให้คิดถึงคนขับฮาร์เลย์ เดวิดสัน ผมคิดถึงพี่แอ๊ด คาราบาวเป็นคนแรก จึงติดต่อพี่แอ๊ด คาราบาวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จัดงานเปิดตัวที่โรงแรมดุสิตธานี ปรากฏว่างานนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนผู้บริหารโรงแรมดุสิตธานีเห็นแวว จึงดึงตัวมาช่วยบริหารสถานบันเทิงของโรงแรมดุสิตธานี นั่นทำให้ผมได้ทำงานด้านบริหารเต็มตัว และผมตั้งใจทำงานมาก ๆ เพราะต้องการสานฝันให้เป็นจริง

อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ

จากนักธุรกิจชีวิตพลิกกลายเป็นหมอจิตอาสา

หลังจากนั้นผมทำงานเป็นตัวแทนของบริษัท Airboat Thailand ซึ่งก็มีเหตุให้ผมได้ไปประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้กระดูกหลังเคลื่อน ต้องเข้ารับการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่งกับคุณหมอฝรั่ง

ระหว่างการพักฟื้น มีช่วงเวลาที่ผมหดหู่เป็นระยะ ผมต้องการการดูแล ต้องการใครก็ได้ที่สามารถคุยกับเราโดยที่ไม่ต้องมานั่งถามว่าไปโดนอะไรมา ขับรถอะไรมา ไปเจออะไรยังไง เหมือนกับถูกถามคำถามเดิมซ้ำไปซ้ำมา คนไม่เคยประสบอุบัติเหตุหนัก ๆ มักไม่เข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งคุณหมอและพยาบาลที่นี่ดูแลดีมาก ผมรักษาตัวอยู่นานจนสนิทกับคุณหมอ หลายครั้งที่ผมมีโอกาสเป็นผู้ช่วยคุณหมอในการรักษาคนอื่นด้วย

ความคิดที่อยากเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุด โดยไม่เคยคิดถึงการให้เลยเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ามีโอกาสช่วยเหลือ ผมก็อยากช่วย พอหายสนิท ผมก็ยังใช้เวลาอยู่กับคุณหมอ เป็นจิตอาสาคอยช่วยเหลือคุณหมออยู่เสมอ เวลาสงสัยอะไรก็ถามคุณหมออยู่เรื่อย ๆ ท่านสอนผมทุกเรื่อง ทั้งเรื่องกระดูกไขข้อ เส้นเอ็นต่าง ๆ ที่ยึดกระดูก และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสรีระของมนุษย์ แล้วก็เรียนรู้กระบวนการทำงานของแพทย์ตั้งแต่การหาที่มาที่ไปของโรค การเฝ้าติดตามอาการ ผู้ป่วยบางรายคุณหมอก็จะให้ลองรักษา ท่านบอกว่า เผื่อวันไหนที่มือท่านเจ็บ ผมจะได้ช่วยรักษาแทนได้ ผมฝึกรักษาคนอยู่เรื่อย ๆ กลายเป็นความชำนาญ จนคนในคลินิกเรียกเราว่าคุณหมอกันหมด

เห็นทุกขเวทนาใต้ร่มกาสาวพัสตร์

เมื่อกลับมาประเทศไทย ผมอยากบวชจึงไปบวชที่วัดต่างจังหวัด ประมาณ 3 - 4 พรรษา หลายสิบปีที่แล้วจังหวัดที่ผมบวช การแพทย์ยังเข้าไม่ถึง เครื่องมืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ยังไม่มีเหมือนสมัยนี้ ทำให้ญาติโยมที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ มาขอคำแนะนำจากพระ ถามกันบ่อย ๆ ว่า พระอาจารย์ พวกเราควรไปรักษาที่ไหน และต้องรักษาอย่างไรบ้าง หากจะให้ผมรักษาเหมือนเมื่อครั้งอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์อีก ผมเห็นคนป่วยเวียนมาถามคนแล้วคนเล่า ก็เกิดทุกขเวทนาขึ้นในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น

ตอบแทนบุญคุณวัด ประตูสู่การเป็นหมอในประเทศไทย

หลังสึกออกมาแล้ว ผมกลับไปตอบแทนบุญคุณวัดที่ผมบวช ด้วยการนำเงินที่รวบรวมมาไปปูกระเบื้องในวัด ทำกำแพงใหม่ ช่วยซ่อมแซมถาวรวัตถุทุกอย่างในวัด ระหว่างนั้นผมเจอกับญาติโยมที่เคยสนิทสนมกันตอนบวชเป็นพระ มาปรึกษาเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยอีก อยากให้ผมช่วยรักษา ผมจึงคิดว่า ไหน ๆ เราก็มีวิชาความรู้ทางการแพทย์ที่เคยฝึกฝนอยู่แล้ว เอามาทำให้เกิดประโยชน์ด้วยการช่วยคนดีกว่าปล่อยให้วิชาความรู้หายไปเฉย ๆ ผมจึงรักษาคนไข้ที่มีอาการเกี่ยวกับกระดูกและเส้นเอ็น จากหนึ่งรายกลายเป็นสองสามสี่ จนถึงเจ็ดสิบราย และกลายเป็นคุณหมอไปโดยปริยาย

บทบาทการเป็นหมอกับศาสตร์แพทย์ทางเลือก

พอมีโอกาสรักษาคน ผมคิดว่า นี่คือหนทางในการช่วยคน หนทางในการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด หนทางในการตอบแทนคุณของราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ผมจึงนำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และได้คิดค้นศาสตร์ผ่าตัดเทียม เพื่อให้เป็นศาสตร์ของคนไทย เป็นหนึ่งในศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกซึ่งศาสตร์ผ่าตัดพังผืดเทียม (Fibrosis Artificial Operation) คือ การกำจัดพังผืดส่วนเกินที่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นตามร่างกายให้เป็นอิสระ โดยใช้อุปกรณ์ชนิดที่ไม่มีคมตัดไปที่ผิวหนังลึกลงไปถึงชั้นของพังผืด โดยไม่ได้เปิดปากแผล หรือทำให้เกิดบาดแผลขึ้น

เมื่อศาสตร์แพทย์ทางเลือกเข้าสู่กระทรวงสาธารณสุข

นับเป็นโอกาสดีที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้เชิญผมเปิดการรักษาที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2559 ปรากฏว่าคนไข้ที่มารักษาหายจากอาการป่วยหมด แม้แต่เจ้าหน้าที่ในกระทรวงก็มารักษากับผมเช่นกัน ผมเปิดรักษาประจำอยู่ในกระทรวงหนึ่งวัน วันนั้นคนไข้จะแน่นมาก เพราะคนไข้บอกกันปากต่อปาก สุดท้ายศาสตร์ของผมได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าได้ผลจริง ไม่เป็นอันตราย และเป็นที่ยอมรับ จึงได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันผมเปิดคลินิกรักษาทุกวันเสาร์ โดยทำงานร่วมกับแพทย์แผนไทย เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน ไม่เรียกเก็บค่ารักษา (ค่าหมอ) โดยให้มีการไหว้ครูที่เป็นวิถีไทยโบราณที่สืบทอดต่อกันมา โดยนำปัจจัยจากการทำบุญตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคนไว้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือคนไข้ยากไร้และด้อยโอกาสตามความเหมาะสมต่อไป

ปัจจุบันผมได้รับเชิญไปบรรยายและเปิดคลินิกเพื่อช่วยเหลือตามสถานที่ต่าง ๆของหน่วยงานราชการที่สำคัญ ส่วนบทบาทนอกเหนือจากการเป็นหมอจิตอาสา ผมมีธุรกิจส่วนตัวที่พอเลี้ยงชีพให้ดำรงอยู่ได้แบบพอมีพอกิน และมีเวลามากพอที่จะเอื้อกับการมาเป็นหมอจิตอาสา

รักษาคนด้วยความไม่ประมาท

ผมเชื่อว่า ความประมาทคือหายนะที่จะทำให้เกิดความผิดพลาด ในการรักษาคนไข้ ผมรักษาคนด้วยความไม่ประมาท ผมมีการวางแผนที่ดี ก่อนอื่นต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูลคนไข้ก่อน ห้ามด่วนสรุปในครั้งแรกที่เจอคนไข้ เพราะถ้ามาเจอกันครั้งแรก เราเริ่มต้นรักษาทันทีไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ เมื่อกดลงบนผิวหนังมนุษย์ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ฉะนั้นต้องเก็บข้อมูลคนไข้ให้ได้มากที่สุดก่อนจากนั้นจึงมานั่งวางแผนว่าต้องรักษาอย่างไร คนไข้อาจต้องมาพบหมอครั้งที่ 2 หรืออาจมีครั้งที่ 3 แล้วแต่อาการของแต่ละบุคคล ที่ผ่านมายังไม่เกิดความผิดพลาดหรือเรื่องร้องเรียนใด ๆ

ผสมผสานธรรมะกับการรักษาคนไข้

เรายึดหลักเมตตาธรรมกับคนไข้ทุกคนโดยใช้หลักธรรมเยียวยาสภาพจิตใจคนไข้บางราย ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ดังนั้นจิตใจเป็นส่วนสำคัญถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ร่างกายแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เราต้องช่วยเขาด้วยการพูดคุยกับคนไข้ด้วยความเมตตา และพูดคุยบนหลักของความจริงใจ พูดให้สติ ให้ข้อคิดกับคนไข้ อยากจะช่วยให้เขาหาย

อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ

ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ช่วยคนป่วยด้อยโอกาส

คณะทีมแพทย์จิตอาสาของผมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือชุมชนที่มีผู้ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถเข้ามารับการรักษาในเมืองหรือรักษาเฉพาะทางได้ โดยประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัดสาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขตำบล เพื่อที่เราจะได้เข้าถึงพื้นที่นั้น ๆ ได้ ผมมีความตั้งใจที่จะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทุก ๆ ปีอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย

แผนการในอนาคตคือการสร้างหมอเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ความฝันของผมคือ การสร้างสถาบันแพทย์ทางเลือก สอนคนที่มีใจเป็นหมอแต่ไม่มีโอกาสเรียนให้มาฝึกฝนเพื่อไปช่วยชุมชน ช่วยเหลือครอบครัวตัวเอง ผมอยากให้ศาสตร์แพทย์ทางเลือกก้าวไกลไปสู่สากล ต้องการให้มีสถาบันแพทย์ทางเลือกที่รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาไว้ในที่สถาบันแห่งนี้ และยังเป็นจุดศูนย์กลางในการมาศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากแพทย์จากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่สถาบันทางการแพทย์ในต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้นำทางการแพทย์อย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษเยอรมนี ดูไบ เป็นต้น นอกจากนี้ ผมยังได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยไซนส์ (Sains) ที่ปีนังและที่กัวลาลัมเปอร์ ให้เข้าร่วมประชุมในเรื่องวิวัฒนาการแพทย์ทางเลือกทั่วโลกเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนศาสตร์ที่ใช้รักษาคนไข้

สำหรับเครื่องมือในการรักษา ผมออกแบบและพัฒนาเครื่องมือด้วยตัวเอง และจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจากกรมสรรพาวุธทหารอากาศ กองทัพอากาศอีกด้วย

ในส่วนของหลักสูตรเกี่ยวกับศาสตร์แพทย์ทางเลือกได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำหลักสูตรร่วมกันโดยสำนักการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข สำหรับหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท เอก คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ซึ่งมีนักวิชาการและคณะกรรมาธิการรับรอง

ความสุขที่สุดในชีวิตคือการได้ช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเดินไม่ได้มานานแล้วท่านตัดสินใจมารักษากับผม ผมใช้เวลารักษาท่าน 6 เดือน ในที่สุดท่านก็เดินได้ ท่านเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีแต่คนนับหน้าถือตาแต่ในวินาทีที่ท่านลุกเดินได้ปกติ ท่านยกมือไหว้ขอบคุณผม แล้วบอกว่า ขอบคุณที่ดูแลมาตลอด 6 เดือน ผมไม่ต้องใช้ไม้เท้า ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมมีความสุขมาก ได้ยินอย่างนั้นรู้สึกหัวใจพองโตมาก ตอบท่านว่า เพราะกำลังใจจากพวกท่าน ทำให้ผมยังยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เหมือนกัน แค่เห็นคนไข้ที่ตัวเองรักษาหายจากความเจ็บปวดที่เป็นอยู่ เห็นเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ไม่เพียงแต่สภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของคนไข้เท่านั้นที่ดีขึ้น ญาติคนไข้ก็เช่นกัน อย่างเช่น คนไข้หนึ่งคนมารักษา มีญาติมานั่งรอ 4 คน ถ้าเราทำให้คนไข้คนเดียวหายได้ อีก 4 ชีวิตก็จะมีรอยยิ้มตามไปด้วย เวลานี้ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ร่ำรวยความสุขที่สุด ที่ใครก็มาขโมยไปไม่ได้ และผมได้ค้นพบว่า ความร่ำรวยที่แท้จริงมันไม่ใช่เงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ที่แท้จริงแล้วเป็นความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้คนที่ทุกขเวทนาและด้อยโอกาสทางการรักษาเฉพาะทางของคนเหล่านั้น

การได้ทำประโยชน์เพื่อคนอื่นทำให้ผมนอนตายตาหลับ เพราะผมได้จ่ายค่าเช่าให้ผืนแผ่นดินไทยเรียบร้อยแล้ว


 เรื่อง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี ผู้ช่วยช่างภาพ ชลิตา รักธรรมนูญ สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์


บทความที่น่าสนใจ

รวม 10 ข้อคิดเตือนใจ ให้ธรรมนำทาง จากพระอาจารย์ – นิตยสาร Secret

รวม 3 พิพิธภัณฑ์ เด็ดน่าไป ไม่ไกลกรุง – นิตยสาร Secret

Secret ปล่อยความสุข สวัสดีทุกวันแบบอินเตอร์ ก่อนปีใหม่ ส่งต่อให้คนที่คุณรัก

10 ศิลปินไอดอลแห่งวงการบันเทิง – นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up