เจาะใจ!!! ตั้งแต่อดีตของ ต้อม – ไกรวิทย์ พุ่มสุโข จนถึงอนาคต

ไกรวิทย์ พุ่มสุโข
ไกรวิทย์ พุ่มสุโข

ไกรวิทย์ พุ่มสุโข อีกมุมหนึ่งของเส้นทางชีวิต

ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข อีกมุมหนึ่งของเส้นทางชีวิต

นักร้อง “ ตี๋หน้าหยก”

ต้อมชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแล้วจําได้ว่าดีใจที่สุดที่พี่ชายหัดเล่นกีตาร์ เพราะจะได้ร้องเพลงกับเครื่องดนตรีสักที แล้วก็ร้องเพลงเล่นมาเรื่อย จนกระทั่งได้ดูพี่ตู่  นันทิดา แก้วบัวสาย ประกวดร้องเพลง ก็คิดเลยว่าต้องไปประกวดร้องเพลงแบบพี่ตู่ให้ได้ พอดีกับช่วงอยู่มัธยมได้ฟังรายการวิทยุชื่อหน้าต่างดนตรีของ พี่แป๋ว ลดาวัลย์  โสมศรี

ซึ่งให้เด็กๆ  แต่งเพลงแล้วอัดเสียงร้อง ส่งเข้าไปต้อมจึงแต่งเพลงกับน้องชาย แล้วส่งไปปรากฏว่า ได้รับคัดเลือกให้ไปร้องเพลงในรายการด้วย ต่อมาพี่แป๋วส่งเทปเพลง ซึ่งต้อมร้องเข้าประกวดสยามกลการแล้วได้ผ่านเข้ารอบ 20 คน ซึ่งต้องไปร้องเพลงบนเวทีต้อมจําช่วงเวลานั้นได้ดีมาก ยุคนั้นคนชอบผู้ชายขาวตี๋คนจึงสนใจเรามากเรียกว่าเป็น “น้องตี๋หน้าหยก” วินาทีที่เดินออกมาหน้าเวที ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดดังมาก ดังจนไม่ได้ยินเสียงตัวเองด้วยซ้ํา

พอร้องประโยคแรกคนดูก็ยิ่งกรี๊ด ต้อมก็ร้องไปตามความเคยชิน แต่พอเข้าเนื้อเพลงท่อนสองเท่านั้นแหละ เหมือนสมองปิดสวิตช์ ลืมเนื้อร้องไปเลย 2 ประโยค คือ แค่ลืมเนื้อร้องก็แย่แล้วนะ สุดท้ายต้อมก็ตกรอบไปตามคาด เพราะการลืมเนื้อเพลง เป็นเรื่องใหญ่มากของการเป็นนักร้อง แต่จบงานวันนั้นมีค่ายเพลงมาติดต่อถึง 3ค่าย

ต้อมตัดสินใจเข้าสังกัดของ พี่ปุ๊ก จิตรนา ถวัชรเสถียร โปรดิวเซอร์ของ พี่ปุ๊ อัญชลี  จงคดีกิจ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ทําเพลง ตอนเริ่มทําเพลงต้อมไม่ได้บอกใคร ในที่ทํางานเลยสักคน จนกระทั่งทําทุกอย่างเสร็จหมด และจะต้องปล่อยสปอตโปรโมตเพลงแล้ว คิดว่าอย่างไรหัวหน้าก็ต้องเห็นแน่ๆ  จึงรีบเข้าไปบอกเขาก่อน  เพื่อความสบายใจ  ซึ่งหลังจากนั้นก็ทํางานประจําและงานร้องเพลง ควบคู่กันไป เพราะคิดว่าถ้างานเพลงไม่สําเร็จ ก็ยังมีงานประจําอยู่  ตอนนั้นก็ทนเหนื่อย เพราะไปร้องเพลงตอนกลางคืน  เช้ามาก็รีบมาทํางานที่ธนาคาร  แต่ทําไปได้แค่สามเดือน  งานเพลงไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงมีงานเยอะขึ้น ต้อมเหนื่อยมากจนไม่ไหวแล้วต้องลาออกมาทํางานเพลงเต็มตัวตอนนั้น

อิ่มตัวกับงานบันเทิง

ต้องเรียกว่าต้อมเป็นคนที่มีจังหวะใน การทํางานดีมาตลอด  อย่างเพลงอัลบั้มแรก ก็ออกมาในช่วงที่ไม่ค่อยมีคู่แข่งนักช่วงนั้นมีแค่หนุ่มเสกและปาร์คแอนด์แจกัน และ โชคดีที่งานเพลงโดนใจผู้ฟัง หลังจากนั้นจึง ได้ทํางานอื่นๆตามมาทั้งเป็นพิธีกรรายการ วิก 07 เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน ร้องเพลงต่างประเทศ  เล่นละคร หรือไป ออกรายการเกมโชว์ก็กวาดรางวัลแจ๊คพ็อต มาได้เรียกว่าช่วงนั้นงานดีชีวิตดีมาก

ต้อมสนุกกับงานแสดงนะเพราะได้สวมบทบาท ที่ท้าทายเสมอแต่พอทําไปพักหนึ่งกลับเบื่อ และรู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่ไม่ดีเลยไม่มี สมาธิในการแสดงไม่ได้ส่งอารมณ์ ตอนหลังจึงเพลางานแสดง ลงและเน้นทํางานพิธีกรมากขึ้น   สุดท้ายก็ทํารายการของตัวเอง ชื่อว่าฟ้าใสกับไกรวิทย์ เป็นรายการสุขภาพความ งามต้อมทํารายการนี้ตั้งแต่เป็นรายการช่วง เช้า 8 โมงที่ไม่มีใครดูจนได้รับความนิยม มากขึ้นเรื่อยๆ   7 ปีกลับโดนรื้อผังรายการ ทั้งๆที่ยังไม่หมดสัญญาต้อมเฮิร์ตมาก จึงตัดสินใจพักทํารายการนี้ไป

เปิดตัวลุคใหม่เรื่องที่ทําให้คนฮือฮา

คือลุคใหม่ของ ต้อมครั้งแรก ที่ต้อมเปิดตัวให้คนเห็นคือ ตอนไปเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของ  ป้าเม้าท์สุดา ชื่นบาน  พอประกาศว่า  “ไกรวิทย์   พุ่มสุโข” แล้วต้อมเดินออกมา ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดพร้อมกับเสียงคนพูดกันว่า นี่ไม่ใช่นี่นา เกิดอะไรขึ้น เขาเป็นอย่างนี้แล้วเหรอ ต้องขอเล่าย้อนไปว่าจุดเริ่มต้นในการ เปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตอนที่ต้อมอยู่เมืองนอก เริ่มจากการที่ต้อมไปผ่าตัดปลูกผมแล้วได้ ผลดีมากผมยาวสวยเราก็มีความสุขต้อม จึงไว้มาเรื่อยๆเมื่อไว้ผมยาวจึงคิดว่าต้อง เปลี่ยนแนวเสื้อผ้าให้เข้ากับผมยาวซึ่งต้องดู ติสท์หน่อยแนวการแต่งตัวก็จะเป็นกางเกงผ้า ซึ่งดูเป็นยูนิเซ็กซ์ผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่ เชิงแต่ต้อมชอบให้มีแอ๊กเซสซอรี่ส์ซึ่งโดย รวมแล้วออกมาเป็นสไตล์ของตัวเอง

ชีวิตในวันข้างหน้า

ที่ผ่านมาต้อมคิดถึงแต่เรื่องดูแล ครอบครัวแต่ตอนนี้เริ่มคิดถึงชีวิตอนาคต ของตัวเองและแฟนบ้าง เพราะเราคบกันมา เกือบ20ปีแล้ว เขาเป็นคนคิดดีใจเย็น และรักครอบครัวตอนที่กลับมาเมืองไทย ต้อมบอกกับเขาว่าคุณแม่ป่วยคงกลับไป แคนาดาไม่ได้แล้ว เขาจึงขายบ้านที่โน่นและ ย้ายตามมาและช่วยดูแลครอบครัวของต้อมเสมอ แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณพ่อของเขาป่วย ส่วนคุณแม่ ก็มีเรื่องไม่สบายใจ เขาจึงบินกลับไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายเดือนที่แล้ว

ต้อมคิดเสมอว่าที่ผ่านมาเขาก็เสียสละ เพื่อเราเยอะมาก  และการที่เขามาอยู่ที่นี่กับ ต้อมอาจไม่ยุติธรรมกับคุณพ่อคุณแม่ของเขาเหมือนกัน เราจึงเริ่มวางแผนชีวิตในอนาคต กันว่าอาจไปใช้ชีวิอยู่ที่แคนาดาเขาจะได้ อยู่ใกล้ชิดครอบครัวต้อมก็จะได้ช่วยดูแล ครอบครัวของเขาบ้างเช่นกันเมื่อย้อนมองกลับไปครั้งหนึ่งต้อม เคยคิดอยากมีชื่อเสียงโด่งดัง ทั้งในวงการ ช่างผมและวงการบันเทิงเพราะคิดว่าตัวเอง ไม่เคยประสบความสําเร็จอย่างสูงสุดในอาชีพ การงานเสียทีแต่เวลานี้ไม่ได้คิดเช่นนั้นแล้วเพราะสิ่งสําคัญที่สุดในชีวิตเวลานี้คือการมีสุขภาพดีเพื่อที่จะได้มีพลังทําเพื่อผู้อื่นอีกมากมาย

ข้อมูลจาก : นิตยสาร Secret คอลัมน์ This is life

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมแบบละเอียดได้ที่ฉบับ 202-204

ภาพโดย : สรยุทธ  พุ่มภักดี

บทความที่น่าสนใจ

ปาน-ธนพร แวกประยูร นักร้องเสียงสวยผู้ไม่ต้องการกลับมาเกิดอีก

เชน ธนา กับเบื้องหลังความสำเร็จ

 

keyboard_arrow_up