ตูน รณชย ทหารอากาศสุดเท่ ผู้เป็นหางเสือแห่งชีวิต พิชิตความสำเร็จ

ตูน รณชย
ตูน รณชย

ตูน รณชย ทหารอากาศสุดเท่ ผู้เป็นหางเสือแห่งชีวิต พิชิตความสำเร็จ

ตูน รณชย – ผมเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เวลามีใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ผมไม่เคยตอบคำถามนี้ได้สักครั้ง และไม่ทราบมาก่อนว่า เพียงจุดเปลี่ยนเล็กๆ จะพาผมไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ตอนเป็นเด็กผมดื้อมาก ศีรษะมีแต่รอยแผลเป็น เพราะแม่โยนทัพพีใส่บ่อยๆ นอกจากนั้นยังไม่ชอบเรียนหนังสืออีกด้วย เพราะคิดว่าเรียนไปเพื่ออะไร ไปโรงเรียนก็ไปแต่เล่นกับเพื่อน ผลสอบออกมาได้ที่รองโหล่ทุกครั้ง จนคุณครูเอือมระอาที่จะเขียนรายงานพฤติกรรมนในสมุดพกของผมให้ผู้ปกครองทราบ

Capture-029

นอกจากจะไม่สนใจเรียนแล้ว ผมติดเพื่อนมาก มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนชวนขึ้นรถเมล์ครั้งแรก ตื่นเต้นและสนุกสุดๆ พอไปถึงบ้านเพื่อนก็เล่นเพลินจนเย็น เพื่อนบอกให้นอนค้างแล้วโกหกแม่ว่านอนที่บ้านญาติ ผมทำตามคำแนะนำทันที ตอนนั้นคิดว่าการโกหกจะทำให้ไม่โดนดุ จึงโทรหาแม่ และบอกว่าจะนอนที่บ้านญาติ เช้าแม่โทรไปเช็คที่บ้านญาติ ปรากฏว่าผมไม่อยู่ แม่ตกใจคิดว่าลูกชายโดนลักพาตัวไปตัดแขนขา ก็รีบไปบ้านญาติหวังจะไปปรึกษาหารือว่าจะหาทางออกอย่างไรต่อดี

หลังจากที่สนุกสนานกับเพื่อนจนเต็มที่แล้ว กลับมาบ้าน ไม่เจอแม่ คิดว่าท่านต้องอยู่บ้านญาติแน่ๆ จึงตามไปทันที นาทีที่เดินเข้าไปผมกลัวมาก คิดไปต่างๆ นานาว่าต้องโดนดุ โดนตีแน่ๆ แต่แล้วพอแม่เห็นผมกลับไม่เป็นเช่นนั้น แม่วิ่งเข้ามาหาทั้งน้ำตา กอดผมแน่น โดยไม่ได้ดุด่าอะไรเลย บอกเพียงว่า อย่าทำแบบนี้อีกนะลูก แม่เป็นห่วงมาก ทำให้ผมรู้สึกผิด ความคิดเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยคิดว่าการโกหกเป็นทางออกที่ดีนั้น แท้จริงไม่ใช่แม้แต่น้อย

Capture-057

พอเวลาผ่านไปสักพัก ก็มีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ผมโตขึ้นอีกหนึ่งขั้น เมื่ออาจารย์เขียนข้อความถึงผู้ปกครองในสมุดรายงานผลการเรียน บอกว่าอาจารย์ดูแลที่โรงเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแลและอบรมลูกที่บ้านด้วย ซึ่งถ้าอ่านดูแล้วเหมือนกับด่าพ่อแม่ว่าเขาไม่สั่งสอนลูก พ่อเห็นแบบนี้ก็โกรธมาก เรียกผมมายืนกอดอกตรงเสาบ้าน แล้วเอาไม้ไผ่ตีผมอย่างแรงเหมือนกับต้องการบอกว่าให้กลับมารับผิดชอบตัวเองสักที ตอนนั้นผมเริ่มคิดว่า จะทำตัวแบบนี้ไม่ได้แล้ว พ่อเสียใจกับการกระทำของเรามามาก เจ็บตัวครั้งนั้น แม้ผมจะเริ่มตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีจุดหมายในชีวิตอยู่ดี

จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อพาผมไปงานวันเด็กที่ดอนเมือง ก้าวแรกที่ได้เหยียบย่างเข้าไป ผมเห็นเด็กละลานตาไปหมด พอพ้นกลุ่มเด็กที่เบียดเสียดกันอยู่ ก็มีโอกาสได้เห็นเฮลิคอร์ปเตอร์แบบใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นเต้นมากอยากจะขึ้นไปนั่งเสียเดี๋ยวนั้น แต่ดูเหมือนเด็กทุกคนจะคิดเหมือนผม เพราะต่างเบียดเสียดกันเพื่อที่จะได้ขึ้นไปนั่งในเฮลิคอร์ปเตอร์ลำนี้สักครั้งในชีวิต ผมจำยอมต้องไปต่อคิวรอ และเพียงชั่วอึดใจเดียวก็ได้ขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งที่นั่งคนขับ มองเห็นปุ่มเยอะแยะไปหมด ความรู้สึกตอนนั้นหลากหลายมาก ทั้งเต็มตื้นและตื่นเต้นคละเคล้ากัน ชั่วขณะนั้นผมกลับเห็นภาพอนาคตของตัวเองในชุดนักบินบนเฮลิคอร์ปเตอร์ที่กำลังนั่งอยู่ ภาพมันชัดจนผมเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริง!

Capture-036

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงช่วงเวลาสั้นๆ จะกลายเป็นนาทีเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล ผมเริ่มเปลี่ยนตัวเอง จากที่เมื่อก่อนกลับจากโรงเรียนแล้วไม่ทำอะไรเลย กลายเป็นท่องศัพท์วันละ 5 คำ เคยท่องสูตรคูณไม่ได้ ก็ฝึกท่องจนได้ถึงแม่ 14 พอผลสอบออกมาลำดับดีขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นท็อปของโรงเรียน อาจารย์ที่เคยบอกว่า ผมเป็นเด็กไม่มีอนาคต ก็งงว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพฤติกรรมถึงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ในที่สุดเด็กไม่มีอนาคตคนนี้ในสายตาของใครหลายๆ คน ก็สามารถสอบเข้าโรงเรียนวัดสุทธิวรารามในช่วงมัธยมต้นได้ด้วยตัวเอง มาถึงตอนนี้ผมสนุกกับความสำเร็จ คิดว่าคนเราสามารถทำได้ทุกอย่างถ้าตั้งใจ แล้วก็เป็นจริงตามนั้น เพราะหลังจากจบชั้นมัธยมต้น ผมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้สมความตั้งใจ แต่ที่ภาคภูมิใจมากไปกว่านั้น ผมได้ขับเฮลิคอร์ปเตอร์ลำที่เคยนั่งในวันเด็ก สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นในวันนั้นอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

มาถึงตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่า ถ้าชีวิตเรามีหางเสือ เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลถุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเมื่อทำอย่างเต็มที่แล้ว ความสำเร็จก็จะเป็นของเราในที่สุด          

เรื่อง: รณชย พูนบุญ

เรียบเรียง: อุรัชษฎา ขุนขำ   ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี สไตลิสต์: ณัฏฐิตา เกษตระชนม์


บทความน่าสนใจ

6 เคล็ดลับ ประสบความสำเร็จสำหรับ คนทำงาน

พลิก “ชีวิตติดลบ” เป็นพลังสู่ “ความสำเร็จ” ดร.เทวฤทธิ์ สะระชนะ

keyboard_arrow_up