พระเอกหน้าตี๋ หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์

พระเอกหน้าตี๋
พระเอกหน้าตี๋

พระเอกหน้าตี๋ หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์ 

พระเอกหน้าตี๋ หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์

เรื่องธรรมะ คุณพ่อปลูกฝังผมตั้งแต่เด็ก ๆ 

ตอนผมอยู่ฮ่องกง จะไปไหว้พระบางครั้งก็ไปวัดไทยที่อยู่ไกลมาก ต้องขึ้นเขาไป ที่วัดไทยแห่งนี้มีพระไทยทั้งหมด และก่อนนอนคุณพ่อก็จะฝึกให้ผมสวดมนต์จนเป็นนิสัย ทำให้รู้สึกว่าธรรมะอยู่ในชีวิตผมตลอดเวลา พอโตขึ้น เมื่อจะเดินทางไกลหรือเดินทางไปต่างประเทศ ผมจะสวดมนต์ก่อนไปเพื่อความอุ่นใจเสมอ

มุมมองของเจมส์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ผมเชื่อว่าการที่เรามีพระอยู่กับตัวมีศาสนา มีคำสอนให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้เราสบายใจ ผมไม่ได้ศรัทธาศาสนาตามแฟชั่นหรือทำตามคนอื่น บางคนอาจคิดว่าทำบุญเพื่อให้ได้บุญ ซึ่งก็ไม่ผิด คุณได้จริง ๆ แต่ผมมองอีกมุมหนึ่ง ผมเอาความสบายใจเป็นที่ตั้ง เจอพระก็ไหว้พระ มีเวลาว่างทำบุญก็ทำ ผมสบายใจที่จะทำแบบนี้ ผมอาจรู้เรื่องของศาสนาประมาณหนึ่ง ผมไม่ได้รู้ทุกอย่างผมไม่ได้ปิดกั้น และพร้อมจะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

ผสานสมาธิสู่ชีวิต

สำหรับผม สมาธิจำเป็นมากในชีวิตอย่างเรื่องเรียน เวลาอ่านหนังสือสอบเราต้องมีสมาธิในการอ่าน ต้องนิ่ง อย่าไปคิดแต่ว่าจำไม่ได้หรอก ทำไม่ได้หรอก อ่านหนังสือสอบจนถึงตีห้าแล้วต้องไปสอบเจ็ดโมงเช้า แต่ในหัวยังมีแต่คำว่าจำไม่ได้ ทำไม่ได้ ถ้าคิดแบบนี้ สมาธิจะไปจมอยู่กับคำเหล่านั้นสุดท้ายก็จะจำไม่ได้จริง ๆ ที่พูดแบบนี้เพราะผมลองทำแล้ว แต่ถ้าเราจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือ อ่านอย่างมีสมาธิและตั้งใจเข้าไปในห้องสอบ ตอบคำถามตามโจทย์ที่ได้รับมาอย่างมีสติ สุดท้ายก็จะทำได้ แม้แต่เรื่องการแสดง เวลาถ่ายละคร ต้องไม่ส่งจิตออกนอก ถ้ามัวแต่ไปจดจ่อว่าทำไมร้อนจังทำไมช้าจัง พอสมาธิไปอยู่กับความคิดเหล่านั้น งานจะเสีย ฉะนั้นเรื่องสมาธิสำคัญมากครับ ถ้าจดจ่อให้ถูกเรื่อง เราจะทำสิ่งนั้น ๆ ออกมาได้ดี

 

 

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

 

ดับทุกข์ด้วยธรรมะ

คนเรามีความทุกข์ทุกวัน ไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกวัน เมื่อก่อนผมเคยอกหัก คุณพ่อบอกผมว่า เวลาร้องไห้เสียใจให้ไปนั่งในห้องพระ ผมก็ไปนั่งร้องไห้ในห้องพระ นั่งเฉย ๆเลย ใจก็ค่อย ๆ เย็นลงเองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกวันนี้เวลามีเรื่องเสียใจผมก็ยังทำอยู่ อาจไม่ใช่การดับทุกข์ด้วยธรรมะเสียทีเดียวแต่ผมคิดว่าเป็นการดับทุกข์ด้วยสิ่งแวดล้อมทางพระพุทธศาสนา สิ่งนี้ทำให้คนหายทุกข์ได้จริง ๆ แค่เรานึกถึงพระ นึกถึงพ่อแม่จะทำให้เราสำนึกอะไรได้หลาย ๆ อย่าง และปัญหาที่มีก็จะเบาลง เวลาที่เรามีเรื่องผิดหวังมาก ๆ คุณพ่อมักสอนให้ผมกลับมาตรงทางสายกลาง อาการผิดหวังหรือเสียใจมันคือสิ่งที่ไม่ใช่ทางสายกลาง มันสุดไปด้านใดด้านหนึ่ง พอเราประสบกับความรู้สึกเหล่านั้นเราก็ต้องกลับมาอยู่ในที่ที่เราเคยอยู่ กลับมาตรงทางสายกลาง

เกิดมาเพื่อสร้างความสุข

ผมเชื่อว่าเราเกิดมาเพื่อทำให้คนที่เรารักมีความสุข คนที่เรารักมีหลายคน มีตัวเรา เรารักตัวเอง ถ้าเราไม่รักตัวเอง ไม่ว่าทำอะไรก็จะไม่มีความสุข มีคุณพ่อ คุณแม่ คนรักพี่น้อง ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูง แฟนคลับ ทำอะไรก็ได้ให้พวกเขามีความสุข ทุกวันนี้ที่ผมทำงานนี้เพราะเหตุผลข้อที่หนึ่งคือ ผมชอบ ข้อที่สองคือ ผมอยากให้สิ่งที่ผมทำทำให้คนดูละครดูแล้วมีรอยยิ้ม ผมเล่นเก่งหรือไม่เก่ง ผมไม่รู้ แต่ผมอยากให้ทุกคนมีความสุข คุณอาจเขียนแสดงความคิดเห็นในพันทิปหรือไม่ต้องเขียนแสดงความคิดเห็นก็ได้ พอเจอหน้าผม บอกผม ดูละครสนุกดีนะ แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้วครับ ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว จริง ๆ แค่เราคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้ว

 

เรื่องโดย :  อุรัชษฎา ขุนขำ

ภาพโดย : ปัณณวัชญ์ รุ่งพิบูลโสภิษฐ์

บทความที่น่าสนใจ

3 ดาราเอเชียใจบุญ  นิตยสาร Secret

ฝึกสมาธิภาวนา: สัจธรรมสากลสำหรับคนทั้งโลก โดย ว.วชิรเมธี

keyboard_arrow_up