มาริโอ้ เมาเร่อ กับรักแท้ที่ยิ่งใหญ่

มาริโอ้ เมาเร่อ กับรักแท้ที่ยิ่งใหญ่

    เมื่อเอ่ยถึงพระเอกพันล้านของเมืองไทย นาทีนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาริโอ้ เมาเร่อ หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัยย่ำเบญจเพส หากถามว่าเหตุผลกลใดที่ทำให้เขามาทำหน้าหล่ออยู่บนปก Secret ได้ หนึ่งในเหตุที่ทำให้เกิดผลก็คือความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระโขนง ที่เขาแสดงนำซึ่งทำรายได้รวมทั่วประเทศไปกว่า 1,000 ล้านบาท ข่าวว่าหนังเรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานาน นั่นคือการยกครอบครัวไปดูทั้งพ่อ แม่ ลูก รวมไปถึงปู่ย่าตายาย

 

     ความสามารถในการแสดงและเสน่ห์ที่เขาถ่ายทอดออกมาในภาพยนตร์ เชื่อว่าคงทำให้คนดูที่อยู่ในวัยเกินวัยรุ่นอยากรู้จักเขามากขึ้น แต่ด้วยวัยที่ไม่มากนัก เรื่องราวในชีวิตของเขาจึงอาจยังไม่เพียงพอสำหรับจะเรียนรู้เพื่อเป็นหลักในการใช้ชีวิต แต่ถ้าคุณกำลังมองหาพระเอกน้ำดีที่หลายคนในวงการชื่นชม เชื่อว่าคุณจะไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะมุมความรักความกตัญญูที่เขามีต่อแม่นั้นเป็นมุมซึ่งน่าประทับใจและน่าชื่นชมไม่น้อยไปกว่ามุมความรักอมตะของพ่อมากและแม่นาคเลยทีเดียว

 

ทราบว่านับถือศาสนาคริสต์ แต่เคยบวชเณรด้วยใช่ไหมครับ

     ใช่ครับ ตอน ม.1 บวชอยู่หนึ่งเดือน จริง ๆ ผมนับถือศาสนาคริสต์เหมือนพ่อ แต่แม่ซึ่งนับถือพุทธอยากให้บวช ท่านพาไปที่วัดหนองบัว จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดที่ท่านนับถือก่อนหน้านั้น เวลาไปวัดผมก็แค่ทำบุญปล่อยปลา แต่การเป็นสามเณรทำให้รู้อะไรมากกว่านั้น ตั้งแต่ขั้นตอนการโกนหัวแห่นาค นุ่งห่มผ้าเหลือง และใช้ชีวิตแบบสามเณร จำได้ว่าทุกเช้าต้องตื่นตีสี่ตีห้าเพื่อออกไปบิณฑบาต ต้องฉันตามเวลาตอนเย็นฉันไม่ได้ ถือเป็นการได้เรียนรู้ชีวิตอีกแบบ

     คนนับถือคริสต์ที่เคร่งหน่อยอาจจะบอกว่าไม่ควร เพราะนับถือศาสนาไหนก็ควรทำตามหลักของศาสนานั้น แต่ผมมองว่าทุกศาสนาล้วนแล้วแต่สอนให้เป็นคนดี แม่เองก็คงคิดเช่นนั้น แต่ทุกคืนผมก็ยังสวดมนต์ก่อนนอนขอบคุณพระเจ้า เวลากลัวอะไรมาก ๆ หรือเสี่ยงชีวิตเกือบตายก็จะนึกถึง และขอให้พระองค์คุ้มครองทั้งเราและคนที่เรารัก

 

ถ้าให้นึกถึงเหตุการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งต้องใช้สติและสมาธิมากๆ จะนึกถึงเหตุการณ์ไหนครับ

     คงเป็นตอนที่พ่อเสียครับ ท่านป่วยเป็นเบาหวานและโรคเกี่ยวกับไต กว่าจะก้าวผ่านอารมณ์ตอนนั้นมาได้ไม่ง่ายเลย รู้สึกเหมือนเราเสียทั้งพ่อและเพื่อนสนิทไปพร้อม ๆ กัน มันเป็นอารมณ์ที่ไม่เข้าใจหลาย ๆ อย่าง เพราะเป็นการสูญเสียคนรักที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดครั้งแรก

     ครอบครัวผมเป็นครอบครัวเล็ก ๆ มีแค่พ่อ แม่ พี่ชาย และผม ตอนรู้ข่าวว่าพ่อเสียชีวิตรู้สึกงง ๆ คิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ โทษตัวเอง โทษอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด แต่พอตั้งสติได้ ก็คิดว่าที่ผ่านมาเราได้ใช้เวลากับท่านเต็มที่แล้ว และมองว่าการตายเป็นเรื่องธรรมดา จึงสงบขึ้น คิดว่าชีวิตคนก็เป็นแบบนี้ วันหนึ่งก็ถึงตาเรา จึงต้องรีบทำสิ่งที่อยากทำ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะสายเกินไป

 

     คนที่ผมต้องใส่ใจมาก ๆ ตอนนี้คือ แม่ แม้ไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน เพราะท่านทำธุรกิจอยู่ที่นครนายก ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็โทร.ถามสารทุกข์สุกดิบกันตลอด แม่ผมเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน ความที่ทำงานหนัก ท่านจึงเลี้ยงลูกแบบบุฟเฟ่ต์ คือทำอาหารทิ้งไว้ให้ แล้วออกไปทำงาน ให้ลูก ๆ ตักกินเอง แม่สู้ชีวิตมากเวลานึกถึงท่าน ผมมักจะนึกถึงภาพตอนท่านทำงานตลอด จำได้ว่าตอนยังเล็กเวลาไปซื้อของมาขาย แม่จะจับผมนั่งรถไปด้วย ทุกวันนี้ท่านก็ยังค้าขาย (ทำธุรกิจเกี่ยวกับสารส้ม) สิ่งที่แม่สอนเสมอคือ คนขยันไม่อดตาย ทำตัวให้ติดดิน และอย่าคิดว่าเราสูงกว่าคนอื่น

     แม้จะสนิทกันมาก แต่เวลามีปัญหาผมมักจะเลี่ยงการนำปัญหาหรือเรื่องปวดหัวไปเล่าให้ท่านฟัง เพราะไม่อยากให้ท่านเครียดหรือคิดมาก อะไรที่จัดการเองได้ ผมจะจัดการเอง หรือไม่ก็ปรึกษาเพื่อนและผู้จัดการ ยกเว้นเป็นเรื่องที่หนักจริง ๆ ถึงจะคุยกับท่าน อีกคนที่ผมมักจะไปปรึกษาและขอคำแนะนำบ่อย ๆ คือหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) ผมนับถือเหมือนพ่อ หม่อมเป็นคนที่สอนสมาธิให้ ก่อนเรียนการแสดงทุกครั้ง ท่านจะให้นักเรียนทำสมาธิ ทำให้ไม่วอกแวกซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักแสดง

 

ทราบว่าการเข้ามาทำงานตรงนี้จริง ๆ ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ

     ใช่ครับ เมื่อก่อนไม่อยากทำ เพราะขี้เกียจ คิดแบบเด็ก ๆ ว่าอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง อยากนอน ไม่อยากทำงานผมเริ่มถ่ายโฆษณาตอนอายุ 15 ผมเริ่มจากการถ่ายโฆษณาซึ่งง่าย ถ่ายวันสองวันก็เสร็จ ไม่มีปัญหา แต่ตอนหลังมีคนชวนไปแคสติ้งหนังเรื่อง รักแห่งสยาม รู้สึกไม่อยากไปเพราะถ่ายนาน เขามาตามที่บ้านก็ปิดประตูหนี คิดว่าเราคงรับผิดชอบไม่ไหว บอกเขาว่า “ผมตื่นไม่ได้หรอก” เอาแค่ตื่นไปโรงเรียนยังสาย เพราะขี้เซา อีกอย่าง ความฝันตอนเด็กก็ไม่ได้อยากเป็นนักแสดง ผมอยากเป็นนักสเกต คิดว่าจะเล่นสเกตหาเงินเลี้ยงแม่ (หัวเราะ) แต่ตอนหลังเห็นแม่เหนื่อย ทำงานหนัก คิดว่างานในวงการทำแป๊บเดียวก็ได้เงินสี่ห้าหมื่น แต่แม่ทำงานตั้งนานกว่าจะได้เท่านี้ ผมไม่อยากให้แม่ลำบาก เลยยอมไปแคสต์หนังแล้วก็ได้เล่น รักแห่งสยาม เป็นเรื่องแรก

     หลังถ่าย รักแห่งสยาม จบ ก็ถ่ายเรื่องที่สองต่อ จนมาถึงเรื่องที่สามถึงได้เจอกับหม่อม ซึ่งหม่อมนี่เองที่ทำให้รู้ว่า “อ๋อ…การแสดงเป็นอย่างนี้” เป็นศาสตร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นอาชีพที่มีครู ทำให้คนดูมีความสุขและให้ข้อคิดกับเขาได้ มันลึกซึ้งกว่าที่คิด ไม่ใช่อาชีพที่ทำเพื่อหาเงินเฉย ๆ ถามว่าคนที่คิดแบบนั้นผิดไหม ก็ไม่ผิดแต่ถ้าเรามองว่าเรากำลังตั้งใจทำงานที่ดีเพื่อให้คนดูประทับใจ งานจะออกมาดีกว่าผมเลยรักอาชีพนี้

 

วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการกิน เที่ยว และสังสรรค์ แต่เราต้องทำงานบอกตัวเองอย่างไรให้มีแรงลุกขึ้นมาในทุกๆ เช้า

     อย่างเดียวเลยคือ “ต้องทำให้แม่สบายให้ได้” เมื่อโอกาสมาแล้วต้องคว้าไว้ แม่สอนเสมอว่า น้ำขึ้นต้องรีบตัก “ถ้าไม่รีบตัก เดี๋ยวตักไม่ทันนะ” ผมจึงพยายามกระตุ้นตัวเอง มันก็มีบางวันที่ไม่อยากลุกจากเตียง เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า ถ้าวันไหนเราตื่นมาแล้วไม่อยากไปถ่ายละคร แสดงว่าละครเรื่องนั้นจบแล้วสำหรับเรา แต่เมื่อไรที่เราตื่นมาแล้วรู้สึกว่าอยากรีบไปกองถ่ายจัง แม้ไปแล้วจะรู้ว่าเทคยับ แต่ก็ยังอยากไป แสดงว่านั่นคือละครที่ใช่ ซึ่งเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการเลือกรับงานตั้งแต่แรก เราต้องเลือกงานที่คิดว่าดีและชอบ พอถึงเวลาทำ เราจะอยากลุกไปทำ

     ละครหรือหนังเรื่องหนึ่งกว่าจะถ่ายเสร็จไม่ใช่แป๊บ ๆ บางทีถ่ายเช้าถึงดึก ถ่ายมุมแคบแล้วต้องถ่ายมุมกว้าง ต้องแสดงซ้ำไปซ้ำมา บางทีถ่ายติดต่อกันหลายวันไม่ได้นอน ก็ต้องบิลด์ตัวเองว่า “สนุกโว้ย สนุก” (หัวเราะ) แม้จะง่วงมากก็ต้องหาวิธีทำให้ตื่น บางครั้งก็ต้องใช้เครื่องดื่มชูกำลังช่วยบ้าง

 

 ส่วนหนึงจากคอลัมน์ Idol Secrets :::

มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกพันล้าน กับรักแท้ที่ยิ่งใหญ่กว่าในภาพยนตร์

นิตยสาร Secret ฉบับวันที่ 26 มิถุยายน 2556

เรื่อง สหัสวรรษ ใฝ่เจริญ

ภาพ วรวุฒิ วิชาธร


บทความน่าสนใจ

จงรักงานที่ทำ แต่ไม่เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นงาน

“ชีวิตสองขั้ว” ข้อคิดเพื่อจิตสบาย โดย พระจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Dhamma Daily : กฏแรงดึงดูด ในทางพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร

 

keyboard_arrow_up