“หนุ่ม กะลา” เปิดหมดใจ จากวันที่ทุกข์ ถึงวันที่ซึ้งในธรรม

หนุ่ม กะลา
หนุ่ม กะลา

จากวันที่ทุกข์ ถึงวันที่ซึ้งในธรรม “หนุ่ม กะลา”

กว่า 18 ปีที่ ณพสิน แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม วงกะลาโลดแล่นอยู่ในวงการเพลง น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาผ่านชีวิตเช่นใดมาบ้าง

จากเด็กหนุ่มธรรมดาที่พยายามแสวงหาโอกาสจนได้เป็นนักร้องตามความฝัน ทุกอย่างดูเหมือนจะดี แต่แล้ว กลับเกิดจุดพลิกผันที่ทำให้ชีวิตดำดิ่งสู่ความมืดจนชีวิตเกือบพังแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เขากลับมายืนหยัดได้อีกครั้งคือ “ธรรมะ”

กว่าจะเดินสู่เส้นทางธรรม เขาต้องเผชิญความทุกข์มากมาย แต่สุดท้ายธรรมะก็ทำให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริง

“เท่าที่จำความได้ ครอบครัวของผมมีฐานะปานกลาง พอกินพอใช้ พ่อทำงานเป็นเซลขายของ ส่วนแม่ทำงานโรงงาน เราอยู่กันในบ้านหลังเล็ก ๆ แถวพระประแดง แต่พอโตขึ้นมาหน่อยประมาณ ป.6 ผมเริ่มรับรู้ได้ว่าฐานะของบ้านเราเปลี่ยนไป พ่อมีหนี้สิน จนต้องไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น แม่จึงต้องรับภาระดูแลลูกทั้งสามคือ ผม พี่ชาย และน้องสาวเพียงลำพัง

“ดูเหมือนว่า งานของพ่อไม่ได้ดีอย่างที่คิด จึงมีเงินส่งกลับมาให้ครอบครัวไม่มากนัก ฐานะความเป็นอยู่ที่บ้านจึงแย่ลงทุกทีจนเข้าขั้น “ยากจน”ขนาดห้องน้ำที่บ้านเสีย เรายังไม่มีเงินซ่อม จะเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งต้องวิ่งไปบ้านน้าที่อยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ก็วิ่งเข้าไปปลดทุกข์ในสวนแถวบ้าน เป็นอย่างนี้อยู่นานจนเราชินไปเอง

“ผมรักเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก คงเป็นเพราะพ่อชอบร้องเพลงลูกทุ่งให้ฟัง และท่านร้องเพลงเพราะมาก จนผมคิดอยากเป็นนักร้อง แม้ผมเรียนไม่เก่ง แต่ผมเด่นเรื่องดนตรีมาก ถึงขนาดเป็นตัวแทนไปแข่งระดับจังหวัดเลยทีเดียว  แต่แม่ไม่ชอบเลย   มักดุและตีผมเพราะเรื่องนี้เสมอ

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

“คำหนึ่งที่ผมได้ยินจากปากแม่ตลอดคือ “เพ้อเจ้อ” ผมไม่ชอบคำนี้มาก และฝังใจขนาดที่ใครมาพูดคำนี้กับผม ผมเลิกคบหมด ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่า แม่ทำอย่างนี้ เพราะอยากให้ผมตั้งใจเรียน และอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า ผมเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่อาศัยในชุมชน ไม่ควรฝันให้ไกลเกินตัว แต่ผมดื้อ ไม่ยอมฟัง และทำในสิ่งที่รักต่อไป อาจมีบ้างที่ผมเป๋เกเรไปตามสภาพแวดล้อม แต่สุดท้ายผมก็ดึงตัวเองกลับมาได้ เพราะรู้ว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร

“ช่วงออกอัลบั้มที่ 4 ผมเริ่มมีงานเล่นคอนเสิร์ตในผับ สมัยนั้นผับปิดดึกมาก กว่าวงจะได้ขึ้นเวทีก็เกือบตีสอง วันหนึ่งผมมองออกไปจากหลังเวที เห็นคนดูในผับเมากันหมดแล้ว ก็คิดขึ้นมาว่าคนดูเมากันขนาดนี้ ถ้าเราขึ้นไปร้องเพลงโดยที่ไม่เมา เขาจะสนุกกับเราไหม ที่ผ่านมาไม่เคยอย่างนี้เลย

“ระหว่างรอขึ้นเวทีคืนนั้น ผมจึงนั่งดื่มเหล้า และดื่มอย่างจริงจังมากจนเมา จำได้ว่าพอขึ้นเวทีครั้งนั้น สนุกและมันส์มาก เข้าถึงคนดูได้เหมือนผมเป็นพวกเดียวกับเขา ซึ่งกลายเป็นว่าหลังจากคืนนั้นผมต้องดื่มเหล้าก่อนขึ้นทุกโชว์จากที่เคยดื่มเพื่อปาร์ตี้สังสรรค์ กลายเป็นดื่มอย่างจริงจังและกลายเป็นดื่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ

“จากนั้นผมก็ติดเหล้าอย่างหนัก สร้างความทุกข์ใจให้ครอบครัวและคนรอบข้างอย่างมาก และเรื่องราวก็เลวร้ายลงไปอีกเมื่อจบทัวร์คอนเสิร์ตวงกะลาอัลบั้มที่ 6…ก่อนที่จะท้อแท้จนสิ้นหวัง ผมโชคดีที่ได้เข้าใจ “ธรรมะ” ซึ่งเปลี่ยนให้ชีวิตผมมีความสุข และอยากใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด


ติดตามเรื่องราวชีวิตของ หนุ่ม กะลา ฉบับเต็ม 3 ตอนได้ในคอลัมน์ This is Life นิตยสาร Secret ฉบับ 214 (26 พ.ค. 2560) – 216 (10 มิ.ย.2560)

เรื่อง: ณพสิน แสงสุวรรณ เรียบเรียง: เชิญพร คงมา ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี สไตลิสต์:ณัฏฐิตา เกษตระชนม์แต่งหน้า-ทำผม: ภูดล คงจันทร์

ขอบคุณสถานที่ Casa Lapin x GMM โทร.09-9746-2948

บทความน่าสนใจ

บทเรียนชีวิตลูกผู้ชาย ต๊ะ บอยสเก๊าท์ (วินรวีร์ ใหญ่เสมอ) ตอน 1

ความรัก ความทุกข์ ต้นเหตุของความสุข ในปัจจุบัน ต้อม–รชนีกร พันธุ์มณี

ความสุขพอดี และชีวิตพอเพียง ของ แชมเปญ เอ็กซ์

keyboard_arrow_up