ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก คู่รักผู้นอบน้อมต่อธรรมชาติ

ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก
ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก

ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก คู่รักผู้นอบน้อมต่อธรรมชาติ

ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก

คุณไม้ร่ม ธรรมชาติอโศก และคุณรุ่ง - รุ้งเริงธรรม ธรรมชาติอโศก คือคู่สามีภรรยาที่อายุต่างกันมากถึงสี่สิบห้าปี แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับวิธีคิดและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างสุดขั้ว ที่ว่าแปลกและแตกต่างขนาดไหน คุณไม้ร่ม เล่าว่า

“วิถีชีวิตของเราสองคนง่ายมาก เรามักน้อย อยู่ในกระต๊อบบ้านดิน ไม่กินเนื้อสัตว์ กินพืชผักรอบบ้าน เรียกได้ว่าเราอยู่กับธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ อาบน้ำก็ใช้ดินถูตัว ใช้ใบข่อยแปรงฟัน ส่วนเสื้อผ้าก็ใส่ชุดขอทาน ขาดเมื่อไหร่ รุ่งจะหาเชือกหรือเถาวัลย์จากในป่ามาผูกซ่อมแซมให้”

คุณรุ่งเสริมว่า

“ดอกไม้หรือแม้แต่ต้นหญ้าที่รุ่งเอามาประดับบนหัว คนอื่นมองเผิน ๆ อาจคิดว่ารุ่งบ้า แต่รุ่งรู้ดีว่าทำไปเพราะต้องการแสดงความเคารพและนอบน้อมต่อธรรมชาติในแบบของรุ่ง ความเคารพที่รุ่งมีต่อธรรมชาติไม่ใช่เฉพาะการตกแต่งผมเท่านั้น แต่เรายังไม่ใช้สารเคมีในการปลูกพืชผักสวนครัวอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสวนปาล์ม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของเราเช่นกัน

“ถึงแม้วิธีดังกล่าวทำให้ได้ผลผลิตน้อยและได้เงินน้อยกว่าคนอื่น ๆ แต่รุ่งก็เลือกแบบนี้ เพราะคิดแล้วว่า นอกจากสุขภาพของรุ่งและไม้ร่มจะแข็งแรงเพราะไม่ได้รับสารเคมีจากยาฆ่าแมลงแล้ว ยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงพ่อค้าคนกลางที่นำปาล์มไปแปรรูปก็ได้รับสารเคมีน้อยลงตามไปด้วยรวมไปถึงรถยนต์ของผู้บริโภคที่ใช้น้ำมันปาล์มจากสวนของรุ่งก็จะไม่ได้รับอันตรายจากสารเคมีด้วยเช่นกัน เราเชื่อเสมอว่าความรักที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่เราสองคน

“เมื่อก่อนใคร ๆ ชอบพูดกับรุ่งว่า อย่างตาไม้ร่มนี่ แถมเงินให้ก็ไม่เอา แต่คำพูดเหล่านี้ไม่เคยทำให้รุ่งและไม้ร่มเสียใจเลยเราสองคนให้กำลังใจกันและกันมาตลอดใครจะว่าอะไรเราไม่เคยสนใจ เพราะเรารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจและรู้ว่าเราสองคนมีเจตนาดีอย่างไร…ไม้ร่มเป็นสามีที่ดีมากเขาปรนนิบัติดูแลพ่อแม่รุ่งทุกอย่าง ทั้งเทกระโถน กวาดบ้านถูบ้านโดยไม่เคยบ่นหรือเบื่อหน่ายเลย เพราะความดีของเขาทำให้ทุกวันนี้ครอบครัวรุ่งเข้าใจพวกเรามากขึ้นกว่าเดิม”

หลังจากผ่านบทพิสูจน์มาแล้วว่าชีวิตที่เลือกไม่ใช่แค่ความฝันเฟื่อง คุณไม้ร่มสรุปชีวิตในวันนี้ให้ฟังว่า

“เมื่อก่อนหลายคนเคยมองว่าชีวิตของผมและรุ่งเป็นชีวิตเพ้อฝัน ทำไม่ได้จริงแต่วันนี้เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้จริงและก็มีความสุขมากด้วย เรามีความรักแบบง่าย ๆ และสมบูรณ์ที่สุด เราเป็นคนจนที่รวยความสุขมาก ๆ เราไม่ได้ต้องการบ้านหลังใหญ่ รถคันหรู หรือทรัพย์สินเงินทองมหาศาลเลย และไม่เคยยึดติดลาภยศสรรเสริญหรือหลงในชื่อเสียงใด ๆ

“สิ่งที่เราต้องการมีแค่นอนมองดาวเดือนในยามค่ำคืน ได้ยินเสียงนกร้องเพลงในยามเช้า ได้กินพืชผักสุดสะอาด และได้ให้กำลังใจคนที่เชื่อมั่น ใส่ใจธรรมชาติเช่นเดียวกับเรา ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เรามีครบแล้ว…เราเพียงพอแล้ว เราจะทำความดีให้ถึงที่สุด แล้วปล่อยวาง เพราะนั่นคือหัวใจของความรักและหัวใจของความสุขที่แท้จริง”

ทั้งคู่พิสูจน์แล้วว่า ความแปลกและแตกต่างไม่อาจขวางกั้นความดีและความรักที่แท้จริงได้เลย

เรื่อง ชลธิชา แสงใสแก้ว ภาพ วรวุฒิ วิชาธร


บทความน่าสนใจ

เชษฐ์ วรเชษฐ์ เอมเปียร์ กับชีวิตในแบบ “ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมดา”

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ธรรมะ ธรรมชาติ และความเรียบง่าย

keyboard_arrow_up