ชีวิต “เลิก” ติดดี ของ กิ๊ฟท์ สรัญทร เตชะไพบูลย์

กิ๊ฟท์ สรัญทร เตชะไพบูลย์
กิ๊ฟท์ สรัญทร เตชะไพบูลย์

ชีวิต “เลิก” ติดดี ของ กิ๊ฟท์ สรัญทร เตชะไพบูลย์

กิ๊ฟท์ สรัญทร เตชะไพบูลย์ โตมาในช่วงที่ธุรกิจของครอบครัวรุ่งเรืองมาก ตอนนั้นมีนักธุรกิจและบุคคลมากมายที่มีปัญหาอะไรก็จะมาขอร้องให้ครอบครัวกิ๊ฟท์ช่วยเหลือ และหลายคนเข้ามาทำตัวสนิทกับครอบครัวเรา กิ๊ฟท์เห็นภาพนี้จนชินตา

บางคนต้องนั่งรอนานแค่ไหนก็รอ บ้างก็มาเอาอกเอาใจตลอดเวลา  แต่พอคุณตาคุณเสีย กิ๊ฟท์ รู้สึกได้เลยว่าหลายคนเปลี่ยนไป บางคนที่เคยมารอเช้ารอเย็น และได้รับความช่วยเหลือจนกลายเป็นมหาเศรษฐี แต่กลับไม่มางานศพของคุณตาคุณยายเลยแม้แต่วันเดียว เวลานั้นกิ๊ฟท์ได้คิดในใจว่า เขาเป็นคนไม่รู้จักบุญคุญคน และมาทำดีเพื่อหวังสิ่งตอบแทน

ตอนเด็กๆ กิ๊ฟท์เป็นคนใจร้อนมาก เป็นคนพูดตรง ใครทำอะไรผิดกิ๊ฟท์จะพูดออกมาเลย ไม่ได้คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึก อย่างไร เช่น ทำไมขี้โกงแบบนี้ล่ะ ที่โรงเรียนเค้าไม่สอนหรือไง!” หรือบางทีไปเที่ยวห้างแล้วมีใครมาแซงคิว กิ๊ฟท์ก็จะพูดกับคนนั้นเลยเลยว่า ไม่เห็นคิวหรือค่ะ ทำไมมาแซงคนอื่นอย่างนี้ล่ะคะ!” ไม่ว่าเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ถ้าทำไม่ถูกต้อง กิ๊ฟท์จะไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด คือเป็นคนตรงและมีระเบียบวินัยมาก

เมื่อโตขึ้นและได้ปฏิบัติธรรมมากขึ้น จึงกลับมาคิดว่าเราพูดแรงไปหรือ เปล่า พระอาจารย์ที่นับถือหลายท่านสอนว่า เราควรคิดก่อนพูด เขาอาจมีเหตุผลจำเป็นก็ได้ ส่วนเรื่องคนที่เขาไม่คิดถึงบุญคุณคุณตาคุณยาย กิ๊ฟท์ปล่อยวางลงได้ ไม่ยึดติดเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ต้นเหตุแห่งบุญ

กิ๊ฟท์ชอบทำบุญและปฏิบัติธรรมด้วยมาตั้งแต่เด็ก ครั้งแรกเลยคือขอตามคุณแม่ไปปฏิบัติธรรมตอนอายุ 14คอร์สนั้นไม่มีเด็กเลย เป็นคอร์สผู้ใหญ่ 7 วัน 7 คืน แบบฮาร์ดคอร์สำหรับเด็กที่เริ่มครั้งแรก เป็นคอร์สปิดวาจา ถือศีลแปดไม่กินข้าวเย็น ตกกลางคืนกิ๊ฟท์ได้แต่นั่งทรมานภาวนาอยู่คนเดียวว่า หิวหนอ หิวหนอจะบอกแม่ว่าหิวก็ไม่ได้

พอโตขึ้นกิ๊ฟท์ก็ได้ไปปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อยๆ จนไปเจอคอร์สหนึ่ง จัดปฏิบัติธรรมที่โรงแรมที่หัวหิน 3 วัน 2 คืน เป็นคอร์สที่เข้าใจง่ายและดีมาก ๆ เหมาะกับคนที่ไม่เคยปฏิบัติ หรือคนที่กลัวการปฏิบัติธรรม กลับมากิ๊ฟท์ก็ได้แรงบันดาลใจ อยากจัดอบรมปฏิบัติธรรมให้เพื่อนๆ บ้าง

บุญใดจะยิ่งใหญ่เท่าบุญวิปัสสนา

ตอนแรกกิ๊ฟท์ตั้งใจจะจัดอบรมปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด กิ๊ฟท์พยายามติดต่อกับวิปัสสนาจารย์หลายท่าน แต่ก็ติดปัญหาว่า ท่านไม่ว่างบ้าง สถานที่ไม่พร้อมบ้าง พยายามอยู่ 2 ปีกิ๊ฟท์จึงเปลี่ยนแผนใหม่ว่าจะจัดที่กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกกว่า และจัดในวันเกิด ครบรอบ 33ปีของตัวเองนี่แหละ ประจวบเหมาะกับเข้าไปกราบขอใช้สถานที่วัดพระราม 9 ได้ และหลวงพี่โบ๊ท(พระพรพล ปสันโน) ท่านก็พร้อมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ให้ด้วย ทุกอย่างจึงลงตัว ได้จัดปฏิบัติธรรมเสียที

กิ๊ฟท์ชวนเพื่อนสนิทไว้ประมาณสี่สิบกว่าคน สุดท้ายมาร่วมปฏิบัติธรรมประมาณ 33 คนเท่ากับอายุของกิ๊ฟท์พอดี แต่เพื่อนหลายคนบอกว่า เขาติดงานตอนบ่ายสะดวกมาปฏิบัติธรรมช่วงเช้า บางคนก็บอกว่าติดธุระเช้าขอเข้ามาปฏิบัติธรรมช่วงบ่าย จึงกลายเป็นว่าเพื่อน ๆ เข้าๆ ออกๆ วัดพระราม 9 กันทั้งวัน จนหลวงพี่โบ๊ททักว่า

“เหมือนเก้าอี้ดนตรีเลยนะโยม… บางคนอาตมาไม่คุ้นหน้าเลย เมื่อเช้าได้เข้ามาฟังธรรมรึเปล่าเนี่ยะ”

แล้วหลวงพี่ก็บอกว่า

“อย่างน้อยก็น่ายินดีที่เขายังมา อย่างน้อยโยมกิ๊ฟท์ได้ทำให้เขาได้รู้จักการปฏิบัติธรรม”

นับเป็นวันเกิดที่กิ๊ฟท์ปลื้มปิติและมีความสุขมาก

 

ทุกวันนี้ กิ๊ฟท์ได้เจอแต่สิ่งดีๆ พบแต่กัลยาณมิตรที่ดี ซึ่งกิ๊ฟท์เชื่อว่าทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากการทำบุญและปฏิบัติธรรมทั้งนั้นค่ะ

เรื่อง ชลธิชา แสงใสแก้ว ภาพ วรวุฒิ วิชาธร


บทความน่าสนใจ

10 อันดับ ข้อคิด เรียนรู้ชีวิตจากดารา ศิลปิน คนดัง – นิตยสาร Secret

“ยิ่งมืด ยิ่งต้องลืมตา” บทความธรรมะสำหรับ วันที่ มืด มน โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ปฏิบัติธรรมเข้มข้น ณ วัดคลองตาลอง จ.นครราชสีมา

Dhamma Daily : อายุก็เริ่มมากแล้ว ไม่มีเป้าหมายชีวิต ควรทำอย่างไรดี

ขอบคุณ “ทุกคำสบประมาท” ที่ทำให้ผมมีวันนี้ – ดีเจพีเค  ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร

 

keyboard_arrow_up