“ ชีวิตไม่ได้จบแค่วันนี้… ” ปู - กมลชนก ปานใจ (จบ)

หลังจากแต่งงาน ปู (กมลชนก ปานใจ) ไปใช้ชีวิตคู่อยู่ต่างจังหวัด สามีเป็นนักธุรกิจด้านอินทีเรียร์ดีไซน์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ตอนนั้นปูหันหลังให้วงการเพื่อทำหน้าที่ภรรยาคอยสนับสนุนเขาทุกเรื่อง

เราฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน ช่วยกันคิดและให้กำลังใจกันเสมอ ชีวิตการทำงานกับสามีในช่วงแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและทรมานที่สุด แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนเราก็มีความสุข และหวังไว้ว่าเมื่อมีเงินเราจะมีความสุขมากขึ้น

ตอนนั้นสามีสอนให้ปูคิดต่างและรู้จักปรับตัว ไม่ยึดติดสอนให้ต่อสู้ ไม่ย่อท้อ ส่วนตัวปูก็หาวิธีหลายอย่างมาใช้เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ จำได้ว่าครั้งหนึ่งเราไปเสนองานที่โครงการแห่งหนึ่ง เจ้าของโครงการปฏิเสธที่จะทำงานกับผู้รับเหมารายใหม่อย่างเรา ปูจึงเสนอว่าเราจะทำห้องตัวอย่างให้เสร็จภายใน 15 วันโดยที่เขาไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท ขณะที่ปรกติแล้วผู้รับเหมารายอื่นต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเจ้าของโครงการหัวเราะและบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าทำได้เขาจะให้สัญญาเรา 100 ห้องเลยทีเดียว

เมื่อถึงวันนัดส่งงาน ลูกค้าเดินขึ้นมายังไซต์งานก่อสร้างที่มีฝุ่นคลุ้ง แต่พอถึงชั้นห้องตัวอย่างที่เราตกแต่งไว้เป็นอย่างดีมีกลิ่นอโรมาช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ลูกค้าประทับใจมากในที่สุดเราก็ได้สัญญาหมดทั้งโครงการคือ 300 ห้อง ไม่ใช่100 ห้อง ธุรกิจของเราดูดีไประยะหนึ่ง แต่พอถึงยุคฟองสบู่แตก หลายบริษัทล้มครืน รวมทั้งบริษัทเราด้วย หลายโครงการไม่สามารถจ่ายเงินได้ทั้งๆ ที่งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราต้องปรับตัวเปลี่ยนกิจการไปเรื่อย สามีบอกว่าไม่ต้องไปยึดติดกับอะไร ถ้ารู้ว่าอะไรกำลังแย่ให้ปล่อย เช่นเดียวกับบางคนที่อาจมีกิจการบางอย่างมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่ถ้าถึงวันหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องรู้จักปล่อย ต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเราต้องมีสติและใช้ปัญญาแก้ไขไปเรื่อยๆ

ในที่สุดวันหนึ่งเราก็มีทุกอย่างตามที่ต้องการ มีบ้านใหญ่ขนาดสิบไร่ มีคนดูแลบ้านมากกว่าเจ้าของบ้าน มีรถคันสวยแบบที่ใครๆ ฝัน แต่ปูกลับพบว่าความสุขยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ชนิดที่แทบเอื้อมไม่ถึง ยิ่งนานวันความสัมพันธ์ของปูกับสามีก็ยิ่งห่างเหินขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามีทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพุดคุยกัน

จากที่เคยคิดว่าเมื่อรวยแล้วเราจะมีความสุข แต่เมื่อหันมองรอบตัวอีกครั้ง ปูกลับพบว่าทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่สิ่งที่เราตามหา เพราะแม้จะมีเงินมากมายแค่ไหน แต่เรากลับรู้สึกว่าตัวเองเคว้งคว้าง หาความสุขในชีวิตไม่เจอ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน สามีก็มักจะคิดถึงแต่เรื่องงาน

ตอนหลังปูถึงได้รู้ว่า เมื่อเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนที่ตัวเรา ปูเริ่มตามหาความสุขด้วยตัวเอง และพบว่าความสุขของเราคือการดูแลกายและใจของตัวเองให้ดี รู้จักพอไม่โลภ ไม่เรียกร้อง ไม่คาดหวังให้ใครคิดเหมือนเรา เมื่อเวลาผ่านไป จิตใจสบายขึ้น สุขภาพของปูก็ดีขึ้นราวกับเป็นคนใหม่ จากที่เคยดูแก่ โทรม สุขภาพแย่สุดๆ เพราะนอนดึกเครียด ไม่ออกกำลังกาย และไม่กินอาหารที่เป็ประโยชน์ปูกลายเป็นผู้หญิงสดใส สุขภาพดี และอยากแบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพให้คนอื่นๆ ฟัง

ที่แปลกคือ ความสัมพันธ์ของปูกับสามีดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ เราคุยกันมากขึ้น…มากกว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมาและสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ให้กันฟังได้ทุกเรื่อง เขามองว่าปูเป็นผู้หญิงที่มั่นคง ไม่ร้ายกาจ ไม่เรียกร้อง เพียงพอ และเป็นสุขเลยทำให้เขาอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกมากขึ้น ต่างกับเมื่อก่อนที่ปูมักมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เรียกร้อง และต่อว่าเขาตลอด ซึ่งทำให้เราสองคนพูดคุยกันน้อยลง…เรื่องนี้สอนใจปูเสมอว่า เมื่อเราเป็นสุข เรารักตัวเอง เราก็เป็นแม่เหล็กที่ดูดพลังดีๆ ได้เสมอคุณเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ ด้วยความคิดของคุณเอง!

แม้ว่ามองจากภายนอกปูจะเป็นสาวเปรี้ยว ชื่นชอบการเต้นรำ สนุกสนานกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มเหล้า เหตุผลสำคัญคือ ไม่อยากแก่ค่ะ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยคนที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ปูรักการดูแลสุขภาพก็คือคุณพ่อ ท่านดูแลสุขภาพดีมาก อายุใกล้ 80 แล้วแต่ยังกระฉับกระเฉง ออกกำลังกายทุกวัน

ก่อนหน้านี้ปูเคยคิดว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ตอนนี้ถ้าถามว่ายุ่งยากแค่ไม่กี่นาที แต่ทำให้เราไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีก 5 ปี อย่างนี้จะเอาไหม ปูคนหนึ่งขอเลือกความยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ แต่ให้ผลงดงามที่ว่านี้ค่ะ

ปูคิดว่าต่อให้มีเงินร้อยล้าน มีสามีที่แสนดี มีบ้านหลังใหญ่โต สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป แต่ร่างกายของเรานี่แหละที่จะอยู่กับเราไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เราเลือกเองค่ะว่าเราอยากจะอยู่กับร่างกายที่ผุพังรอวันตายในโรงพยาบาล หรืออยากอยู่กับร่างกายที่สดชื่น ได้เดินเล่นริมทะเลชมแสงสุดท้ายของวัน

อีกเรื่องที่ปูมักบอกใครๆ อยู่เสมอคือ อายุไม่ใช่ข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆ ถ้าคุณบอกตัวเองว่าแก่ และนั่งรอให้แก่คุณก็ทรุดโทรม สิ่งสำคัญคือ คุณอย่ากลัวที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆทุกวันนี้ปูเป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพราะอยากศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังและนำมาถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ฟัง

ที่ผ่านมา เมื่อมีเวลาว่างปูก็จะไปพูดคุยเรื่องการดูแลสุขภาพให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนรัฐบาล ที่น่าดีใจคือมีความเปลี่ยนแปลงดีๆ เกิดขึ้น เช่น เด็กๆ หันมาสนใจดูแลสุขภาพและอยากออกกำลังกาย หรือแม้แต่เปลี่ยนไปกินข้าวกล้องมากขึ้น แค่นี้ปูก็ภูมิใจมากแล้ว

ในวันว่างปูชอบท่องเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติต่างๆอย่างเดินป่า ขึ้นเขา ไปต่างประเทศก็ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นคนที่นั่น ถ้าอยู่ในเมืองเราก็ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยว แค่นี้ก็สุขสดชื่นสมใจแล้ว

มาปฏิวัติตัวเองใน 21 วันกันเถอะค่ะ

สำหรับปู การดูแลตัวเองเริ่มได้ง่ายมาก แค่หยิบรองเท้ากีฬาแล้วออกจากบ้านไปเดินเร็วๆ ให้ได้มากกว่า 20 นาที เพราะช่วง 20 นาทีแรกนั้นร่างกายของเรากำลังวอร์ม ขอให้อดทนและมุ่งมั่นจนสามารถเดินผ่าน 20 นาทีไป แล้วหลังจากนั้นเราก็จะทำได้

นอกจากนั้น ปูมีความลับมาบอกด้วยค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกที่จะเป็นสาวสปอร์ต ขอให้บังคับตัวเองให้ออกกำลังกายให้ได้ 21 วันขึ้นไป เพราะหลังจากนั้นสมองจะสั่งให้เราทำสิ่งนี้ด้วยความเคยชิน คราวนี้ก็จะไม่ต้องบังคับตัวเองอีกต่อไปแต่จะกลายเป็นติดการออกกำลังกายไปเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ปูไม่เคยเล่นกีฬาเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนเลยมีช่วงหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองอ้วน เลยใช้วิธีอดอาหาร จนวันหนึ่งร่างกายก็ปฏิเสธอาหาร กินอะไรไม่ได้ ร่างกายผ่ายผอมจนเหลือแต่โครงกระดูก น่าสังเวชเป็นที่สุด

ตอนหลังเมื่อเริ่มคิดได้ ปูถามตัวเองว่าจะปล่อยให้ตัวเราหมดสภาพไปจริงๆ หรือ คำตอบคือ “ไม่มีทาง” หลังจากนั้นเมื่อกินมากพอจนมีแรงที่จะออกกำลังกายได้ ปูก็เริ่มออกเดินเดินอย่างที่ไม่เคยเดินมาก่อน จากวันแรกเดินได้เพียงครึ่งชั่วโมงแต่หนึ่งเดือนหลังจากนั้นกลับเดินได้กว่า 10 กิโลเมตรต่อวัน

การออกกำลังกายเป็นประจำของเราเห็นผลชัดมากในตอนที่ปูไปเที่ยวเนปาลครั้งแรก เพราะที่นั่นปูต้องเดินขึ้นเขาลูกโน้นลูกนี้ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ชั่วโมงแรกๆ ปูยังเดินขึ้นเขาแบบงกๆ เงิ่นๆ ด้วยไม่คุ้นกับความลาดชัน แต่หลังๆ ปูวิ่งปร๋ออย่างกับคนภูเขาเลยทีเดียว

จำได้ว่านั่งพักบ้างแต่ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่ถึง 20 นาทีที่ภูมิใจคือ ทริปนั้นปูเดินกับเด็กหนุ่มสาวชาวอเมริกัน อายุประมาณ 20 กว่าๆ พวกเขาเหนื่อยมากๆ แต่ปูกลับรู้สึกสบายๆ เห็นไหมคะอายุไม่เกี่ยว ใครยอมแพ้ยอมเลยคะ แต่ปูไม่ยอมแน่ๆ

เมื่อเริ่มออกกำลังกายด้วยการเดินแล้ว ปูก็กลับมาฝึกโยคะอีกครั้ง แล้วก็ยกน้ำหนักบ้าง เต้นรำบ้าง ทำไปเรื่อยๆขี้เกียจบ้าง ขยันบ้าง แต่ไม่เคยหยุด ในที่สุดจากสาวอ่อนแอขี้โรคก็กลายเป็นสาวที่ชอบออกกำลัง ที่สำคัญวันไหนที่ไม่ได้ออกกำลังจะรู้สึกผิด นอนไม่หลับ ตัวบวมๆ สิวขึ้น และผิวจะดูหมองๆ ไปเลยทีเดียว

สุดท้าย บอกได้คำเดียวว่าในการใช้ชีวิตให้มีความสุขและประสบความสำเร็จนั้นต้องเริ่มจากการมีสุขภาพที่ดี มีระเบียบวินัย และรู้จักควบคุมจิตใจของตัวเอง แล้วเรื่องดีๆอื่นๆ ก็จะตามมาอย่างแน่นอนค่ะ

(เรื่อง กมลชนก ปานใจ  เรียบเรียง เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี)

keyboard_arrow_up